ฟินาเล่ Finale นิยายวาย

ฟินาเล่ Finale รักไม่ปกติ ขอต้อนรับสู่แผนกจิตเวช นิยายวาย Girls’ Love

นิยามคำว่าไม่ปกติของคุณเป็นยังไง นิยายเรื่องนี้จะบอกคุณอีกมุมองหนึ่ง ผ่านดวงตาที่เคยบริสุทธิ์ของหมอสาว เรื่องราวความรักระหว่างหมอและคนไข้ ที่ไม่ใช่แค่รักษาแต่คือรักแท้ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสถานรักษาผู้ป่วย หรือที่เราคุ้นหู โรงพยาบาลบ้านั้นเอง เต็มอิ่มไปกับรสชาติความรัก และความขมขื่นของชีวิต ฉาก NC ดุเดือดเช่นเคยพร้อมกับสอดใส้ความดิบเถื่อน ธรรมชาติของมนุษย์

ที่เกินจะคาดเดา เพื่อเรื่องอย่างว่าแล้ว คนเรามักพ่ายแพ้ให้กับจิตใจ และสามารถทำได้ทุกอย่าง ฟินาเล่ Finale จึงไม่ใช่แค่นิยายวาย นิยายรักผู้ใหญ่ แบบหญิงรักหญิงทั่วไป แต่มันคือความจริง และเกิดขึ้นได้จริง หากปล่อยตัวปล่อยใจ ให้เคลิบเคลิ้มไปกับเรื่องอย่างว่า แม้จะรู้ว่าผิด แต่ใครเล่าจะอดใจไว้ หากสิ่งที่ต้องการนั้นได้มาอยู่เบื้องหน้า เพียงแค่เอื้อมมือคว้า ก็สามารถได้มาสนองตัญหาตัวเอง

บทนำ ฟินาเล่ Finale รักไม่ปกติ

ฟินาเล่ Finale รักไม่ปกติ นิยายเรื่องนี้ อยู่ในจักรวาลเดียวกันกับอีกหลายๆเรื่องของเรา ตัวเอกหลักคือ แก้ว หรือ หมอแก้ว หากใครอยากทราบเรื่องราวและบางฉาก สามารถอ่านนิยายเรื่องอื่นๆ ก่อนหน้านี้ เพื่อจะได้เข้าใจตัวละครและเรื่องราวมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องนี้ จะเล่าเรื่องย้อนไปในสมัยที่ตัวเอกของเรา คุณหมอแก้ว ยังอายุน้อย เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนจะมาเจอนางเอกในอีกเรื่อง

คลายทุกปมและข้อสงสัยที่หลายๆคนอยากรู้ รวมไปถึงบทสรุปส่งท้าย ว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนจบภาพแรก ในนิยายเรื่องนี้ ตัวละครข่อนข้างเยอะบางตัวละครมีบาทบาทในอีกหลายๆเรื่อง คำแนะนำนิยายเรื่องนี้มีความอ่อนไหวสูง ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความวิตกกังวลจิตใจอ่อนไหวง่ายหรือจิตตก เพราะมีฉากที่สะเทือนอารมณ์ โปรดอ่านอยากระมัดระวังและมีสติ ขอให้มีความสุขและฟินไปกับนิยายของเรา เอนจอย

บทที่1 ประถม… พยาบาล

ในทางการแพท มีการรักษาอยู่หลายรูปแบบ คนมักตั้งข้อสงสัย ว่าถ้าเป็นแบบนี้แล้ว จะต้องรักษายังไง จะใช้วิธีแบบไหนในการรักษา ฉันก็มักจะอธิบาย กับพวกเขาแบบนี้อยู่บ่อยๆ ในสิ่งที่ฉันรู้ เพื่อให้พวกเขาหายสงสัย และคลายกังวล แต่มีอยู่คำถามหนึ่ง ที่คาใจ แล้วมันทำให้ฉันสงสัยมากๆ …

“ถ้าหาก นู๋หงี่ล่ะคะ คุณหมอ”

“ถ้าหาก ผมมีอารมณ์ล่ะครับ คุณหมอ”

“ถ้าหาก…”

นั่นสิ! นอกจากเอามือ ลงไปกระซวกที่หว่างขาแล้ว มันยังมีวิธีไหนอีกบ้างนะ ที่สามารถรักษาได้อีก จริงๆ … มันก็ไม่ได้เรียกว่ารักษาหรอก ฉันว่า มันก็แค่… ตรวจดูอาการเบื้องต้น เหมือนเวลาคันก็แค่เกา ไม่ต่างกับยาที่ใช้ทาใช้กินเข้าไป จริงๆ มันไม่ได้รักษา มันแค่ช่วยบรรเทาอาการเท่านั้นแหละ ส่วนจะหายไม่หาย ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน เพราะฉะนั้นคุณคิดว่า คนที่หงี่หรืออยากทำเรื่องบนเตียงเนี่ย คุณคิดว่า… คนเหล่านี้ จะมีวันหายไหมล่ะ…

“วันนี้เป็นวันดี เหล่านักศึกษาแพทย์ทั้งหลาย”

“จะจบออกไป แล้วได้ไปช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์” เสียงชายสูงวัย พูดออกไมค์กึกก้องไปทั่วหอประชุม

“ผมขอให้พวกคุณโชคดี”

“เอาล่ะ! เชิญพวกคุณไปเลือก ที่ๆ ต้องการไปได้เลย”

หลายต่อหลายคน ต่างก็เลือกที่จะอยู่ในตัวเมือง หรือใกล้บ้าน คงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นแหละ ที่สาระแนเลือกจะไป ในที่ไกลแสนไกลไร้ผู้คน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์จริงๆ จะว่าไปมันก็เรื่องเงินๆ ทองๆ เมืองใหญ่คนไข้เยอะ อะๆ อ้าว! คุณคงคิดสินะ ว่าเป็นหมอคงเงินเดือนน้อย อยู่ที่ไหนคงเหมือนๆ กัน แต่จริงๆ แล้วเปล่าเลย มีค่ากะ ค่าโน้นค่านี้ ค่าตรวจพิเศษ และอื่นๆ มีวิธีหาเงินที่คนนอกอย่างคุณไม่รู้ ยิ่งคนไข้เยอะเท่าไหร่

คุณ ก็จะได้ทำงานเยอะขึ้น แล้วก็ได้เงินเยอะขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน แต่ทั้งหมดที่พูดมานั้น มันไม่ใช่ฉันหรอก สิ่งที่ฉันต้องการจริงๆ มันไม่ใช่เงิน ฉันต้องการ… อะไรมากกว่านั้น เมื่อสิ้นเสียงประกาศ ฉันเดินฝ่าฝูงชนนับร้อย ตรงเข้าไปที่ๆ ไม่มีใครอยากไป สายตานับร้อย เริ่มจับจ้องมองมาที่ฉัน ฉันเดินตรงเข้าไปอย่างมั่นใจ ไร้ความลังเล

“แก้ว! แก้ววว” เสียงห้าวแข็งกะด้าง ลอยเข้ามาปะทะหู

“ค คะ!”

“ไงแก เลือกได้ยัง ว่าจะไปที่ไหน”

“อ อ๋อ! เลือกได้แล้ว กำลังจะไปลงทะเบียนน่ะ” แก้วตอบเพื่อนสาว พร้อมกับส่งสายตา ไปที่ๆ เธอกำลังจะไป

“ที่ไหนน่ะ… ห ห๊ะ! จริงอะ ที่นี่หรอ!”

“อืม… งั้นฉันขอตัวก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกัน” แก้วตอบเพื่อนสาว พร้อมกับยิ้มให้

ฉันบอกลาแล้วรีบหันหลัง เดินตรงต่อไป เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาน้ำเนาอันแสนน่าเบื่อ รู้สึกว่าบริเวณแถวนี้ ไม่ค่อยมีคนมาต่อแถวลงทะเบียนเลย เหมือนจะเป็น แหล่งรวมพื้นที่ห่างไกลและกันดาร ฉันมองไปรอบๆ แล้วก็อ่านป้ายเหล่านั้น อมก๋อย ดอยสามหมื่น ปัตตานี แล้วก็ที่อื่นๆ ฉันไม่แปลกใจเลย ทำไมถึงไม่มีใครอยากไป คนที่จะเดินทางไปที่เหล่านั้น ถ้าไม่เรียกว่าใจบุญจริงๆ ไม่บ้าก็โง่แหละ ส่วนฉันนะหรอ ทั้งโง่แล้วก็บ้า

อันหลังนี้อาจจะมากหน่อย เพียงไม่กี่ก้าวก่อนฉันจะถึงที่หมาย ฉันมองเห็นหญิงสาวชุดขาวผมยาวคนหนึ่ง เธอใส่ชุดกาวน์ยืนหันหลังแล้วก็สูบบุหรี่ ฉันคิดในใจ คนอะไรวะ แม่ง! โคตรเท่เลย เธอยืนสูบบุหรี่ แล้วก็พ้นควันออกมาช้าๆ พอเดินเข้าไปถึง ฉันก็มองไปที่โต๊ะ เพื่อหาเอกสาร

“พ.อ. อย่าสูบบุหรี่ในนี้สิคะ มันดูไม่ดี” หมอผู้หญิงคนหนึ่ง ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เธอหันมาบอกหญิงสาวคนนั้น ด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม

“ทำไมอ่ะ ก็ไม่เห็นมีใครเลยแถวนี้” เธอหันมาตอบ พร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ ด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

“โธ่ธธธธ พ.อ.!”

“อ่ะ! สุดสวยว่าไงจ๊ะ จะลงทะเบียนหรอเรา”

“ใช่ค่ะ” แก้ว ตอบออกไป พร้อมกับก้มหัว แล้วก็ยิ้มให้เธอ

หญิงสาวคนนั้น ทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วก็เหยีบมัน ก่อนจะเดินมานั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ เธอกอดอก แล้วก็พูดคุยกับฉันว่า

“ไหวหรอเรา นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ” เธอบอกกับฉัน ด้วยสีหน้าที่กวนประสาท อ้อนตีนสุดๆ ก่อนจะยักคิ้วให้ข้างหนึ่ง

“พ.อ. เห็นคนไข้เป็นเด็กๆ หรอคะ” ฉันตอบสวนกลับไป

“อื่มมม ใช้ได้นิ หวังว่าฝีมือ จะเก่งเหมือนปากนะ” เธอพยักหน้าแล้วก็ยิ้มมุมปาก

“รู้ใช่ไหม ว่าที่ๆ เธอจะไป มันมีแต่คนแปลกๆ”

“ค่ะ ฉันรู้ดี จริงๆ เราทุกคน ก็แปลกเหมือนกันหมดนั้นแหละค่ะ”

“การอยู่บนโลกเฮงซวยแบบนี้ หากยังปกติอยู่ นั้นสิคะ ถึงจะเรียกว่าแปลก” ฉันยิ้มกว้างให้กับเธอ หลังจากที่พูดจบ

หลังจากที่เราสองคน แลกหมัดกันอย่างดุเดือด ด้วยประโยคจิกกัดตลกร้าย เธอก็ยื่นเอกสารมาให้ลงทะเบียน ฉันอ่านทุกอย่างแล้วก็เซ็นยอมรับ หลังจากนั้นก็ยื่นกลับไปให้เธอ พ.อ. สาวคนนั้น เธอถามฉันว่า พร้อมเริ่มงานตอนไหน ฉันตอบไปว่าตอนไหนก็ได้ หลังจากที่เธอได้ยิน เธอก็ลุกขึ้นมา จัดเสื้อและผมของเธอให้เรียบร้อย ก่อนจะยื่นมือออกมาหาฉัน

“ชื่อแก้วใช่ไหมเราอะ” เธอถามฉันด้วยสีหน้าจริงจัง

“ใช่ค่ะ” ฉันตอบออกไป ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ฉัน กิ่ง เป็น พ.อ. โรงพยาบาลที่นี่”

“ยินดี ที่ได้ร่วมงานด้วย”

“ยินดีเช่นกันค่ะ” ฉันยื่นมือออกไป เพื่อจับมือกับเธอ

“จ๊ะ ฉันขอต้อนรับเธอ สู่…”

“ฟีนาเล่”

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ฉันออกเดินทางนั่งรถ ไปยังสถานที่ทำงานแห่งใหม่ของชีวิต ในระหว่างทางที่เข้าไป มันเงียบและวังเวงมากๆ ข้างทางไม่มีบ้านหรือผู้คนอยู่เลย ต้นไม้สูงใหญ่หนาทึบ เต็มสองข้างทาง บดบังแสงอาทิตย์และภูเขาลูกใหญ่ ที่โอบล้อมพื้นที่แห่งนี้เอาไว้ ฉันลดกระจกหน้าต่างรถลง เพื่อเสพธรรมชาติข้างทาง สายลมเย็นพัดผ่านกระทบใบหน้า มันเงียบจนได้ยินเสียงใบไม้ไหว ฉันมีความสุขกับช่วงเวลานี้สุดๆ

ถึงมันจะไกลบ้านมากๆ แต่มันก็สงบ ไม่มีรถติด ไม่ต้องรีบเดินทาง ไม่ต้องแข่งกับใคร ไม่ต้องปวดหัวกับผู้คนมากมาย ไม่ต้องจิตตกเวลาเห็นคนใกล้จะตาย นี่มัน… ไม่ต่างกับสวรรค์เลย ฉันคิดแบบนั้นในใจ รถที่กำลังขับไปเรื่อยๆ ไม่เร็วมากนัก ฉันยื่นมือออกไป เพื่อสัมผัสกับสายลมเย็น อ๊าาาาา! สบายจังเลย ฉันสูดมันเข้าไปเต็มปอด พร้อมกับยกมือขึ้นสูงไปนอกรถ ซักพัก เหมือนมีอะไรลอยมาติดที่มือ

ฉันกำมันไว้ แล้วก็เอาเข้ามาดูในรถ พอแบมือออก ฉันก็เห็นอะไรบางอย่าง มันคือป้ายเล็กๆ ที่มีสายรัด เหมือนเอาไว้ห้อยข้อมือคนไข้ ฉันเห็นชื่อใครบางคนบนนั้น พร้อมกับคราบเลือดที่ติดอยู่ ฉันมองมันแล้วก็คิดในใจ นี้คงเป็นของคนไข้สินะ มันหลุดแล้วก็ลอยออกมาได้ยังไง ฉันสงสัย พร้อมกับคิดไปอีกว่า สถานที่ ที่ฉันกำลังจะไปนั้น มันจะมีสภาพเป็นแบบไหนกันนะ แล้วฉัน… จะต้องทำอะไรบ้าง พอคิดเยอะๆ ฉันก็รู้เลยว่า

งานนี้ แม่ง! ไม่หมูแน่ๆ ลืมภาพคนไข้สติหลุดน่ารักๆ ไปได้เลย ฉันคิดว่า ที่นี่ มันต้องมีอะไร มากกว่านั้นเยอะเลย ไม่แปลกใจ ว่าทำไม พ.อ. สาวคนนั้น ถึงถามฉันย้ำไปย้ำมานักหนา ว่าแน่ใจจริงๆ หรอ ฉันเริ่มตั้งสติ ตื่นตัวอยู่ตลอด สักพักหนึ่ง ก็เดินทางมาถึง รถจอดและหยุดลง ฉันเปิดประตูรถลงไป แล้วก็ยืนอยู่สักพักพร้อมกับมองไปรอบๆ ป้ายชื่อคนไข้ที่อยู่ในมือฉันหลุดลงพื้น พร้อมกับปากที่กำลังอ้า ฉันตกใจมากๆ

สภาพที่นี่ มันไม่ต่างอะไรกับบ้านผีสิง ที่ฉันเคยดูในหนังเลย กำแพงขาวหม่นมีคราบเลอะเต็มไปหมด พร้อมกับหญ้ารกที่ขึ้นปกคลุม ประตูเหล็กหนาบานใหญ่สนิมเกาะ ฉันคิดในใจ กลับบ้านตอนนี้ยังทันไหมวะ ยังไม่ทันหายตกใจ ประตูบานใหญ่ก็เปิดออก พร้อมกับมีชายตัวสูงกล้ามใหญ่กำยำ เดินออกมาจากหลังประตูสองคน เขาเดินมาแนะนำตัว พร้อมกับต้อนรับฉัน แล้วก็ช่วยยกสัมภาระเข้าไปข้างใน ฉันเดินตามพวกเขาเข้าไป ด้วยความระแวง

ประตูเหล็กบานใหญ่ค่อยๆ ปิดลง เสียงมันดังมากๆ หลังจากที่ประตูปิดสนิท ทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ระยะทางจากหน้าประตูเข้าไปข้างในนั้น ค่อนข้างไกลพอสมควร ที่แห่งนี้ดูๆ ไปแล้ว มันกว้างใหญ่มากๆ แต่สภาพภายในที่ฉันเห็นนั้น มันดูดีเลยแหละ มีต้นไม้กับดอกไม้ พร้อมกับสนามหญ้าเขียวขจี มีโต๊ะและม้านั่งเต็มไปหมด มันแตกต่างกับสภาพภายนอกอย่างสิ้นเชิง ฉันเดินตามชายสองคน พร้อมกับหันซ้ายหันขวา

มองและสังเกตไปรอบๆ พวกเข้าพาฉันเข้าไปรอในห้อง ใต้อาคารที่พึ่งเดินเข้ามา ฉันมองออกไปนอกหน้าต่าง วิวมันดีมากๆ มีลมพัดเข้ามาตลอดเวลา รู้สึกเย็นสบายจัง อ๊า! เหมือนมาพักร้อนเลย ฉันรู้สึกดีมากๆ จนเผลอยิ้มออกมา

“สวัสดีจ๊ะ”

“ค คะ สวัสดีค่ะ” ฉันลุกขึ้น พร้อมกับสวัสดี พ.อ. สาวคนนั้นที่รับฉันเข้าทำงาน

เธอเดินเข้ามา แล้วก็มานั่งบนโซฟาตรงข้ามฉัน พร้อมกับตะโกนเรียกแม่บ้าน ให้ไปชงกาแฟมาให้

“บุหรี่ไหม” เธอถามแก้ว พร้อมกับจุดบุหรี่สูบ

“ม ไม่ค่ะ ฉันไม่สูบ” ฉันตอบไป พร้อมกับขำแห้งๆออกมา

“สูบหน่อยก็ดีนะ” เธอยิ้มมุมปาก แล้วก็หัวเราะเบาๆ

“ไง หวังว่าคงชอบที่นี่นะ”

“ค่ะ พ.อ. ฉันชอบม มันดูสงบมากๆ”

“อืม เธอชอบก็ดีแล้ว”

หลังจากที่คุยเล่นกันอยู่สักพัก พ.อ. สาว ก็พาดูเอกสารการทำงาน แล้วก็แนะนำข้อปฏิบัติต่างๆ ในการทำงานที่นี่ รวมไปถึงเรื่องราวของที่แห่งนี้ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมด ฉันก็มีความคิดเลยว่า ที่นี่มันวิเศษจริงๆ ทั้งแปลกแล้วก็น่ากลัวในเวลาเดียวกัน มันไม่เหมือนกับที่แห่งไหนบนโลกใบนี้จริงๆ ถึงจะรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่ก็ดีใจ ที่ฉันได้มีโอกาสทำงาน ในตำแหน่งที่อยากทำ ถึงแม้ว่ามัน จะจบมาไม่ตรงสายก็ตาม

“อย่างที่รู้กัน ว่าเธอไม่ใช่หมอเฉพาะทาง”

“แต่ไม่เป็นไร ไว้ไปสอบเอาทีหลัง ก็แล้วกัน เนอะ” พ.อ. สาว ยิ้มแล้วก็ยักคิ้วให้แก้ว

“เธอตั้งใจทำงาน แล้วก็เรียนรู้จากฉัน ให้มากที่สุดก็พอ”

“ค่ะ ฉันจะตั้งใจทำงานสุดฝีมือเลย” แก้วตอบอย่างมั่นใจ ก่อนพยักหน้าลง

หลังจากที่ทั้งสองคนคุยธุระเสร็จ พ.อ. ก็พาแก้วไปยังห้องพัก พอไปถึง ทั้งสองสาวก็กล่าวคำอำลา พ.อ. ปล่อยให้แก้วพักผ่อน ก่อนเดินจากไป เธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ พร้อมกับชวนหมอแก้ว เธอปฏิเสธเสียงแข็งก่อนจะยิ้มให้ หลังจากนั้นทั้งสองสาวก็แยกย้าย หมอแก้ว จัดของเข้าที่ เธอเปิดหน้าต่างออกกว้าง แล้วก็เหม่อลอย มองออกไปยังข้างในโรงพยาบาล ที่มีคนไข้เดินเล่นกันเต็มไปหมดในช่วงเย็น

ไม่นานนัก แก้วก็มานอนเล่น กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง แล้วก็หยิบคู่มือการทำงานขึ้นมาอ่าน เธออ่านมันไปเรื่อยๆ จนถึงเวลากินข้าว แก้วมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ ก่อนจะลุกไปเปลี่ยนชุดให้ดูสุภาพกว่านี้ พอลงไปถึงข้างล่าง เธอก็เจอเข้ากับ หมอและพยาบาลสิบกว่าคน กำลังนั่งกินข้าวอยู่ เธอเดินไปรับอาหาร แล้วก็มานั่งกินอย่างโดดเดียว ยัดข้าวเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ พ.อ. สาว ก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ พร้อมแจ็คแดเนียลขวดใหญ่

“เห้ยแก้ว! ใครเขากินข้าวกัน” พ.อ.กิ่ง ทักทายแก้ว ก่อนจะนั่งลงตรงหน้าเธอ

“ถ้าไม่กินข้าว แล้วจะกินอะไรล่ะค่ะ” ฉันตอบไป ขณะกำลังเคี้ยวข้าวเต็มปาก

“นี่ไง!” เธอพูด พร้อมกับยกขวดเหล้า กระดกเข้าปากแบบชิวๆ

โทษนะ! ฉันคิดในใจ หมอเชี้ยไรเนี่ย ทั้งสูบบุหรี่ ทั้งแดกเหล้า แถมทำในที่สาธารณะอีก นี่มัน… หมอเถื่อนชัดๆ

“เธอคงคิด ว่าฉัน เป็นหมอเถื่อนสินะ”

“หึ ค คะ! พ.อ.”

“เปล่าาาา ไม่มีไรหรอก กินข้าวต่อเหอะ แล้วเป็นไงห้องพัก นอนได้ใช่ไหม”

“ได้คะ”

“อืม ขาดเหลืออะไร ก็บอกแม่บ้านได้เลย”

“ขอบคุณ มากๆ นะคะ พ.อ.” ฉันยิ้ม และตอบ พ.อ. สาวสวยคนนั้นไป ขณะที่ มีหมูชิ้นใหญ่อยู่ในปาก

“จ๊ะ พักผ่อนให้เต็มที่ละกัน พรุ่งนี้จะได้เริ่มงานอย่างสดใส” เธอคนนั้นเอียงคอเล็กน้อย พร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มแสนหวาน

“อ๊อ! เกือบลืม ถ้าไม่จำเป็น… ก็อย่าออกมาเดินเพ่นพ่าน ตอนกลางคืนล่ะ”

“ท ท ทำไมหรอคะ พ.อ. อย่าบอกนะว่า… ที่นี้… มี… ผี!หรอคะ” ฉันทำหน้าแหยๆ พร้อมกับพูดเบาๆ

“ป่าววว ไม่มีหรอก ” เธอตอบฉัน พร้อมกับยิ้ม แล้วก็หัวเราะออกมาดังๆ

“นั่นแหละ ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่าออกมาละกัน ฉันขอตัวไปเมาก่อน เจอกัน!”

หลังจากกินข้าวเสร็จ แก้ว เดินด้วยความสบายใจ กลับขึ้นห้องพัก เพื่ออาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เธอนอนพลิกไปพลิกมาอยู่นาน พยายามข่มตานอนก็ไม่หลับซักที เวลาล่วงเลยไปจนถึงห้าทุ่มกว่า เธอตัดสินใจออกมาเดินเล่นข้างนอก แก้ว ค่อยๆเปิดประตูห้องออกมา มองซ้ายมองขวา ในใจตอนนั้น เธอรู้สึกเลยว่ามันเงียบมากๆ มากถึงมากที่สุด ไม่มีแม้เสียงจักจั่นหรือเสียงนกร้อง เธอค่อยๆ เดินออกไปช้าๆ ด้วยเท้าเปล่า แก้วเดินลงไปยัง ชั้นล่างของหอพัก

บรรยากาศ ก็ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่นัก เพราะระหว่างทางก็มีไฟตลอด มันไม่ได้มืดหรือน่ากลัวเลย แต่พอคิดถึงเรื่องที่ พ.อ. คนนั้นพูดเมื่อตอนเย็น ก็เริ่มทำให้ขนลุกขึ้นมาบ้าง ฉันเดินไปที่ตึกใหญ่ด้านหน้า ทางที่ฉันเข้ามาตอนแรก ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย ยามหรือพยาบาลสักคนก็ไม่มี ฉันออกไปยืนกอดอก แล้วก็ปะทะเข้ากับสายลมเย็น พร้อมกับมองออกไปยังสวนหญ้าผืนใหญ่ ก่อนจะแหงนหน้าเงยขึ้นไปบนท้องฟ้า โอ้ว! มันสวยจริงๆ

ถ้าอยู่ใน กรุงเทพ ฉันเชื่อเลยว่า คงไม่มีดาวแบบนี้ให้มองแน่ๆ อย่าว่าแต่ดาวเลย แค่เวลาจะได้ออกมาทำเรื่องเสียเวลาแบบนี้ คงไม่มีหรอก ป่านนี้ฉันคงทำงาน ไม่ก็สลบไปแล้ว ถ้าหากทำงานอยู่ในเมืองใหญ่ เห้อ! ที่นี่มันก็ไม่ได้แย่นักหรอก ออกจะดีไปด้วยซ้ำ ฉันคิดในใจตอนนั้น ซักพักฉันก็รู้ตัว ว่าออกมาข้างนอกนานแล้ว จึงตัดสินใจกลับห้องดีกว่า ก่อนจะกับขึ้นห้อง ฉันก็แวะไปที่ตู้กดน้ำ ในระหว่างที่กำลัง กรอกน้ำเข้าปากอยู่นั้น

ฉัน ก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน ลอยมาจากห้องข้างๆ ที่อยู่ไม่ไกล ฉันเงยหน้ามองขึ้นไป เอ๊ะ! ห้องพยาบาลหรอ ครุ่นคิดซักครู่ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา สงสัยมีคนอยู่ข้างในล่ะมั้ง ไม่อยากสนใจ เลยดื่มน้ำต่อ แต่ว่าแต่ ในขณะที่กำลังกระเดือกน้ำเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันอีก เสียงมันประมาณว่า…

“คุณพยาบาลครับ โอ๊ย! คุณพยาบาล” เสียงกระเส่า ของชายหนุ่ม ลอยออกมาจากในห้อง

“หึ! ฉันคิดในใจ สงสัยคงทำแผลอยู่แน่ๆ” แก้ว ทำหน้าสงสัย ก่อนส่ายหน้า แล้วก็ยิ้มออกมาเบาๆ

“อย่ากดหัวฉันสิคะ”

“หึ! กดหัว ทำไมต้องกดหัว ฉันสงสัย ทำแผลกันท่าไหนวะ” แก้ว ขมวดคิ้ว ทำหน้าสงสัย ก่อนครุ่นคิดอย่างนัก

“ก็มันเสียวนี่ครับ”

“หึ! เสียว ทำแผลหรือทำฟัน กูว่าไม่ใช่ละ” แก้ว หัวเราะออกมาเบาๆ เธอกลั้นขำไว้ไม่อยู่

หลังจากนั้น ฉันก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ๆ ห้องนั้น พอไปถึงหน้าห้องฉันก็ย่อตัวลง แล้วก็ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าไปดูอย่างช้าๆ เพราะว่าประตูไม่ได้ปิดเอาไว้ ให้ตายเหอะพระสงฆ์ ภายในม่านที่ปิดอยู่นั้น แสงจันทร์มันสาดส่องเข้ามาพอดี ทำให้เห็นเงาชายหญิงคู่หนึ่ง กำลังทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง ฉันเห็นเงาของผู้หญิง กำลังก้มหัวขึ้นลงช้าๆ ตรงเป้าของฝ่ายชาย ในขณะที่เธอกำลังทำอยู่นั้น ก็มีเสียง จ้วบจ้าบ เหมือนกำลังกินไอศกรีมอย่างอร่อย

“โอ๊ย! คุณพยาบาลครับ มันจะเกินไปแล้ว” เสียงชายหนุ่ม ครวญครางออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า

“คนไข้ อย่าดิ้นไปดิ้นมาสิคะ ฉันทำไม่ถนัด” เสียงกระซิบแผ่วเบา ภายใต้ม่านบางๆ ปรากฏร่างเงาหญิงสาว กำลังเอามือถูอะไรซักอย่าง ขึ้นลงๆช้าๆ

ฉันรีบเอามือปิดปากด้วยความตกใจ พยาบาลสาวคนนั้น เธอใช้หัวโคกโยกขึ้นโยกลง ที่เป้าของชายหนุ่มอย่างตั้งใจ ในระหว่างที่เธอทำอยู่นั้น ฉันก็เห็น เธอใช้มือรูดขึ้นรูดลงกับอะไรบางอย่างไปด้วย ภายใต้เงานั้น ฉันเห็นเธอดึงอะไรออกจากปาก แล้วก็ใช้ลิ้น ค่อยๆเลียมันขึ้นไป ตั้งแต่โคนจรดปลาย เธอเลียมันช้าๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า ชายหนุ่มเริ่มเอามือทั้งสอง มาจับหัวของหญิงสาวไว้ แล้วก็กดลงไปที่เป้าของเขาจนสุด จนหญิงสาวเหมือนจะสำรอก อะไรออกมา

“คุณคะ อย่ารุนแรงนักสิ มันจะทะลุกระเดือกฉันลงไปอยู่แล้ว” พยาบาลสาว พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ก็ผมชอบนี่ครับ มันได้อารมณ์สุดๆ ไปเลย” ชายหนุ่ม ใช้มือจับใบหน้าหญิงสาว ก่อนจะเงยหน้าเธอขึ้นมาจ้องมอง

“ยิ่งเห็นหน้าคุณพยาบาล ที่กำลังเอร็ดอร่อย กับไอศกรีมของผม”

“มันทำให้ผมเสียวสุดๆ เลย จนอยากจะให้มันออกมาเดี๋ยวนี้”

“ชอบหรอคะ งั้น… ถ้าหากมันละลาย ฉันขอกลืนลงไปได้ไหม”

“อ อ… เอาจริงหรอ คุณพยาบาล โอ๊ย”

พวกเขาทำไป พร้อมกับพูดคุย ด้วยบทสนทนาสุดสยิว พยาบาลสาวเริ่มทำไวขึ้น เธอโยกหัวขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงครางของชายหนุ่ม ที่เหมือนกำลังโดนเชือดอย่างช้าๆ เธอรูดขึ้นรูดลงพร้อมกับใช้ปากจัดการไปด้วย ฉันเห็นชายหนุ่มกระตุกแรงๆ เด้งเอวใส่หน้าของพยาบาลสาวหลายครั้ง เธอใช้มือหนึ่งรูดพร้อมกับปากทำให้กับชายหนุ่ม ส่วนอีกมือ ก็เหมือนจะลูบไล้ไปที่หน้าอกล่ำบึกของชายหนุ่ม

“คันตรงนี้หรอ”

“ช ช ใช่ครับ”

“ตรงนี้หรอ”

“ตรงนั้นแหละ คุณพยาบาล”

“เดี๋ยวฉัน จะช่วยให้คุณ ถึงสวรรค์เอง”

“อ้าฟินจัง คันตรงนั้นแหละครับ ช่วยประถมพยาบาลให้ผมหน่อย โอ๊ย!”

ฉันทนดูต่อไปไม่ไหว เพราะกลัวใจจะเตลิดไปมากกว่านี้ เลยค่อยๆ ถอยและย่องออกมา เบาๆ อย่างช้าๆ พอออกมาไกลแล้ว ฉันก็รีบเดินเพื่อกลับขึ้นไปบนห้อง ระหว่างทาง ฉันก็เห็นมีชายคนหนึ่ง เดินออกมาจากห้อง ที่ฉันเข้าไปคุยงานกับ พ.อ. กิ่ง ชายคนนั้นรีบเดินออกมา เขาไม่ทันสังเกตเห็นฉัน ไม่นานนัก พ.อ. สาว ก็เดินตามออกมาจากห้องนั้น ผมของเธอยุ่งกระเซอะกระเซิง เหงื่อไหลท่วมตัวเสื้อผ้ายับยู่ยี่ ฉันตั้งใจมองไปที่เธอ ด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

พ.อ. กิ่ง เห็นฉัน เธอยิ้มให้และไม่ได้ตกใจอะไร พร้อมกับทำมือเอานิ้วชี้มาไว้ที่ปาก จุ๊ๆ ฉันพยักหน้าตอบพร้อมกับยิ้มแห้งๆ แล้วก็เดินกลับขึ้นไปบนห้อง ในระหว่างที่กำลังเดินกลับขึ้นไป ใกล้จะถึงห้องของตัวเอง ฉันกำลังคิดถึงเรื่อง พยาบาลสาวคนนั้น แล้วก็เรื่องของ พ.อ. อีก ฉันกำลังคิดทบทวน ในสิ่งที่ฉันได้เห็น แต่ไม่ทันไร ฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆอีกแล้ว มันดังออกมาจากห้องที่ฉันกำลังเดินผ่าน

“อ๊า อ๊า อ๊า”

“ที่รักข๋า ที่รักกก”

เห้อ! อะไรกันวะเนี่ย ฉันรีบๆ เดินผ่านห้องนั้นไปอย่างรวดเร็ว พอไปถึงหน้าห้องของตัวเอง ฉันก็ยืนพิงระเบียงข้างหน้าห้อง มองออกไปพร้อมกับถอนหายในเฮือกใหญ่

“เห้อ! นี้มันอะไรกันวะเนี่ย”

“ตกลงที่นี่ มัน… โรงพยาบาล หรือส้องกันแน่”

“รู้งี้ ขอบุหรี่ พ.อ. มาไว้สักตัวก็ดี”

หลังจากที่หายเหนื่อยและตกใจ ฉันก็เดินกลับเข้าไปในห้อของตัวเอง ฉันล้มตัวลงนอน ในใจคิด มันก็ไม่แปลกหรอก ชายหญิงอยู่ด้วยกัน ห่างไกลผู้คนแบบนี้ แค่ช่วยตัวเองมันก็อาจจะไปพออะไร ฉันคิด ไม่แน่ในไม่ช้า ฉันอาจจะเป็นแบบพวกเขาก็ได้ จริงๆ มันก็ไม่ได้แย่หรือเสียหายอะไรนักหรอก มันก็เรื่องธรรมดาไหม ธรรมชาติของมนุษย์ และแล้ว ภาพเหล่านั้นที่ฉันเห็น มันก็วนเวียนกวนใจฉันอยู่ในหัว ภาพที่ชายหญิงกำลังมีความสุขกัน

เสียงร้องครวญครางด้วยความสยิว สภาพร่างกายเหนื่อยล้า เนื้อตัวที่ท่วมไปด้วยเหงื่อ หลังจากที่ผ่านศึก ใต้หว่างขามาอย่างหนักหน่วง ภาพของพวกคนเหล่านั้น มันกำลังทำให้ฉัน เริ่มที่จะ…

“อดใจไม่ไหวแล้วสิ”

บทที่2 เสียว…แปลบ!

แสงแดดยามเช้าอ่อนๆ สุดอบอุ่น สาดส่องเข้ามาแยงตา ปลุกให้ตื่นขึ้นมาจากความฝัน พร้อมเริ่มใช้ชีวิตในวันใหม่ ฉันลืมตาตื่นพร้อมกับ บิดตัวไปบิดมาบนเตียงนุ่มๆ มองไปที่นาฬิกา จึงทำให้รู้ว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องไปทำหน้าที่ ชำเลืองนอนมองออกไปที่หน้าต่าง พร้อมกับคิดถึงเรื่องเมื่อคืน ไม่ว่าจะคิดยังไง มันก็รบกวนใจอยู่ดี มันตามมากวนใจแม้กระทั่งในฝัน จนทำให้ฉันแฉะนอนเปียกอยู่ตอนนี้

ฉันเอามือลูบๆ ไปที่เป้ากางเกง แล้วก็เอาขึ้นมาดม อืม… ใช่จริงๆ นั้นแหละ ครั้งล่าสุดที่ฝันเปียกนี่มันตอนไหนกันนะ นอนคิดไปคิดมา ไหนๆ เปียกแล้ว ก็เอาสักหน่อยแล้วกัน เหลือเวลาอีกตั้งเยอะกว่าจะออกไปทำงาน ฉันเริ่มใช้มือซ้ายลูบขึ้นมาที่หน้าอกของตัวเอง ถกเสื้อขึ้นแล้วขยำช้าๆ อืมมม ฟินจัง เช้าๆ ได้อะไรแบบนี้ตอนยังตื่นไม่เต็มที่ มันรู้สึกดีจริงๆ ฉันเริ่มเอามืออีกข้าง ล้วงลงไปที่หว่างขา ลูบไปลูบมาสักพักพอให้น้ำเดิน

แล้วก็เริ่มใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลาง ยัดมันเข้าไปจนสุด อื้ม! ได้ใจเลย หลังจากนั้นก็เริ่มแยงเข้าแยงออกเร็วๆ น้ำที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในรู มันก็ไหลออกมาตามจังหวะกระแทกนิ้ว มันลื่นมือและทำให้ตรงนั้นของฉัน แฉะและเยิ้มเต็มไปหมด พอเครื่องเริ่มติดก็ชักจะมันมือขึ้นมาแล้ว ฉันเริ่มกระทุ้งเข้าไปแรงๆ อึก อึก อึก สะใจจัง มันมือมากๆ ต้องบอกว่าหน้าอกของฉัน ใหญ่-ใหญ่มาก ฉันโกยมันขึ้นมา แล้วก็เอาลิ้นตวัด เลียไปที่

จุกอมชมพูตรงนั้น พอเริ่มเสียวมากๆ ก็ใช้ปากดูดแล้วก็ขบมันเบาๆ มันทำให้ฉันฟินและมีอารมณ์มากๆ หลังจากที่เครื่องร้อนสุดๆ ฉันก็เริ่มเร่งความเร็ว กระซวกนิ้วเข้าไปในรู เร็วๆ แรงๆ แบบไม่มีพัก ฮืมมม! มันเสียวจริงๆ มันมากๆ ยิ่งใกล้จะถึง ก็ยิ่งมันสุดๆ ฉันรัวนิ้วเข้าไปในรูของตัวเองแบบไม่ยั้งมือ ไม่นานนักก็รู้สึกตัวชาเหมือนกำลังจะลอย ตัวฉันกระตุกแรงๆ 2-3 ที อ๊า! สบายจัง หมดแรงเลย อยากจะนอนต่อจัง ขี้เกียจสุดๆ

ไม่อยากลุกไปทำงาน แต่สักพักหนึ่ง ฉันก็ตัดใจลุกไปอาบน้ำ หลังจากอาบเสร็จ ก็รีบๆ มาแต่งตัว ฉันมองตัวเองไปที่หน้ากระจก แล้วก็บอกกับตัวเองว่า

“ฉันทำได้”

“ชีวิตใหม่ของฉันที่นี้”

“ฉันจะตั้งใจ ดูแลช่วยเหลือคนไข้เหล่านี้ ให้ดีที่สุด”

เริ่มงานวันแรก

เดิน…

นั่ง…

เดิน…

แล้วก็นั่ง… ผ่านไปเกือบวัน ฉันเอาแต่นั่งแล้วก็เดินดูคนไข้ต่างๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้นให้ทำเลย ฉันได้แต่เฝ้ามองพวกเขา บางคนก็นั่งซึม บางคนก็หัวเราะไม่หยุด วิ่งเล่นบ้าง ทำอะไรเหมือนกับเด็กๆ เล่นตามเพื่อนในจินตนาการของตัวเอง บางทีฉันก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าเพื่อนในจินตนาการของพวกเขา หน้าตาเป็นยังไง เหมือนกับตอนที่เรากำลังช่วยตัวเองหรือป่าวนะ ที่จินตนาการถึงหน้าใครบางคน แล้วก็ปู้ยี่ปู้ยำเขาในความคิด

“หมอแก้วคะ”

“คะ! ว่า…”

“พอดี พ.อ. ให้มาบอกว่า ให้หมอแก้ว ไปช่วยทำฟันให้คนไข้น่ะค่ะ”

“อ๋อ… ได้ค่ะ”

หมอแก้ว เดินไปยังห้องทำฟัน ระหว่างทางที่ไปนั้น เธอก็มองเข้าไปในห้องต่างๆ ที่มีคนไข้อยู่ บางคนก็แอบอยู่ในมุมห้องเล็กๆ บางคนก็วิ่งเล่นถือตุ๊กตาไปมา ในใจของหมอแก้วนั้น แอบอิจฉาคนพวกนี้เล็กๆ เธอคิดว่า มันคงมีความสุขดีนะ ไม่ต้องคิดอะไรเยอะ แค่อยากทำอะไรก็ทำ ได้วิ่งเล่นทำตัวไร้สาระ เหมือนตอนยังเด็ก มีคนคอยดูแล ไม่มีเรื่องให้กังวล ไม่ต้องทำตามใจใคร ไม่มีใครมาคาดหวังอะไรจากตัวเอง แลดูมีความสุขจัง

และแล้ว เธอก็เดินมาถึงยังห้องทำฟัน หมอแก้วเปิดประตูเข้าไป พบกับหมอผู้หญิงคนหนึ่ง เธอน่ารักผมสั้น ชื่อหมวย เป็นหมอทันตกรรมที่นี่ คอยดูแลช่องปากให้กับทุกคน หมอแก้วเดินเข้าไป แล้วก็ทักทายเธออย่างเป็นกันเอง

“ดีค่ะคุณหมอ”

“อ้าาา หมอแก้ว มาแล้ววว” เธอยิ้มให้หมอแก้ว พร้อมฉีกยิ้มจนเห็นฟัน

“ดีเลย หมวยกำลังหาคนช่วยอยู่ วันนี้คนไข้เยอะนิดหน่อย”

“แล้วจะให้ฉัน ทำอะไรดีคะ”

“ขูดหินปูนค่ะ”

“วันนี้มีมาถอนฟันเกือบสิบคน แต่ฉันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว”

“เล่นเอาก้ามขึ้นเลย ฮ่าๆๆ”

หมวย บอกให้พยาบาลที่นั่งใกล้ๆ ไปพาคนไข้คิวต่อไปมา หลังจากที่พยาบาลพาคนไข้มาแล้ว หมอแก้ว ก็เริ่มจัดการกับฟันของคนไข้

“อืมมม หมอแก้ว นี่ เก่งเหมือนกันนะคะเนี่ย” เธอพูดออกมา พร้อมทำหน้าตื่นเต้น

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” แก้วตอบพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“จริงๆ เป็นหมอฟัน นี่ เงินดีมากๆ เลยนะคะ”

“ฉันสงสัย ทำไมหมอแก้ว ถึงเลือกมาทำงาน ในที่แบบนี้”

“แล้วคุณหมวย ทำไมถึงตัดสินใจ มาที่นี่หละคะ”

“ฉันเบื่อคนไข้ กับเพื่อนรวมงานค่ะ” เธอตอบออกมา พร้อมกับหัวเราะดังก๊าก

“คนพวกนั้น ก็บ้าพอๆ กันนั้นแหละ แต่ฉันว่าคนบ้าที่นี้ยังนิสัยดีกว่า”

“ก็จริงเนอะ” แก้วตอบพร้อมกับพยักหน้า

“ส่วนฉันที่ตัดสินใจมา ก็เพราะเบื่อเมืองใหญ่ อยากหาที่สงบๆ” แก้วพูดออกมาพร้อมกับ หันไปยิ้มให้หมวย

“แม๋… แค่จะหาที่สงบ ต้องมาไกลถึงนี่เลยหรอคะ” หมวยพูดกับเธอแล้วก็หัวเราะ

“แค่เข้าไปในป่าช้า ก็ได้แล้วมั้ง ฮ่าาาาา” หมวยหัวเราะออกมาดังๆ

“ก็จริงเนอะ” แก้วพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

หลังจากที่คุยกันอย่างสนุก หมวย ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ในระหว่างนั้นก็มีคนไข้ใหม่เข้ามา เธอเป็นผู้หญิงหน้าจิ้มลิ้ม เธอเดินเข้ามาแล้วก็นอนลงที่เตียง ตามที่หมอแก้วสั่ง เธอนอนอ้าปากกว้าง หมอแก้ว เริ่มทำการขูดหินปูน ใบหน้าขอคนไข้หญิงนั้น เธอดูเสียวมากๆ เธอทำหน้าเหยเกหลับตาปี๋ มันทำให้หมอแก้ว นึกถึงภาพหญิงสาว ที่กำลังเสียวจากกิจกรรมอย่างว่า ใบหน้าของคนไข้นั้น มันดูเสียวมากๆ เหมือนกำลังฟิน

เหมือนเธอกำลังโดนอะไรบางอย่าง เข้าไปป้วนเปี้ยนตรงหว่างขา แถมตอนที่เธอทำหน้าเสียวแบบนั้น ก็มีเสียงอู้อี้ครางออกมา มันยิ่งทำให้หมอแก้วเห็นภาพชัดขึ้น ในระหว่างที่ขูดหินปูน เธอก็มีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว เธอมองใบหน้าของคนไข้สาว ที่กำลังโดนเธอขูดหินปูน เธอมองอยู่นาน ในขณะที่ทำ ก็ชำเลืองมองไปที่หว่างขาของคนไข้ เธอเห็นคนไข้กำลังจิกและงอหัวแม่โป้งเท้า หลังจากนั้น ก็กลับมา

มองหน้าของคนไข้ที่กำลังเสียว มันทำให้เธอเกิดอารมณ์และทำให้ช่วงล่างของเธอนั้น เปียกมีน้ำไหลปริ่มๆ ออกมา เธอตั้งสติแล้วก็รีบทำให้เสร็จ พอหมวยกลับมา เธอก็ขอพักแล้วไปเข้าห้องน้ำ เธอยื่นอยู่ที่อ่างล้างหน้า มองตัวเองในกระจก ด้วยสีหน้ารังเกียจตัวเอง เธอคิดถึงช่วงเวลาเมื่อกี้ ว่าตัวเธอนั้นคิดไปได้ยังไง ขณะทำงานก็ยังคิดเรื่องแบบนี้ แถมเป็นคนไข้ด้วย แก้วโมโหตัวเองมากๆ หลังจากที่ล้างหน้าตั้งสติได้

เธอก็กลับไปทำงาน พอทำงาเสร็จ เธอก็ออกมานั่งเล่นที่สวน สูดอากาศยามเย็นแล้วก็ทอดสายตาเหม่อมองไปบนท้องฟ้า ที่ฉาบไปด้วยแสงสีส้มอ่อนๆ ของพระอาทิตย์ที่กำลังตก อยู่ๆ คนไข้ที่เธอทำฟันให้ คนไข้สาวคนนั้น ก็มาปรากฏตรงหน้าเธอ คนไข้สาวขอบคุณหมอแก้วที่ช่วยทำฟันให้กับเธอ แถมยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เกือบจะชิดใบหน้าของเธอ พร้อมกับโชว์ฟันขาวสวยสะอาดให้กับหมอแก้วดู ในตอนนั้น ใจของหมอแก้ว

เต้นแรงมากๆ ใบหน้าคนไข้สาวสวย ที่เธอคิดไม่ดีไม่ร้าย กลับมาอยู่ตรงหน้า แถมเธอยังแสดงสีหน้า ที่ดูเป็นมิตรและน่ารัก หมอแก้วไม่ได้ทำอะไร นอกจากยิ้มตอบกลับไป ไม่นานนักคนไข้สาว ก็วิ่งออกไป พร้อมกับโชว์ฟันขาวๆ ของตัวเอง ให้กับคนไข้คนอื่นๆ ดู หมอแก้วมองคนไข้สาวด้วยสายตาที่รู้สึกผิด เธอไม่ได้คิดเลยว่า คนไข้นั้นจะอายุเทาไหร่ หากดูจากภายนอกก็คงจะ 30 กว่าละมั้ง แต่เธอช่างดูไร้เดียงสาเหลือเกิน

ทำตัวเหมือนเด็กๆ ถึงเวลาเลิกงาน แก้วกลับขึ้นไปบนห้อง อาบน้ำแล้วก็ลงมากินข้าว เธอเจอเข้ากับ พ.อ. ขี้เมาคนเดิม ถือขวดเหล้าเดินไปมา พ.อ.สาวหันมาเห็นแก้วพอดี เธอก็ทำท่าเหมือนเมื่อคืน จุ๊ๆ แล้วก็เดินจากไป แก้วรีบๆ กินข้าว แล้วก็ขึ้นห้องกลับไปพักผ่อน วันนี้ดูท่าทางเธอจะเหนื่อยพอสมควร เธอเคลิ้มๆ เหมือนกำลังจะหลับ ในตอนนั้นเวลา 4 ทุ่มกว่า มีเสียงเคาะปะตูดังขึ้น ก๊อกๆ ก๊อกๆ ก๊อก

เธอสะดุ้งตื่น ลุกขึ้นมาบนเตียง ขณะที่กำลังเคลิ้มๆ พอตั้งสติได้ เธอก็เดินมาเปิดประตู

“่อ่าว คุณหมวย มีอะไรหรอคะ” แก้วถามด้วยน้ำเสียงที่งัวเงีย

“นอนแล้วหรอคะคุณแก้ว หมวยถามด้วยสีหน้าที่แปลกใจ

“กำลังเคลิ้มๆ น่ะคะ” เธอตอบ แล้วก็เอาหลังนิ้วชี้มาขยี้ตา

“พอดีเมื่อวาน หมวยไม่ได้มาทักทาย”

“กะว่าวันนี้จะมาคุยเล่น ตามประสาผู้หญิ๊งผู้หญิง” เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียง ตอแหล๊ตอแหล

“อ๋อคะ” แก้วยิ้มออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“อืม… งั้นคุณแก้วพักผ่อนเหอะค่ะ ท่าทางจะเหนื่อยหน้าดู” หมวยพูดแล้วก็ทำสีหน้าเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เข้ามาก่อนสิ” แก้วพูด พร้อมกับกวักมือเรียก ให้เธอเข้ามา

“อ้าาา… ห้องสาวโสด ทำไมของน้อยจัง” หมวยถามพร้อมทำหน้าสงสัย

“ฉันเอามาแค่ที่ใช้น่ะค่ะ”

“นี่ค่ะ” หมวยพูดออกมา พร้อมโชว์บางอย่างให้แก้วดู

“หึ! เหล้าหรอคะ” แก้วทำหน้าตกใจ

“ใช่ค่ะ ฉันแอบจิกมาจาก พ.อ.”

ทั้งสองสาว นั่งกระดกเหล้าเข้าปาก แล้วก็คุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งคู่หัวเราะออกมาแบบไม่เก็บทรง เธอแนะนำตัวแล้วก็บอกแก้วว่าเธอพักอยู่ห้องไหน เธอบอกว่า พักอยู่ห้องที่สามตรงทางขึ้น หลังจากที่แก้วได้ยิน เธอก็นึกอะไรบางอย่างออก เสียงครางสุดสยิว ที่เธอได้ยินจากเมื่อคืนก่อนนั้น มันมาจากห้องที่หมวยอยู่ แก้วทำหน้าแปลกใจ หมวยจึงถามว่า มีอะไรหรอคิดอะไรอยู่ แก้วรีบตอบปฏิเสธออกไป

หมวยเล่าหลายเรื่องให้แก้วฟัง เกี่ยวกับ โรงพยาบาลแห่งนี้ เธออยู่ที่นี่มาเกือบ 3 ปี เห็นและรู้อะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็น ห้องลับ เรื่องของคนไข้แปลกๆ หรือจะเป็นพฤติกรรมของหมอบางคน ที่ดูน่าสงสัย เธอบอกกับแก้วว่า อยู่ที่นี้ก็อย่าประมาท ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี แถมหมวยยังนะนำ ที่ๆ คนส่วนใหญ่ชอบไปมีอะไรกัน เธอบอกว่า ตัวเองชอบแอบไปดูพวกนั้นบ่อยๆ แล้วก็กลับมาติ้ว เวลาผ่านล่วงเลยไปจนถึงตี 2

ทั้งคู่เริ่มตึงๆ หมวยรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว เธอบ่นออกมาว่าร้อน ซักพัก เธอก็ถอดเสื้อออก เหลือเพียงแต่เนื้อในเท่านั้น แก้วมองหมวยด้วยความตกใจ ก่อนจะสำลักเหล้าที่พึ่งกระดกเข้าปาก

“มองอะไรอะแก้ว มองนมหมวยหรอ” หมวยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“อยากดูใช่ม๊าาาา”

หลังจากพูดจบ หมวยก็ถอดเสื้อในออก ทำให้เห็นซาลาเปาขาวเนียนลูกเท่ากำมือ แก้วยิ่งทำหน้าตกใจเข้าไปใหญ่ หมวยเขยิบเข้าไปใกล้ๆ ตัวของแก้ว แล้วก็คว้ามือของเธอทั้งสองข้าง ขึ้นมาจับที่หน้าอกของตัวเอง

“เป็นไงแก้ว นมหมวยใหญ่ไหม ว่าจะไปทำเพิ่มอยู่เนี่ย” หมวยพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

ในตอนแรกนั้น แก้วดูตกใจมากๆ แต่หลังจากที่ได้สัมผัส เนินอกที่ขาวเนียนของหมวย แก้ว ก็ค่อยๆ ลูบเนินอกของหมวย แล้วก็ขยำเบาๆ เธอนวด แล้วก็เอานิ้วโป้งทั้งสองข้าง ปัดไปปัดมา บี้ที่หัวนมของหมวย

“อ๊า!… หมวยเสียวนะแก้ว อย่าสิ”

“แก้วชอบหรอ หึ… อยากเอากับหมวยไหมหละ” หมวยทำหน้าเซ็กซี่ เธอเม้มปาก แล้วก็ส่งสายตายั่วยวน

“มานี่สิ มา อืมมม” หมวยเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ แก้ว

หมวยยื่นหน้าเข้าไป แล้วก็เอาปากตัวเอง ประกบไปที่ริมฝีปากของแก้ว เธอค้างอยู่แบบนั้นสักพัก ก่อนจะถอยหน้าออกมา สองสาวมองตากัน แก้วยกมือขึ้น แล้วก็เอาไปไว้ที่หลังคอของหมวย พร้อมกับดันหน้าเธอเข้ามา แล้วก็จูบเธอแรงๆ ทั้งคู่ดูดปากแลกลิ้นกันอย่างดุเดือด เหมือนคนหิวกระหาย หมวยกดตัวแก้วลงบนเตียง พร้อมกับถอดเสื้อเธอออก หมวยเห็นเลยว่า แก้วโนบรามาตลอด หมวยโยนเสื้อทิ้ง แล้วก็ก้มลงไป

เอาหน้าแนบชิดไปกับ ส้มโอลูกใหญ่ของแก้ว เธอทั้งดูดและฟัดอย่างเมามัน หมวยใช้ลิ้น เลียไปที่หัวอมชมพูตรงหน้าอกของแก้ว เธอเลียวนเป็นวงกลม แล้วก็เอาปากดูดมันเข้าไปเต็มคำ แก้วร้องครางออกมาเบาๆ ด้วยความเสียว หมวยยังคงดูดและใช้มืออีกข้าง บีบหน้าอกของเธออย่างสนุก มือเล็กๆ ของหมวยนั้น ไม่สามารถจัดการกับ ส้มโอลูกใหญ่ของแก้วได้อย่างเต็มมือ เพราะว่ามันใหญ่มากๆ หมวยจึงใช้ปากช่วย

เธอใช้สองมือ โกยรอบๆ นมของแก้วขึ้นมา แล้วก็ใช้ปากดูดเข้าไปแรงๆ มันยิ่งทำให้แก้วเสียว และเกิดอารมณ์มากๆ แก้วเอามือมาจับหัวของหมวยเอาไว้ ลูบไปลูบมาด้วยความเสียว ก่อนจะกดตัวหมวยลงมาเข้าหาตัว และดูดหน้าอกของเธอเหมือนกัน ทั้งคู่ดูดดื่มหน้าอกของกันและกัน และใช้มือบีบเค้น เพื่อให้อีกฝ่ายเสียวและร้องออกมาดังๆ ทั้งคู่แสดงที่หน้าที่เสียวและสะใจมากๆ ไม่นานนัก แก้วก็จับตัวหมวย

พลิกกับลงมานอนบนเตียง แก้วถอดกางเกงออก ทำให้หมวย เห็นช่องเสียวที่ขาวสะอาดไร้ขนปกคลุม หลังจากถอดกางเกงตัวเองเสร็จ แก้วก็คอยๆ เอาหน้า ลงไปที่ท้องของหมวย เธอหอมเข้าไปยาวๆ แล้วก็ถอดกางเกงหมวยออก แก้วเห็นน้ำใสๆ ที่กำลังเอ่อล้นอยู่ที่ปากถ้ำของหมวย มันกำลังเยิ้มและค่อยๆ ไหลออกมา แก้วแหวกหญ้าตรงหว่างขาของหมวย ที่ขึ้นอยู่น้อยนิด แล้วก็เอาลิ้นตวัดไปมาเร็วๆ แก้วเลียเข้าไปเต็มลิ้นช้าๆ

“อ๊า แก้วจ๋า หมวยเสียว” เธอครางออกมา พร้อมกับทำสีหน้าเหยเก

“อ๊า แก้วจ๋า เสียวจัง จะขาดใจแล้ว อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

หลังจากที่ใช้ลิ้น เลียอยู่ด้านนอกรูของหมวย แก้ว ก็ใช้ลิ้นแยงเข้าไปลึกๆ ในรู เธอแยงเข้าแยงออกเร็วๆ แล้วก็ขยับลิ้นไปมาขางในรูของหมวย มันทำให้หมวยเสียวมากๆ และครางออกมาไม่หยุด เธอใช้มือจิกไปที่ผมของแก้วเอาไว้ทั้งสองข้าง แล้วก็กระเด้งหอยของตัวเองใส่หน้าของแก้ว หมวยบิดไปมาด้วยความเสียว เสียงครางเล็กๆ ของเธอนั้น มันยิ่งทำให้แก้วเกิดอารมณ์ แก้วเลียเข้าไปเต็มลิ้น ก่อนจะใช้นิ้วมือทั้งสาม

ยัดเข้าไปในรูของหมวย เธอยัดนิ้วเข้าออกรูของหมวยเร็วๆ พร้อมกับจ้องมองไปที่ใบหน้าของหมอมวย ที่กำลังเสียวได้ที่ สองสาวจ้องตากัน หมวยทำหน้าเสียวใจจะขาด แล้วก็อ้าปากค้าง ครางออกมาสุดเสียง

“แก้วจ๋า หมวยเสียว เสียวจริงๆ นะเนี่ย”

“จริงหรอ อยากให้แก้วทำอะไรเพิ่มไหม”

“แล้วแต่แก้วเลยจ๊ะ อยากทำอะไรหมวยก็ทำเลย อ๊า!”

แก้วยัดนิ้วเพิ่มเข้าไป ในรูของหมวยอีกหนึ่งนิ้ว มันทำให้หมวยเสียวและร้องออกมาดังขึ้น หมวยบอกแก้วว่า ให้เธอนั้นทำให้แก้วด้วยได้ไหม แก้วพยักหน้า หลังจากนั้น หมวยก็ยัดนิ้วเข้ามาในรูหอยของแก้วสองนิ้ว แก้วขึ้นไปคร่อมบนตัวของหมวย แล้วก็ขย่มนิ้วของเธออย่างเมามัน แก้วเอามือมาไว้ข้างหลัง แล้วก็ยัดนิ้วเข้าไปในหอยของหมวย ทั้งคู่อยู่ท่านั้นนานมากๆ ไม่มีใครขอให้อีกฝ่ายหยุด สีหน้าของทั้งสองสาว

ดูเสียวและมันมากๆ เธอทั้งสองคน ครางออกมาไม่หยุด ต่างคนก็ต่าง ยัดเยียดความเสียว เข้าไปในรูหอยของอีกฝ่าย แก้วขย่มและโยกอย่างเมามันบนนิ้วของหมวย ส่วนหมวยนั้น ก็ตอดและรัดนิ้วของแก้ว ที่กำลังกระซวกเข้ามา

“อ๊า คุณหมวย แก้วจะเสร็จแล้วนะ”

“หึ จะแตกแล้วหรอ รอหมวยด้วยสิ”

“อ๊า อ๊า อ๊า ไม่ไหวแล้ว อิ๊ อิ๊ อิ๊อออออ!”

“อีกนิดนะแก้ว อีกนิด หมวยจะถึงแล้ว อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาาาาา!”

ทั้งสองสาวกระตุกแรงๆ พร้อมกัน แล้วก็ปล่อยน้ำออกมาเลอะเต็มที่นอน สองสาวนอนกอดกัน ด้วยสภาพที่หมดแรง แล้วก็เผลอลับไปทั้งคู่ วันใหม่มาเยือนถึงเวลาเช้า แก้วสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก แก้วสะกิดและปลุกหมวยให้ตื่น หมวยนอนงัวเงียและไม่ยอมตื่นไปอาบน้ำ ส่วนแก้วนั้นไม่สนใจ เธอรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว และลงไปกินข้าว ในวันนี้สภาพของแก้วนั้น ดูอ่อนเพลียมากๆ ซักพัก พ.อ. สาวก็เดินเข้ามา เธอพูดว่า

“เมื่อคืน เกือบเรียกรถพยาบาลละ”

“นึกว่ามีใครฆ่ากันตาย”

พ.อ. สาวพูดออกมาลอยๆ แล้วก็หันไปขยิบตาให้แก้ว เธอมองไปที่หน้า พ.อ. สาว แล้วก็ยิ้มตอบออกไปด้วยความละเหี่ยใจ หลังจากที่ พ.อ. พูดออกมา ก็มีพยาบาลสาวคนหนึ่ง พูดขึ้นมาว่า

“ก็นู๋เสียวนิคะ”

“เวลา พ.อ. เสียว”

“พ.อ. ไม่ร้องหรอคะ”

“ฉันไม่ร้องหรอก เพราะมันคาอยู่ในปาก” พ.อ. ตอบ แล้วก็แลบลิ้นให้พยาบาลสาวคนนั้น

คนในห้องทานอาหารหลายคน ต่างพากันขำเบาๆ ไม่นานนัก หมวยก็ลงมาหาอะไรกินด้วยสภาพเร่งรีบ

“นี่ก็อีกคน” พ.อ. พูดแล้วมองไปที่หมวย

“หึ อะไร พ.อ.” หมวยตอบขณะที่มีขนมปังเต็มปาก

“พักบ้างก็ ได้ดดด ใช้งานเยอะขนาดนี้ ไม่พังหมดแล้วไง” พ.อ. พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ

“ก็มีอยู่รูเดียวนิคะ ไม่ใช้ตอนนี้ ละจะให้ไปใช้ตอนไหน” หมวยตอบพร้อมกับยิ้มกวนๆ ให้ พ.อ.

หลังจบบทสนทนาชวนเหนื่อยใจ ทุกคนก็รีบกินข้าว แล้วก็ไปทำหน้าที่ขอตัวเอง ในช่วงพัก แก้วออกมาเดินสูดอากาศ เธอดื่มกาแฟเย็น แล้วก็มองดูเหล่าคนไข้ วิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน เธอมองไปที่คนไข้สาวคนหนึ่ง เธอคนนั้นดูเด็กมากๆ น่าจะอายุ 17 ได้มั้ง เธอเดินถามคนไข้แล้วก็พยาบาลหลายคน เธอถามว่าเห็นลูกเธอไหม ลูกเธออยู่ไหน ฉันนี่ไม่สงสัยเลย ว่าเธอผ่านเรื่องอะไรมา แม้ในขณะที่เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้

จิตใจของเธอ ก็ยังวนเวียนอยู่ในเหตุการณ์ที่เลวร้าย ฉันมองเธอ แล้วก็หดหู่ใจ โลกแห่งความเป็นจริงที่แสนเลวร้าย มันยังตามมาหลอกหลอน ในโลกที่บิดเบี้ยวแห่งนี้ หรือจริงๆ แล้ว การมีชีวิต นั้นคือสิ่งที่โหดร้ายกันนะ ฉันคิดในใจ ไม่นานนัก ก็มีบุรุษพยาบาล ถือตุ๊กตาเด็กมาให้เธอ คนไข้สาวอุ้มตุ๊กตาเด็กเอาไว้ ในอ้อมแขนอย่างเหนียวแน่น เธอตั้งใจดูแลทะนุถนอมมันเหมือนเป็นคนจริงๆ เธอร้องเพลงกล่อมเด็กด้วย

หลังจากได้ตุ๊กตาเด็กมาแล้ว เธอก็เดินถามคนไข้คนอื่นๆ ว่าลูกของเธอน่ารักไหม แล้วก็แนะนำตุ๊กตานั้นให้คนอื่นๆ รู้จัก อยู่ ภาพความทรงจำของแก้วก็โผล่ขึ้นมา เธอเห็นตัวเธอเอง นอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่ แล้วแม่ของเธอนั้นก็อุ้มพาไปเดินเล่น แนะนำคนอื่นๆ ให้เธอรู้จัก แก้วนั่งลงพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วก็กางนิ้วออก หลังจากนั้นแก้วก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นมันดูเหนื่อยๆ

“คนไข้คะ คนไข้! กินยายังคะ”

“อ่าว คุณหมวย”

“ไง คิดอะไรอยู่” หมวยถามแก้ว พร้อมกับนั่งลงข้างๆ แล้วก็ซบไปที่ไหล่

“เปล่าคะ แค่… เรื่องไร้สาระนะ” แก้วตอบออกมา พ้อมกับถอนหายใจ

“ฉันก็เป็นเหมือนกันนะ” หมวยพูดออกมา

“บางที อยากนั่งเฉยๆ ไม่อยากคิดอะไร”

“อยากไปหาที่นั่งโง่ๆ แต่ลืมไป ว่านั่งที่ไหนก็โง่ ฮ่าๆๆ” หมวยพูดออกมาแล้วก็ขำ

“ไม่หรอกค่ะ คุณหมวยเก่งจะตาย” แก้วพูดแล้วก็เอียงหัวไปหาหมวย

“หมอแก้วก็เก่งนะ”

“แก้วเนี่ยนะคะ”

“อืม! ก็เมื่อคืน เล่นหมวยซะหมดแรงเลย”

“เห้อ! คุณหมวยเนี่ยนะ จริงอย่างที่ พ.อ. พูดเลย”

ทั้งสองสาวหัวเราะออกมา แล้วก็เหม่อมองไปบนท้องฟ้า ทั้งคู่ถอนหายใจพร้อมกัน แล้วก็ยิ้ม

“อิจฉาพวกเขาจัง” หมวยพูดออกมา ด้วยสีหน้าเหนื่อยๆ

“ถ้าวันหนึ่งฉันเกิด…”

“เป็นบ้าขึ้นมา”

“มันก็คง…”

“ดี”

บทที่3 ศพ…แรก

ในดึกคืนหนึ่ง วันที่ฟ้าแจ่มใส แต่ไร้ดวงดาว มีเพียงแค่แสงจันทร์ คอยให้ความสว่าง สาดส่องลงมาเห็นชายหญิงคู่หนึ่ง กำลัง…

“อืมมม อย่าดิ้นสิ” เสียงชายหนุ่ม

“ไม่เอา เดี๋ยวคนเห็น” เสียงหญิงสาว

“ก็ผมทนไม่ไหวแล้วนิ”

“จะเอาหรอ” หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่ม

“ไม่อยากเอากับผมหรอ”

“งั้นไปตรงนั้นกัน”

พยาบาลสาว พาบุรุษพยาบาลหนุ่ม ไปตรงบันไดหนีไฟ ที่ประจำของพวกเขา พอไปถึงทั้งคู่ก็เริ่มจูบปาก แลกลิ้นกันอย่างดุเดือด ชายหนุ่ม เริ่มไซร้คอพยาบาลสาว ทั้งสองข้างอย่างเมามัน เขาใช้ริมฝีปากกับลิ้น ดูดและเลียบริเวณต้นคอของเธอ พยาบาลสาวครางออกมาเบาๆ ด้วยความเสียว เพราะเธอเริ่มมีอารมณ์ บุรุษพยาบาลหนุ่ม ถกเสื้อพยาบาลสาวขึ้น แล้วก็ถอดมันออก เขาแหวกเสื้อในพยาบาลสาว แล้วก็รีบ

เอาหน้าเข้าไปซุก เขาใช้ปาก ดูดไปที่หน้าอกของพยาบาลสาวอย่างอร่อย เธอกัดปากตัวเองด้วยความเสียว แล้วก็กดหัวชายหนุ่มลงไปให้มิดหน้าอกของเธอ ขณะที่บุรุษพยาบาลหนุ่ม กำลังเมามันกับเต้าคู่ใหญ่ของพยาบาลสาวทั้งสองข้าง อีกมือหนึ่งของเขา ก็ล้วงลงไปที่หว่างขาของเธอ แล้วก็จกเข้าไป เขาใช้นิ้วเขี่ยและคลึงไปที่เป้าของพยาบาลสาว ไม่นานนัก หว่างขาของพยาบาลสาวก็เปียก และมีน้ำปริ่มๆ เอ่อล้นออกมา

“ที่รักจ๋าาา”

“ครับที่รัก”

“ใส่เข้ามาเลยสิ ไม่เอานิ้วแล้ว”

“จ๊ะ”

บุรุษพยาบาลหนุ่ม ย่อตัวแล้วก้มลงไป ที่หว่างขาของพยาบาลสาว หลังจากนั้นเขาก็ถอด กางเกงในลายลูกไม้ สีแดงสุดเซ็กซี่ของเธอลง แล้วก็เอาหน้าเข้าไปฟัด เขาดูดและเลีย น้ำที่กำลังไหลออกมาปริ่มๆ จากรูของหญิงสาว เขาเอาลิ้นตวัดไปมารัวๆ ก่อนจะแยงลิ้นเข้าไปในช่องเสียวของเธอ พยาบาลสาวรีบเอามือปิดปาก เพราะเธอเผลอ ครางออกมาเสียงดังด้วยความเสียว เสียงดังก้อง ไปทั่วทางเดินบันไดหนีไฟ

พยาบาลสาว ค่อยๆ ครางออกมาเบาๆ ในลำคอ เพราะเธอเสียวและได้อารมณ์มากๆ ไม่นานนัก บุรุษพยาบาลหนุ่มก็ลุกขึ้นมา แล้วก็พาพยาบาลสาว ไปที่ราวบันได เขาถอดกางเกงออก แล้วบอกให้พยาบาลสาว จัดการกับมะเขือยาวลูกใหญ่ของเขา พยาบาลสาวคนนั้น เธอจับไปที่มะเขือยาวลูกใหญ่ พร้อมกับรูดขึ้นรูดลงช้าๆ หลังจากที่มันโตเต็มที่ เธอก็ใช้ลิ้นเลียไปที่หัวของมัน ยัดมันเข้าไปในปาก เธอเลียและก็อมมันเข้าไป

ยัดเข้าออกปากของเธออย่างสนุก ไม่นานนักบุรุษพยาบาลหนุ่มเริ่มทนไม่ไหว เขาจับเธอยืนขึ้น แล้วก็หันตัวเธอเข้ากับราวบันได จากนั้น เขาก็เสยเจ้ามะเขือยาว ยัดเข้ามาในรูของเธอ พยาบาลสาว ครางออกมาเสียงดังด้วยความจุก ชายหนุ่มจับก้นของเธอ แล้วก็เริ่มกระแทก เสียงกระแทกของชายหนุ่ม เคล้าคอลไปกับเสียงครางของเธอด้วยความเสียว ซักพัก หลังจากเครื่องเริ่มติดเต็มที่ เขาก็กระแทกแรงขึ้น และเร็วขึ้น

“อุ๊ย! เสียว อ๊า อ๊า อ๊า” เสียงพยาบาลสาว

“ที่รักจ๋า เค้าเสียว อิ๊ อิ๊ อิ๊”

“อ๊า เสียวอะ แน่นจัง อ๊า อ๊า”

พยาบาลสาวจับราวบันไดเอาเพื่อยึด เพราะตัวเธอกระเด้งแรงมาก จากแรงกระแทกของชายหนุ่ม หลังจากที่กระหน่ำแทงอยู่ข้างหลังของพยาบาลสาว ชายหนุ่ม ก็พลิกตัวเธอกลับมา แล้วก็ยัดมะเขือยาวลูกใหญ่ เข้าไปในรูของเธออีกครั้ง ชายหนุ่มมองหน้าพยาบาลสาว ที่กำลังเสียวสุดขีด ดวงตาเธอเป็นกระกาย พร้อมกับมีน้ำคอลที่อยู่เบ้าตา เธออ้าปากค้างและครางออกมาไม่หยุด ชายหนุ่มใช้แรงที่มี เสยเข้าไปเร็วๆ ในรูของเธอ

“อ๊า อ๊า ที่รักจ๋า เค้าเสียว”

“เป็นไง หึ! หายคันหรือยัง”

“ยังค่ะ ยังไม่หายคันเลย อ๊า อ๊า”

“แบบนี้ต้องจับฉีดยาบ่อยๆ แล้ว”

“อ๊า อ๊า อ๊า แทงเข้าไปลึกๆ เลย”

“แบบนี้หรอ แบบนี้ใช่ไหม! หึ หึ “

“อ๊า! สะใจจัง เอาอีก เอาอีกสิคะ”

ชายหนุ่ม ยกขาพยาบาลสาวไว้ข้างหนึ่ง อีกมือหนึ่ก็บีบหน้าอกของเธอ แล้วก็กระแทกมะเขือยาวลูกใหญ่ เข้ามาในรูของพยาบาลสาวแรงๆ พยาบาลสาวทำหน้าเสียวสุดขีด แล้วก็ครางออกมา ชายหนุ่มเห็นสภาพของพยาบาลสาว ที่กำลังเสียวแบบสุดขีด เขาก็ยิ่งทำแรงขึ้น เขากระแทกเข้ามารัวๆ แบบไม่มีพัก พยาบาลสาวเริ่มเอามือ มากอดคอชายหนุ่ม เพราะเสียวและทนแรงกระแทกไม่ไหว เธอครางใส่หน้าชายหนุ่ม

“อ๊ะ อ๊ะ ที่รักข๋า ที่รักกก”

“แรงอีกสิ แรงอีก แรงอีก”

“ชอบแรงหรอจ๊ะ”

“ค่ะ! เค้าชอบ ทำแรงๆ เลย แรงๆ อ๊า อ๊า”

ในขณะ ที่ทั้งคู่ กำลังเข้าด้ายเข้ารูกันอย่างเมามัน ก็มีสายตาคู่หนึ่ง กำลังจับจ้องมาที่พวกเขา แบบไม่ละสายตา ดวงตาคู่นั้น จ้องมองด้วยความตั้งใจ มองดูชายหญิง ที่กำลังร่วมรักกันอย่างดุเดือด เขาเฝ้ามองอยู่ในเงามืด หลังประตูหนีไฟ แบบนิ่งเงียบและไม่ส่งเสียง เขามองดูพยาบาลสาว ที่กำลังแสดงออกถึงความร่านที่มีในตัว ใส่แท่งเสียวอันใหญ่ ที่กำลังเข้าออกรูของเธออย่างสนุก เธอดูดุดันมากๆ เหมือนคนละคน

“แรงพอไหม หึ แรงไหม”

“แรงอีก แรงอีกสิ ทำได้แค่นี้หรอ อ๊า อ๊า”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า อ๊า อ๊าาาาาา!”

ชายหนุ่ม กระแทกสุดแรงเกิด เขาทำหน้าสะใจมากๆ ที่เห็นพยาบาลสาว กำลังโดนเขาทำร้ายรูหอยของเธอ หลังจากที่ยืนทำอยู่นาน ชายหนุ่มก็ลงไปนั่งที่บันได แล้วก็บอกให้พยาบาลสาว ขึ้นมาคร่อมบนตัวของเขา หลังจากนั้น เธอก็ยัดเจ้ามะเขือยาวลูกใหญ่ เข้าไปในรูของเธออย่างเร่งรีบ พยาบาลสาว จับไหล่ชายหนุ่มเอาไว้ แล้วก็ออกแรงกระแทกลงมา ที่มะเขือยาวลูกใหญ่ของชายหนุ่ม ที่กำลังคาอยู่ในรูหอยของเธอ

เธอขย่มมันแรงๆ เท่าที่จะทำได้ ในขณะที่กำลังขย่มอย่างเมามัน บุรุษพยาบาล ก็เอาปากมาดูและเลีย ไปที่หน้าอกของเธอ ทั้งคู่เหงื่อท่วมตัวจากไฟร่าน ที่กำลังโหมกระหน่ำ ทั้งคู่มอบความเสียวให้กันแบบไม่มีพัก สีหน้าของพยาบาลสาว ที่กำลังขย่มให้ชายหนุ่มนั้น ใบหน้าของเธอช่างดูเซ็กซี่และเร่าร้อนสุดๆ พยาบาลสาวกระแทกได้สักพัก เธอก็เปลี่ยนมาโยกเจ้ามะเขือยาว เธอโยกอย่างเมามัน พร้อมครางออกมาด้วยความเสียว

“อ๊า! ที่รักจ๋า เค้าไม่ไหวแล้ว”

“จ๊ะ ผมก็จะไม่ไหวเหมือนกัน”

“อ๊า อ๊า จะแตก จะแตกแล้ว”

“อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า อีกนิด อ อ อีกนิด อ๊า!”

หลังจากควบเจ้ามะเขือยาวอยู่พักหนึ่ง พยาบาลสาวก็กระตุกแรงๆ ใส่ร่างชายหนุ่ม พร้อมมีน้ำไหลเยิ้มออกมา เลอะเต็มเป้าของเธอ เมื่อชายหนุ่มเห็นเช่นนั้น เขาใช้มือจับเอวเธอไว้ทั้งสองข้าง แล้วก็กระแทกมะเขือยาวของตัวเอง เสยขึ้นมาใส่รูพยาบาลสาว แรงๆ เร็วๆ เขากระแทกไม่หยุด จนพยาบาลสาวต้องร้องขอชีวิต ช่วยให้เขาหยุดกระแทกเสียที ไม่นานนัก บุรุษพยาบาลหนุ่ม ก็กระแทกเข้ามาแรงๆ ครั้งสุดท้าย แล้วก็ลุกขึ้น

จับพยาบาลสาว นั่งลงกับบันได พร้อมกับสาวเจ้ามะเขือยาวลูกใหญ่ของเขา ปล่อยน้ำใส่ใบหน้าที่เหนื่อยล้าของเธอ น้ำนั้นพุ่งออกมากระเด็นใส่หน้าและริมฝีปากของเธอ เลอะเต็มไปหมด หลังจากที่เขาปล่อยออกมาเสร็จ ก็เอามันยัดเข้าไปในปากของพยาบาลสาว เธออมและเลียทำความสะอาดมันอย่างตั้งใจ ชายหนุ่ม เอามะเขือยาวของเขา ปาดและเช็ดน้ำที่เลอะอยู่ตรงใบหน้าของเธอ เอาไปไว้ที่ปาก เพื่อให้เธอกลืนลงไป

หลังจากที่ทั้งคู่ บรรเลงเพลงเสียวกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันไป ทำหน้าที่ของแต่ละคน พวกเขาเดินออกไป ผ่านสายตาคู่นั้น ที่กำลังจ้องมองพวกเข้าอยู่ในความมืดมิด สายตาปริศนา ที่มองและยิ้ม อยู่ในเงามืดทมิฬ

กรี๊งงงงงง เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น แก้วเอื้อมมือปิดนาฬิกาปลุก แล้วก็ลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ เธอมองออกไปตรงหน้าต่าง ที่มีแดดยามเช้าอ่อนๆ ส่องเข้ามา หลังจากนั้นก็ลุกไปอาบน้ำ แต่งตัวเตรียมไปทำงาน

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อแก้ว อายุ 26 ปี ฉันทำงานเป็นหมอ ที่โรงพยาบาลจิตเวช ที่มีชื่อว่า ฟินาเล่ จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เป็นหมอเฉพาะทางของด้านนี้ ฉันจบทันตกรรมมา ฉันไม่ได้ทำให้คุณเสียวฟันได้เท่านั้น ฉันยังทำให้คุณเสียวอย่างอื่นได้อีก แต่เพราะความจำเป็นบางอย่าง ฉันจึงไม่ได้ไปเรียนอย่างที่ตั้งใจไว้

ใจจริงฉันอยากจบหมอออกมา แล้วได้มาช่วยคนเหล่านี้ แต่นั่นแหละ พอฉันเสียคนในครอบครัวไปก่อนจะเรียนจบ ฉันจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง ไปเป็นหมอฟันเพื่อหาเงินให้ได้เยอะๆ ฉันจึงตัดสินใจ กลับมาทำแบบที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้แต่แรก โชคดี ที่มี พ.อ. สาวใจดี ให้โอกาสฉันได้ลองโชว์ฝีมือ ฉันจึงตั้งใจกับมันมากๆ พยายามให้สุดชีวิต นี่ก็ผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ที่ฉันได้เข้ามาใช้ชีวิต และทำงานอยู่ที่นี่

มันก็สนุกดีนะ สบายใจดี วันนี้ก็เป็นอีกวันที่อากาศแจ่มใส และคนไข้ต่างๆ ก็อารมณ์ดีเช่นเคย ถึงแม้บางคน ยังคงนั่งซึมอยู่ที่เดิมก็ตาม สำหรับการใช้ชีวิตในนี้ ก็ไม่ต่างอะไรจากตอนแรก ฉันยังคงเห็น หมอและพยาบาลต่างๆ หาสถานที่เหมาะๆ แล้วก็เข้าไปบวกกัน เพื่อคลายความเหงาที่มีในใจและหว่างขา ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ไม่บ่อยเท่าไหร่ หมวยมักจะมาเคาะประตูกลางดึกๆ แล้วเราก็บวกกันอย่างดุเดือด

แต่บางคืน เธอก็จะไปเอากับคนอื่น ซึ่งฉันก็เข้าใจดี ไม่ได้หึงหรือหวงอะไร เพราะเราเป็นแค่คู่ขาเวลาเหงาเท่านั้น ไม่สิ! แทบจะทุกคนในนี้เลยก็ว่าได้ ไม่มีใครคบกันจริงจัง ไม่แปลกหรอก ถ้าจะว่าไปที่นี่ ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากคุก เพียงแค่มันอยู่ไกลผู้ไกลคน จะเข้าเมืองแต่ละที ก็กินเวลาไป 1-2 ชั่วโมง ซึ่งการหากินใกล้ๆ ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้ว ฉันมีความสุข แถมยังมีคนไข้คนหนึ่ง ที่คอยมาแหย่ และเล่นกับฉันเป็นประจำ

เหมือนเธอจะชอบฉันเป็นพิเศษ ยังจำกันได้ไหม คนไข้ที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง คนที่ฉันคิดอะไรแปลกๆ ด้วยตอนทำฟัน เธอคนนั้นแหละ คนไข้คนนั้น เธอมักจะมาให้ฉันดูฟันให้ แล้วก็ขอฉันขี่หลัง ซึ่งตัวเธอเล็กมากๆ ฉันมักจะให้เธอขี่หลังแปบหนึ่ง แล้วก็พาเดินไปรอบๆ สวน เธอชอบดมผมฉันตอนขี่หลัง แล้วก็บอกว่าหอมมากๆ จะว่าไปแล้วฉันก็คิดถึง เมื่อไหร่เธอจะมาซักที นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้ว ฉันยังไม่เห็นเธอเลย

หรือว่า… เธอแอบไปเล่นตรงไหนที่ฉันไม่เห็น หรือไม่สบายกันนะ พูดแล้วก็เดินสักหน่อยดีกว่า

“ฝนคะ คุณฝนนนนน” แก้วเรียกหาเธอ ตามมุมตึก และห้องต่างๆ

“อยู่ไหนเอ่ยยยย”

“คุณฝนนนน อยู่ไหนค่ะ”

“ออกมาให้แก้วดูฟันหน่อยสิ”

“อยู่นี่หรือเปล่านะ…?” แก้วทำหน้าสงสัย

หลังจากนั้น… เธอก็เดินเข้าไป ในซอกหลังอาคารแคบๆ เธอเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ และแล้วเธอก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง เหมือนคนกำลังคุยกัน พอเดินเข้าไปใกล้ๆ มันก็ยิ่งได้ยินชัดขึ้น ก่อนจะพ้นมุมตึก เธอค่อยๆ เอียงคอแล้วชะโงกหน้าออกไปดู

“คุณแม่ครับ” เสียงชายหนุ่มพูดขึ้น

“ใครน่ะ ลูกแม่หรอ” เสียงหญิงสาวกำลังถาม

“ใช่ครับผมลูกแม่เอง”

“ลูกแม่จริงๆ ด้วย!”

“ผมคิดถึงแม่จัง”

“จ๊ะ มากอดแม่มา”

ภาพที่แก้วเห็น คือคนไข้เด็กผู้หญิง กำลังกอดกับบุรุษพยาบาล เธอคือคนนั้น เด็กที่มักจะตามหาตุ๊กตาบ่อยๆ แล้วก็บุรุษพยาบาลหนุ่มคนเดิม ที่คอยเอาตุ๊กตามาให้เธอ ทั้งคู่กำลังกอดกัน ถึงแม้ว่าจะดูภายนอก เหมือนทั้งคู่รักและเป็นแฟนกัน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะบทสนทนานั้น มันไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ชายหนุ่มคนนั้นกำลังหลอกใช้ และหาผลประโยชน์ จากสภาพจิตใจของเธอ ชายหนุ่มเริ่มใช้มือลูบไปมาที่หน้าอกหญิงสาว

“แม่ครับผมหิวจังเลย” บุรุษพยาบาล ส่งสายตาอ่อนวอนไปที่คนไข้สาว

“หิวหรอลูก งั้นมากินนมแม่มา”

บุรุษพยาบาลคนนั้น ปลดกระดุมเสื้อเธออก แล้วก็เอาหน้าเข้าไปดูดนมของเธอ เขาดูดและเลียมันอย่างอร่อย ส่วนอีกมือ ก็บีบหน้าคนของคนไข้สาวไปด้วย สีหน้าของคนไข้สาวนั้น ดูดีใจมากๆ แล้วเธอก็เม้มปากไปด้วย เธอจับหัวบุรุษพยาบาล แล้วก็ลูบไปมา

“เป็นไงจ๊ะลูกแม่”

“อร่อยจังเลยครับ”

“ชอบหรอ งั้นกินเยอะนะลูก”

บุรุษพยาบาล ดูดนมของเธออย่างเมามัน พร้อมกับบีบหน้าอกของเธออย่างสนุกมือ คนไข้สาวเริ่มครางออกมาเบาๆ

“เป็นอะไรหรอครับแม่”

“แม่รู้สึกดีนะจ๊ะ รู้สึกดีมากๆ เลย อ๊า” เธอตอบแล้วก็ครางออกมาเบาๆ

หลังจากที่ดูดนมคนไข้สาวอย่างอร่อย เขาก็เปลี่ยนมาหอม แล้วก็ไซร้ซอกคอของเธอ เขาดูไปที่คอของเธอแรงๆ แล้วก็ใช้มือทั้งสองข้าง ขยำหน้าอกของคนไข้สาว เธอเริ่มปล่อยเนื้อปล่อยตัว ใช้สองมือแตะพื้นแล้วเอนตัวไปด้านหลัง

“ลูกจ๊ะ จะทำอะไรหรอ” คนไข้สาวมองหน้าบุรุษพยาบาล แล้วก็ยิ้มอ่อนๆ

“ผมคิดถึงแม่จังเลยครับ ขอหอมได้ไหม”

“เอาสิจ๊ะ หอมเลย”

“อืมมม หอมจัง หอมตรงนี้ด้วยได้ไหม” เขาหอมแก้ว แล้วก็ใช้ลิ้น เลียเข้าไปในรูหูของเธอข้างใบหน้า

“เอาสิจ๊ะ อ๊ะ!”

“อย่าทำแม่แรงสิจ๊ะ อ๊ะ!”

“ลูกจ๋า ทำไมลงไปหอมตรงนั้นหละ” คนไข้สาวมองดูบุรุษพยาบาล ที่กำลังก้มลงไปที่หว่างขาของเธอ

“ผมคิดถึง ตอนที่ผมคลอดออกมาน่ะครับ”

“อยากจะลงไปดูมันอีกครั้ง”

“เอาสิจ๊ะดูเลย” คนไข้สาวพูด พร้อมกับแหกขาทั้งสองออกกว้าง

บุรุษพยาบาล มุดเข้าไปในกระโปรงของคนไข้สาว แล้วก็ใช้ปากกับลิ้น ดูดเลียไปที่รูของเธอ คนไข้สาวจับหัวของบุรุษพยาบาล แล้วก็ลูบไปมา เธอค่อยๆ ครางออกมาเบาๆ ชายหนุ่ม มุดออกมาจากกระโปรง ด้วยเหงื่อที่ท่วมหน้า เขาถกกระโปรงของคนไข้สาว ขึ้นไปถึงเอวของเธอ หลังจากนั้น ก็ลงไปเลียที่รูของเธอต่อ คราวนี้ เขาเลียอย่างเมามันมากๆ เสียงดังจ๊วฟๆ แถมใช้มือบี้เม็ดตรงนั้นด้วย จนคนไข้สาวเริ่มครางออกมาเสียงดัง

ดูเหมือนบุรุษพยาบาลจะทนไม่ไหว เขาลุกขึ้นนั่งชันเข่า แล้วก็รูดซิบลง ควักงูเหลือมยักษ์ออกมา คนไข้สาวดูประหลาดใจ ถามบุรุษพยาบาลไปว่า

“ถอดกางเกงทำไมหรอลูก” คนไข้สาวถามพร้อมทำหน้าสงสัย

“ผมคันตรงนี้จังเลยครับแม่ ช่วยผมเกาได้ไหม”

“แต่มือ… แม่เลอะนะลูก”

“ใช้ปากสิครับ”

“ด ได้จ๊ะ ลูกแม่”

คนไข้สาว จับเจ้างูเหลือมยักษ์ ของบุรุษพยาบาล ยัดใส่เข้าไปในปาก เธออมมันเข้าไป แล้วก็เลียจนทั่ว ตั้งแต่โคนจรดปลายหัว เธอรูดเข้ารูดออกด้วยปากของเธอ จนมันเปียกและเชื่อมได้ที่ สักพักหนึ่ง เธอก็คายมันออกจากปาก พร้อมกับถามบุรุษพยาบาลว่า…

“ทำไมมันใหญ่จัง”

“เมื่อกี้ ตอนเอาเข้าไปในปาก มันยังเล็กอยู่เลย”

“หรือว่า… มันบวมขึ้นหรอ”

“ลูกยังไม่หายคันหรอจ๊ะ”

“ยังครับ แม่ต้องทำไวกว่านี้”

คนไข้สาว เอามือทั้งสองข้าง มาเช็ดที่เสื้อตัวเอง แล้วก็จับงูเหลือมยักษ์ ของบุรุษพยาบาลกลับเข้าไปในปาก คราวนี้ เธออมเข้าออกเร็วๆ พร้อมกับใช้มือรูดขึ้นรูดลง ทำไปได้สักพัก เธอก็เอาออกจากปาก แล้วก็ชักขึ้นชักลงไวๆ พร้อมกับถามบุรุษพยาบาลว่า หายคันหรือยังลูก บุรุษพยาบาลทำหน้าเสียว พร้อมกับบอกว่า ใกล้แล้วครับแม่ อีกนิด อีกนิด ไม่นานนัก หลังจากที่คนไข้หญิง สาวขึ้นสาวลงรัวๆ บุรุษพยาบาลก็กดหน้าเธอ

ให้จมไปกับเจ้างูเหลือมยักษ์ เขากระตุกแรงๆ หลายที ก่อนจะปล่อยน้ำ เข้าไปในปากของเธอ น้ำที่เข้าไปในปากคนไข้สาวนั้น มันไหลเยิ้มออกมาข้างๆ ปาก ขณะที่มีเจ้างูเหลือมใหญ่ กำลังนอนแนบนิ่งอยู่ในปากของเธอ ไม่นาน บุรุษพยาบาลก็เอามันออก คนไข้สาวยังคงใช้มือรูดขึ้นรูดลง แต่ว่า… เจ้างูเหลือมก็อ่อนแรงหมดสภาพ ห่อเหี่ยวกลับไปเล็กเท่าเดิม คนไข้สาวดีใจ ที่เขาหายคันและไอ้นั้นก็เล็กลง แต่มันยังไม่จบ

“แม่ครับ”

“จ๊ะ”

“หันหลังสิ ผมมีอะไรจะให้”

“ได้จ๊ะ”

คนไข้สาว คุกเข่าหันหลังเอามือแตะพื้น บุรุษพยาบาลหนุ่ม ถกกระโปรงของคนไข้สาวขึ้นไปไว้ที่เอว แล้วก็สาวงูเหลือมของเขาเร็วๆ ให้ตื่นขึ้น ในตอนนั้น ฉันสุดจะทนกับการกระทำของเขา ฉันเหลือบไปเห็นท่อนเหล็ก ที่วางอยู่ใกล้ๆ ฉันหยิบมันขึ้นมา แล้วค่อยๆ ย่อง จะไปตีเขาจากด้านหลัง ทันใดนั้นเอง… จู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น เสียงผู้หญิงกรีดร้องดังลั่น ฉันตกใจมากๆ ส่วนคนไข้กับบุรุษพยาบาลก็ตกใจเช่นกัน คนไข้สาวเข้ามากอดเขา

ในตอนนั้น ฉันรีบวิ่งออกมา แล้วก็ตามเสียงนั้นไป ในใจฉันคิดตลอดเลยว่า อย่าให้ใครเป็นอะไรเลย โดยเฉพาะ เด็กสาวคนนั้น คนที่ฟันสวยๆ ชอบมาแหย่และเล่นกับฉันบ่อยๆ แค่ฉันนึกถึงเธอ ใจมันก็หล่นมาอยู่ที่ตะตุ่มแล้ว ฉันวิ่งสุดแรงเกิด เร็วที่สุดเท่าที่เคยวิ่งมา ฉันวิ่งแบบไม่คิดชีวิต ฉันถอดและเตะรองเท้าออก แล้ววิ่งด้วยเท้าเปล่า ผ่านพื้นหินแข็ง และสนามหญ้า พอฉันวิ่งไปถึง ก็เจอเข้ากับพยาบาล กับ ผู้ชายอีก 3 คน

พวกเขา กำลังมุงดูอะไรบางอย่าง ตรงทางขึ้นบันไดหนีไฟ พอไปถึง ฉันยังไม่ทันได้พักหายใจ ก็รีบโผล่หน้าเข้าไปดู

หอบ

เฮ้อ อ อ อ อ

ฉันกลืนน้ำลายตัวเอง ด้วยความกระหาย

ฉันมองไปที่พื้น

นั้นมัน…

ใช่… จริงๆ ด้วย

ร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังนอนแนบนิ่ง หมดลมหายใจไร้วิญญาณ อยู่เบื้องหน้าของทุกคน สภาพของเธอเปลือยเปล่า ไม่มีเสื้อผ้า คอของเธอมีรอยแดง เหมือนโดนทำร้าย ทุกคนสันนิษฐานกันว่า เธอน่าจะโดนทำร้ายจนเสียชีวิต โดนข่มขืนแล้วก็บีบคอจนตาย เธอคนนั้นฉันจำได้ดี ฉันเห็นเมื่อสองวันก่อน ตอนเข้าเวรดึก อาจจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่ก็โล่งใจ ที่ไม่ใช่ฝน คนไข้สาวคนนั้น ที่ชอบมายิ้มแล้วก็ให้ฉันดูฟันบ่อยๆ

ส่วนคนที่ตายนี้ ฉันจำได้ดี เธอคือพยาบาลสาว คนที่เข้ากะเดียวกับฉันเมื่อสองคืนก่อน ในตอนนั้นฉันเห็นเธอ เดินไปกับบุรุษพยาบาลคนหนึ่ง เลี้ยวเข้าไปในทางเดินมืดๆ ในตึก ใกล้กับบันไดหนีไฟ แต่นั้น… มันก็เมื่อสองคืนก่อน เพราะเมื่อวานฉันยังเห็นเธออยู่เลย ใครกันที่เป็นคนฆ่าเธอ พอตั้งสติได้ ฉันก็กังวลใจมากๆ เพราะตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ก็พึ่งมีคนตายเกิดขึ้น แถมไม่ได้ตายธรรมดาด้วย โดนฆ่าตาย ฉันรีบถอยออกมา

ในตอนนั้น พ.อ. ก็เดินเข้ามาพอดี พอเธอเห็นศพ ก็รีบจัดการโทรเรียกตำรวจ พ.อ. รีบเข้ามาถามฉันว่า

“ตกใจมากไหม” พ.อ. ถามด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

“ค่ะ” หลังจากตอบ ฉันก็ก้มตัวลง เพราะความเหนื่อย ที่รีบวิ่งมาในตอนแรก

“แล้ว… เธอถือท่อนเหล็กมาทำไม”

“อ๋อนี้… ฉันถือมาด้วยน่ะค่ะ เพื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น” พอตอบเสร็จฉันก็โยนมันทิ้ง

“เธอคงตกใจมากสินะ กลับไปพักผ่อนเถอะ”

“ค่ะ พ.อ.”

ฉันเดินเท้าสะเอวออกมาช้าๆ ด้วยความเหนื่อยล้า ในขณะที่เดินออกมานั้น ฉันก็หันหลังกลับไปมอง ผู้คนอื่นๆ ที่กำลังตกใจ และคุยปรึกษากัน ระหว่างนั้น ฉันก็เหลือบไปเห็น บุรุษพยาบาลหนุ่มคนนั้น ที่ฉันเห็นเขาทำอะไรไม่ดีกับคนไข้สาว เขายืนมองศพของพยาบาลที่ตาย แล้วฉันก็นึกอะไรบางอย่างออก

ใบหน้าของบุรุษพยาบาลคนนั้น

ทำไมมันดูคุ้นๆ จัง

ใช่…

ใช่จริงๆ ด้วย

ตอนที่ฉันเห็น…

พยาบาลสาวที่ตาย

กำลังเดินไปกับบุรุษพยาบาลคนหนึ่ง

มันคือ…

เขานั้นเอง

ภาพในคืนนั้นมันโผล่ขึ้นมาทันที

ฉันจำได้แม่น

ก่อนจะเลี้ยวเข้าไปในมุมมืด

ฉันเห็นหน้าเขา

หรือว่า…

เขาจะเป็น…

ฆาตกร!

บทที่4 แรง…อีก!

การฆ่าใครซักคน คุณคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ยากไหม ถ้าให้ฉันพูดตรงๆ เอาจริง มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ คนเราน่ะ… ตายง่ายมากเลยรู้ไหม อะไรนิดอะไรหน่อย ก็สามารถทำให้ตายได้แล้ว แต่ที่มันยากก็คือ… คุณจะไม่มีวันหนีความจริงพ้น ความจริง เรื่องที่คุณ… ได้ฆ่าใครสักคน

แสงดวงตะวัน เริ่มจะลับขอบฟ้า ฉันนั่งลงที่โต๊ะม้าหิน พร้อมกับจิบน้ำเย็นเพื่อดับกระหาย ฉันกำลังคิดและประติดประต่อ เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งสิ่งที่ฉันเห็นและสิ่งที่ฉันรู้ ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็น สิ่งผิดปรกติมากขึ้นเท่านั้น เรื่องที่ฉันรู้และเห็นทั้งหมด ยังไม่ได้บอกใครสักคน วันนี้มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย และฉันก็เหนื่อยพอสมควร งั้นขอไปพักผ่อนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน

วันต่อมา… ทุกคนเริ่มกลับไปใช้ชีวิต และทำหน้าที่ของตัวเอง พ.อ. เข้ามาถามฉันด้วยความเป็นห่วง เธอบอกว่า ที่แห่งนี้มีคนเคยตายเยอะพอสมควร ทั้งคนไข้ หมอ และก็พยาบาล ส่วนสาเหตุนั้น ก็มีมากมาย ฆ่ากันเองบ้าง อุบัติเหตุบ้าง เธอพูดกับฉันเหมือนมันเป็นเรื่องปรกติ ในช่วงสายของวันนั้น ก็มีตำรวจเข้ามาสอบปากคำ และได้มีการตรวจกล้องวงจรปิด แต่ว่า… ภาพและช่วงเวลาบางตอนมันหายไป มันถูกลบออก

ทุกคนดูแปลกใจมากๆ เพราะฉันก็อยู่ตรงนั้นเหมือนกัน ตอนที่เขาเปิดกล้องวงจรปิดดู ตำรวจและทุกคนมุ่งเป้าไปที่ บุรุษพยาบาล คู่ขาของพยาบาลสาวที่ตาย เพราะพวกเขาสองคน มักจะอยู่ด้วยกันบ่อยๆ และก็มีหลายคนเห็นพวกเขา ชอบไปบวกกันเป็นประจำ ในตอนที่สอบปากคำนั้น บุรุษพยาบาล ก็ให้คำปฏิเสธ แต่คำให้การของฉัน ได้บอกไปว่า เห็นพวกเขาสองคน เข้าไปในมุมมืดของตึก ในคืนวันนั้น ที่ฉันทำงาน ซึ่ง…

ภาพในกล้องวงจรปิดช่วงเวลานั้น มันได้หายไป หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกัน ฉันขออยู่ต่อ แล้วก็ดูภาพในกล้องวงจรปิดพวกนั้น ใช้เวลาอยู่นาน วันนั้นฉันไม่ได้ทำงานอื่นเลยตั้งแต่เที่ยง เวลาล่วงเลยมาถึงตี 3 สภาพฉันไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ มันทำให้ฉันคิดถึงตอนอ่านหนังสือสอบมันเป็นช่วงเวลาที่ทรหดที่สุด โคตรเหนื่อย! แต่… มันจำเป็นต้องทำ เพราะให้ฉันกลับไปนอน ก็คงนอนไม่หลับอยู่ดี และแล้ว… ฉันก็เจอมัน

เมื่อดูดีๆ และสังเกต มันมีอีกสองช่วงเวลาที่หายไป ฉันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว ฉันรีบลุกขึ้น กลับไปอาบน้ำที่ห้องแล้วก็แต่งตัว เวลา 6 โมงเช้า ฉันดื่มกาแฟพร้อมกับดูพระอาทิตย์ ที่กำลังโผล่มาให้ความอบอุ่น เปล่งประกายลงมาให้แสงสว่างกับชีวิตอีกครั้ง ไม่นานนัก ฉันก็เดินไปที่บันได แล้วก็รอบุรุษพยาบาลคนนั้น สักพักใหญ่ๆ เขาก็เดินลงมา ฉันกล่าวอรุณสวัสดิ์ พร้อมกับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระซิบข้างหูเขาเบาๆ ว่า…

“หลับสายไหมจ๊ะ ลูกแม่”

หลังจากพูดจบ หน้าของเขาดูตกใจมากๆ แล้วฉันก็เดินออกมา ไปทำงานต่อ ในช่วงบ่ายของวันนั้น ฉันยังคงตามหาฝน คนไข้ที่ฉันไม่ได้เจอหน้ามาหลายวัน แล้วก็สงสัยด้วยว่าเธอหายไปไหน ในขณะที่กำลังเดินตามหาอยู่ ฉันก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนกำลังแอบมองและตามฉันตลอดเวลา ไม่นานนัก ฉันก็เดินไปยังบันไดหนีไฟ ตรงที่เกิดเหตุสลดกับพยาบาลสาว ฉันยืนพิงกำแพง แล้วก็รอคนๆ นั้นที่กำลังตามมา

สักพัก… เขาก็เดินโผล่ออกมา

“ว่าไงสุดหล่อ วันนี้ไม่อยู่กับแม่หรอ” แก้วพูดพร้อมกับยิ้มมุมปาก

“นี่! คุณหมอ ไม่ว่าคุณจะรู้อะไรมา มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะ” บุรุษพยาบาลพูดกับแก้ว ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“แล้วมันคืออะไรล่ะ”

“เอาเถอะ แค่รู้ไว้ ผมไม่ได้เป็นคนฆ่าเธอก็แล้วกัน”

“หรอออ จริงดิ” แก้วทำสีหน้าเยาะเย้ย

หลังจากที่แก้ว ทำสีหน้าเยาะเย้ยบุรุษพยาบาล เธอก็ทำท่านึกแล้วก็คิดอะไรบางอย่าง เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ เขา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ เธอมองในตาเขา พร้อมกับส่ายหน้าทำเสียง จุ๊ๆ ก่อนจะพูดว่า

“หรือว่าจริงๆ เธอดันรู้ ว่าคุณแอบไปมีอะไรกับคนไข้”

“แถมเธอก็ยังเห็นคุณ แสดงบทบาทการเป็นลูกที่ดี”

“เธอจึงรับไม่ได้ พอคุณรู้ ก็เลยตามไปเพื่อที่จะอธิบาย”

“แต่คุยกันไม่ลงตัว เธอขู่ว่าจะไปบอกคนอื่น”

“คุณ!…”

“ก็เลยฆ่าเธอทิ้งซะ หรือไม่… ก็แค่พลั้งมือ”

“คงเป็นแบบนั้นสินะ”

“ไม่เลย! มันไม่จริง” บุรุษพยาบาล ตอบแก้วด้วยความโมโห

“มันจะไม่จริงได้ยังไงล่ะ”

“ไม่งั้น คุณคงไม่ลบภาพ ออกจากกล้องวงจรปิดหรอก”

“ใช่! ผมลบจริง แต่ผมไม่ได้ฆ่าเธอ”

“ผมแค่ไม่อยากให้ใครเห็น ว่าผมมีอะไรกับคนไข้”

“เพราะจริงๆ เธอก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าผมมีอะไรกับคนไข้”

“ผมเสียใจเหมือนกันที่เธอตาย”

หลังจากพูดจบ บุรุษพยาบาลก็ทรุดตัวลง นั่งพิงไปกับกำแพง พร้อมกับเอามือทั้งสองข้าง ขึ้นมาประคองบนหัว เขาดูกังวลและเครียดมากๆ เขาเงยหน้าขึ้นมามองแก้ว แล้วก็ถามว่า อยากจะรู้ความจริงไหม แก้วยืนกอดอกแล้วพยักหน้า หลังจากนั้น บุรุษพยาบาล ก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาเล่าตั้งแต่เจอกับคนไข้เด็กสาวคนนั้น เขาบอกว่า… แรกๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับคนไข้เด็กสาวเลย เขาก็ดูแลเธอเหมือนกับคนไข้คนอื่นๆ

แต่พอนานๆ เข้า เมื่อเขาได้อยู่กับเธอบ่อยๆ ช่วยเหลือเธอบ่อยๆ เขาก็เริ่มมีความรู้สึก เขามองเด็กสาวที่น่าสงสาร ที่วันๆ เอาแต่ตามหาลูก เมื่อได้อยู่ใกล้ๆ และคุยกันจริงจัง เขาก็อยากให้เธอมีความสุข แกล้งทำเป็นลูกของเธอบ้าง หรือแกล้งเป็นพ่อของลูกบ้าง พอเวลาผ่านไปก็เริ่มถลำตัว เขารู้สึกกับเธอมากขึ้น และด้วยความสาว บวกกับความไร้เดียงสาของเธอ ก็ทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ไหว เผลอมีอะไรด้วย

ในครั้งแรกนั้น มันคือความผิดพลาด แต่เขาก็อดใจไม่ไหว ชายหนุ่มมีอะไรกับคนไข้เด็กสาว หลายต่อหลายครั้ง จากความปรารถนา เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง ช่วงเวลาที่ผ่านมา ชายหนุ่มก็มีพยาบาลสาว เป็นคู่ขาคอยแก้เหงาให้อยู่แล้ว แต่เมื่อพบกับเด็กสาวคนนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะจบความสัมพันธ์กับพยาบาล แล้วก็หันมาดูแล และจริงจังกับคนไข้เด็กสาว แต่เขายังไม่มีโอกาสได้บอกกับพยาบาลสาว เธอก็ดันมาตายซะก่อน

พอเรื่องมันเริ่มยุ่งเหยิงขึ้น บุรุษพยาบาล จึงตัดสินใจจะลบความผิดตัวเอง ที่ทำกับคนไข้สาว เพราะเขารู้ดีว่า ต้องมีการดูกล้องวงจรปิด แล้วเขาก็ไม่รู้เลยว่า ตรงไหนมีกล้องบ้าง แม้จะแอบมิดขนาดไหน ก็ต้องมีกล้องสักตัวจับภาพของเขาไว้ได้ หลังจากที่แก้วได้ฟังเรื่องทั้งหมด เธอก็ยังไม่ตัดใจเชื่อซะทีเดียว เธอบอกกับบุรุษพยาบาล ให้กลับไปคิดดูให้ดี ว่าอยากให้เรื่องมันจบลงแบบไหน พอพูดจบแก้วก็เดินจากไป

ผ่านไปได้สองวัน พนักงานสืบสวนก็มา พร้อมกับภาพในกล้องวงจรปิด ที่กู้กลับคืนมาได้ ภายในห้องประชุมทุกคนคุยกัน และกำลังจะดูภาพจากกล้องวงจรปิด ทันใดนั้นเอง จู่ๆ … บุรุษพยาบาล ที่เล่าเรื่องต่างๆ ให้แก้วฟัง ก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับทำสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพูดว่า…

“ผมจะเล่าเรื่องทั้งหมด ให้ทุกคนฟังเองครับ”

หลังจากที่บุรุษพยาบาล เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟัง ทุกคนก็ยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะคิดว่าเขาคงแก้ตัวแน่ๆ ทุกคนจึงดู ภาพจากกล้องวงจรปิดที่หายไปด้วยกัน แล้วก็ได้เห็นความจริง บุรุษพยาบาล แอบไปมีอะไรกับคนไข้เด็กสาวจริงๆ ทุกคนในห้องนั้น ได้ดูและฟังในสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกคนมองมาที่บุรุษพยาบาล ด้วยสีหน้าที่เอือมระอา แต่ก็นั้นแหละ เขาไม่ได้เป็นคนฆ่าพยาบาลสาว เพราะช่วงเวลาที่พยาบาลสาวหายตัวไปนั้น

มันอยู่คนละที่กับบุรุษพยาบาล เขากำลังทำงานอยู่ ส่วนพยาบาลนั้น ก็เดินไปแถวบันไดหนีไฟ แล้วก็หายไปเลยไม่ออกมาอีก ทุกคนสงสัยกันมากๆ ว่าตกลงแล้วเธอตายได้ยังไง ใครเป็นคนฆ่าเธอ ซึ่งพวกเขาดูตามทางเดิน ก็ไม่เจอใครหรืออะไรที่ผิดสังเกตเลย ทุกคนในห้องนั้นต่างพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่… ฉันพอจะนึกอะไรออกบ้าง แต่ก็อย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย ฉันขอให้พวกเขา เปิดภาพกล้องวงจรปิด

ที่มีคนไข้ทุกห้อง พวกเราตั้งใจดูกัน หลังจากที่คนไข้ทุกคนเข้านอนกันหมด ทุกคนกลับไปที่เตียงของตัวเอง และไม่มีคนขาดหรือหายไป ในช่วงก่อนที่พยาบาลจะหายตัว ฉันเห็นใครคนหนึ่ง จากภาพในกล้องวงจรปิด มีคนลุกออกไปจากเตียง ในขณะที่คนไข้คนอื่นๆ กำลังหลับ จริงๆ ถ้าไม่ตั้งใจมอง จะไม่เห็นเลย แต่ฉันเห็น คนไข้คนหนึ่งนอนคลุมโปง แต่เหมือนมีอะไรหล่นออกมาจากผ้าคลุม ฉันตั้งใจมอง แล้วก็จริงๆ ด้วย

มีอะไรหายไปออกจากผ้าคลุม รู้สึกเหมือนมันแฟบลง ใครคนนั้น มุดลงไปบนพื้นออกจากผ้าคลุมอย่างรวดเร็ว พวกเราคิดกันว่า เขาคงคลานแล้วหลบมุมกล้อง เหมือนว่าเขารู้ทุกอย่าง รู้ว่ามีกล้องอยู่ตรงไหน เขาหลบมุมกล้องได้หมด แต่มีเพียงเสี้ยววินาทีที่ฉันเห็น มันคือขอบชายเสื้อ ที่หลุดเข้ามาในจอกล้องวงจรปิด และเมื่อดูดีๆ มันใช่จริงๆ ด้วย นั้นคือเสื้อของคนไข้ เราเปิดเสียงให้สุดแล้วตั้งใจฟัง มีเสียงร้องของผู้หญิง

แล้วก็เสียงชายหนุ่ม ดังออกมาจากบันไดหนีไฟ ตอนนี้เรารู้พิกัดเตียงนอนของชายคนนั้นแล้ว เหลือแต่หาว่า ใครคือคนที่นอนเตียงนั้น ทุกคนรีบออกไป เพื่อตามหาชายคนดังกล่าว แต่ฉันห้ามเอาไว้ เพราะถ้าทำอะไรแตกตื่น กลัวว่าคนร้ายจะรู้ตัว แต่ทุกคนดูกระวนกระวาย แถมบอกกับฉันอีกว่า ทำไมถึงห้าม ทั้งๆ ที่รู้ตัวคนร้ายแล้วแท้ๆ เหลือแค่หาว่าใคร คือคนที่อยู่ตรงนั้น

“พวกคนบ้า มันจะคิดอะไรได้”

“ใช่… มันคงไม่รู้ตัวหรอก เรารีบๆ ไปจับเหอะ”

“ก็จริงอยู่ ที่ว่าบ้า แต่ดูสิ่งที่เขาทำได้สิ คุณว่ามันบ้ามากไหมหละ” พ.อ. พูดขึ้นมา พร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก

ในวันนั้นพอถึงตอนมืด คนไข้ทั้งหมดเข้านอน ทุกคนรีบวางกำลัง แล้วก็เข้าไปรวบตัวคนที่นอนเตียงนั้น พวกเราได้ตัวคนไข้หนุ่มมาหนึ่งคน เขาถูกนำตัวมาสอบปากคำ แต่ก็อย่างที่คุณรู้ คนบ้าอะ เราจะเชื่อถือคำพูดของเขาได้ยังไง แต่ผลชันสูตรจากร่างของพยาบาลสาว มันตรงกับของคนไข้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกัน นั่นก็เหลือแต่ว่า คนไข้นั้น จะเล่าเรื่องอะไรออกมา มันเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนอยากรู้เอามากๆ โดยเฉพาะฉัน

หลังจากที่จับคนไข้มานั่งและสอบสวน คนไข้หนุ่มก็เล่าว่า… เขามีความรู้สึกพิเศษกับพยาบาลสาว เขาชอบเวลาเธอยิ้ม และก็หัวเราะ เขามักจะแอบมองเธออยู่บ่อยๆ แต่เมื่อไม่นานมานี้ เขาเห็นเธอกับบุรุษพยาบาล มีอะไรกันที่ตรงบันไดหนีไฟ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ทั้งคู่กำลังทำ แต่เขาเห็นสีหน้าของพยาบาลสาว มีความสุขมากๆ เธอดูอารมณ์ดี ตอนที่บุรุษพยาบาล กำลังกระแทก และยัดไอ้นั้นเข้าไปในรูของเธอ

พยาบาลสาว ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความสุข สีหน้าแบบนั้นของเธอ เขาไม่เคยเห็นมันมาก่อน เสียงของเธอนั้น มันสะท้านเข้าไปในหัวใจของเขา มันทำให้เขามีความรู้สึกแปลกๆ แบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่มันรู้สึกดี มันทำให้เขา ยิ่งหลงใหลพยาบาลสาวมากเท่านั้น ร่างกายขาวเนียน และไฟหน้าคู่ใหญ่ขอเธอ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาอยากจะสัมผัสมัน แถมเธอยังบอกกับบุรุษพยาบาลด้วยว่า

ให้ทำกับเธอแรงๆ เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม ความน่ารักของพยาบาลสาว บวกกับหน้าตาเรียบร้อยของเธอ ทำไม… เธอถึงเป็นคนชอบความรุนแรง ยิ่งบุรุษพยาบาลทำแรงมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งร้องดังออกมามากขึ้นเท่านั้น แถมทำหน้าดีใจมีความสุขสุดๆ อีกด้วย สีหน้าของพยาบาลสาว ตอนโดนไอ้นั้นของบุรุษพยาบาลเสียบเข้าไป เธอดูมีความสุขสุดๆ ไปเลย คนไข้หนุ่มบอกว่า เขาอยากทำให้พยาบาลสาวมีความสุขบ้าง

เขาจึงแอบออกมากลางดึก แล้วก็รอจังหวะที่พยาบาลสาวเดินออกมาสูบบุหรี่ คนไข้หนุ่มบอกว่า เขาได้เข้าไปคุยกับเธออย่างสุภาพ ตอนแรกยังคุยกันดีๆ พยาบาลสาวเธอดูแปลกใจนิดหน่อย ที่เห็นเขาเดินออกมากลางดึก แต่เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร แถมเอานิ้วชี้มาไว้ที่ปาก พร้อมกับทำเสียงจุ๊ๆ เธอพูดว่า อย่าบอกใครนะ ที่เธอมาแอบสูบบุหรี่ เธอก็จะไม่บอกใครเหมือนกัน ที่คนไข้แอบออกมากลางดึก เขาดีใจมากๆ

แต่เมื่อเขาเริ่มเข้าใกล้เธอ เริ่มพูดจาแปลกๆ แล้วก็กอดเธอ พยาบาลสาวก็ขัดขืนแล้วก็ด่าเขา พยาบาลสาวผลักเขาลงกับพื้น ในตอนนั้นคนไข้โมโหมาก จึงดึงเธอแล้วก็กดลงกับพื้น เขาถอดเสื้อผ้าเธอออก แต่พยาบาลสาวก็ยังขัดขืน เธอใช้เข่าอัดเข้าไปที่หว่างขาคนไข้หนุ่ม เธอวิ่งหนีลงบันไดหนีไฟมายังด้านล่าง แต่คนไข้… ก็ตามมาทัน แล้วก็จับตัวเธอได้ เขาเหวี่ยงเธอไปชนกับกำแพงอย่างแรง ทำให้เธอเกือบหมดสติ

เธอไม่มีแรงขัดขืนอีกต่อไป คนไข้จึงทำกับพยาบาลสาว เหมือนที่บุรุษพยาบาลทำกับเธอ เขาเริ่มถกกระโปรงพยาบาลสาวขึ้น แล้วก็ใช้ลิ้นเลียเข้าไปตรงหว่างขาของเธอ ที่มีพุ่มไม้ขึ้นเป็นหย่อมๆ เขายังบอกอีกว่า มันเค็มมากๆ เหมือนกินเกลือเข้าไปเลย แต่เพื่อทำให้พยาบาลสาวมีความสุข เขาจึงตั้งใจทำ ในระหว่างที่กำลังเลียอยู่นั้น พยาบาลสาวก็พูดเบาๆ กับเขาว่า

“อย่านะ อย่าาาา ไม่เอา” พยาบาลสาวพูดเบาๆ ด้วยความเหนื่อยล้า

“ไม่เป็นไรผมทนกลิ่นได้” คนไข้หนุ่มเงยหน้าขึ้นบอกกับพยาบาลสาว

ไม่นานนัก หลังจากที่ไอ้นั้นของคนไข้หนุ่ม เริ่มโตเต็มวัย เขาก็ยัดมันเข้าไปในรูตรงหว่างขาของพยาบาลสาว เขาบอกว่ารู้สึกดีมากๆ ไม่เคยรู้สึกดีแบบนี้มาก่อน มันแน่นๆ ต่อจากนั้น เขาก็เริ่มกระแทก แบบที่เขาเห็นบุรุษพยาบาล ทำกับพยาบาลสาว เขาจับขาของเธอทั้งสองข้าง แล้วก็กระแทกเข้าไป พร้อมกับก้มลงไปดูด ที่หน้าอกของเธออย่างเมามัน เขาออกแรงที่เอว แล้วก็กระแทกเข้าไปรัวๆ แบบไม่มีพัก

ในขณะที่กำลังทำ คนไข้บอกว่า เขาทำแรงมากๆ เขากระแทกแบบที่บุรุษพยาบาลทำ แต่พยาบาลสาวก็ไม่ยอมแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาเลย เธอทำแค่ร้องอยู่ในลำคอเท่านั้น คนไข้เข้าใจว่า เขายังทำแรงไม่มากพอ เขาจับตัวพยาบาลสาวเอาไว้ แล้วก็ออกแรงกระแทกสุดแรงเกิด ในตอนที่ทำเขาก็รู้สึกแปลกๆ มันดีมากๆ เขามีความสุขสุดๆ ไปเลย ตอนที่กำลังกระแทกพยาบาลสาวอย่างสุดแรง เขาก็บีบคอของเธอไปด้วย

เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม แต่มันรู้สึกดีมากๆ เมื่อเห็นสีหน้าของพยาบาลสาว ที่กำลังใกล้จะขาดใจ สีหน้าของเธอ คล้ายๆ กับตอนที่บุรุษพยาบาลคนนั้น กำลังกระแทกเธออย่างดุดัน เขาคิดว่าเธอกำลังดีใจและมีความสุขแบบนั้นอยู่แน่ๆ เขาจึงบีบคอเธอแล้วก็กระแทกแรงๆ ต่อไป หลังจากทำเสร็จคนไข้บอกว่าเขารู้สึกสายตัวมากๆ แต่พอปลุกพยาบาลสาว เธอก็ไม่ยอมตื่น เขาคิดว่าเธอคงเหนื่อยแล้วหลับไป

หลังจากนั้นเขาก็กลับขึ้นไปนอน เมื่อคนไข้หนุ่มเล่าจบ ทุกคนถึงกับเงียบและพูดอะไรไม่ออก เพราะไม่รู้จะด่าหรือโกรธอะไรเขา พ.อ. ตัดสินใจ สั่งขังคนไข้หนุ่มตลอดชีวิต ในตอนนั้นเมื่อฉันได้ยิน ฉันโมโหมากๆ ฉันถาม พ.อ.ไปว่า

“ทำไม พ.อ. สั่งขังหรอคะ”

“นี่มัน… ฆ่าคนตายเลยนะ”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะแก้ว” พ.อ. สาว ตอบแก้ว ด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

“ฆ่าเขางั้นหรอ หรือส่งตัวให้ตำรวจ”

“เพราะยังไง เขาก็จะกลับมาที่นี้อยู่ดี” หลังจากพูดจบ พ.อ. ก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

“มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย แค่บ้าก็ฆ่าคนตายได้แล้วหรอคะ” แก้วตะคอกใส่ พ.อ.

“ใช่! เพราะแค่บ้านั้นแหละ” พ.อ. ตอบแก้วเสียงดัง พร้อมกับมองหน้าเธอ ด้วยใบหน้าที่น้ำตากำลังซึมออกมา

“โลกมันก็เฮงซวยแบบนี้แหละแก้ว”

“บางที… การเป็นคนบ้า แม่งอาจจะดีกว่าก็ได้”

“แต่เอาเข้าจริงๆ”

“ทุกคนบนโลกใบนี้ แมร่งก็บ้าเหมือนกันหมดนั้นแหละ”

“เพียงแต่ไม่มีใครยอมรับเท่านั้น”

ฉันทุบโต๊ะด้วยความโมโห ก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ฉันนั่งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันบ้า ใช่! มันบ้าจริงๆ โลกเราแม่งบ้ากันไปหมดแล้ว วันนั้นฉันอารมณ์เสียมากๆ ถ้าหากใครทำให้หงุดหงิด ฉันอาจจะเผลอลงมือฆ่าใครตายเลยก็ว่าได้ ในคืนนั้นขณะที่ฉันเข้าเวร ฉันก็ทำงานไปตามหน้าที่ หลังจากตรวจเอกสารเสร็จ ก็เอาไปเก็บที่ห้องเอกสาร พอดีเจอบุรุษพยาบาลคนหนึ่งกำลังจัดเอกสาร ฉันจึงเดินเข้าไป พร้อมกับบอกเขาว่า

“วันนี้ฉันเหนื่อยมากๆ แล้วก็อารมณ์เสียสุดๆ”

“ช่วยทำให้ฉันอารมณ์ดีหน่อยสิ” แก้วพูดกับบุรุษพยาบาลหนุ่มคนหนึ่ง พร้อมกับผลักเขาชิดกับชั้นเอกสาร

หลังจากพูดจบ หมอแก้ว ก็เข้าไปจูบปากและแลกลิ้นกับ บุรุษพยาบาลหนุ่ม ทั้งคู่นัวเนียกันอย่างเมามัน หมอแก้วรีบถอดเสื้อออก แล้วก็กดหัวพยาบาลหนุ่มเข้ามาไว้ที่อก เขาดูดหน้าอกของแก้วอย่างอร่อยและเมามัน ไม่นานนัก เขาก็คุกเข่าลง แล้วก็มุมเข้าไปในกระโปรงของหมอแก้วหลังจากนั้น เขาก็ดูดช่องเสียว ของหมอแก้วอย่างอร่อย เสียงดัง จ๊วฟๆ บุรุพยาบาลหนุ่ม รีบถกกระโปรง ของหมอแก้วลงอย่างรีบร้อน

แล้วก็สาว แท่งเสียวอันใหญ่ของเขารัวๆ เพื่อให้ขึ้นรูป ต่อจากนั้น เขาก็จับมัน ยัดแล้วก็เสยขึ้นไปในรูเสียวของหมอแก้ว หน้าของหมอแก้วนั้นดูเสียวและได้อารมณ์มากๆ เขาเริ่มกระแทกขึ้นไปในรูของเธอเร็วๆ หมอแก้วใช้มือหนึ่งจับชั้นหนังสือข้างหลังเอาไว้ เธอดูดปากกับเขาพร้อมกับจับเอวของบุรุษพยาบาลเอาไว้ แล้วก็ช่วยออกแรงดันเข้ามา เธอส่งเสียงครางดังลั่นแบบไม่อายใคร ทำท่านั้นได้อยู่สักพัก บุรุษพยาบาลหนุ่ม

ก็ดึงแท่งเสียวออก จับหมอแก้วหันหลัง แล้วก็เสยแท่งเสียวอันใหญ่กลับเขาไปใหม่ เขากระแทกแรงๆ และเร็ว หมอแก้ว หันมาบอกกับบุรุษพยาบาลหนุ่มว่า ให้ทำแรงๆ เธอพูดแบบนั้นบ่อยมาก บุรุษพยาบาลก็ออกแรงทำแรงๆ เท่าที่เขาจะทำไหว เขาจับก้นเธอ แล้วก็กระแทกเข้ามาแบบไม่มีพัก หมอแก้วเอาแต่ครางแล้วก็บอกให้เขา ทำแรงอีก ทำแรงอีกๆ ในขณะที่กำลังทำ เธอก็คิดถึงภาพและเรื่องที่คนไข้นั้นเล่า

ที่เขาบอกว่าพยาบาลสาวบอกให้ทำแรงๆ ยิ่งเธอคิดถึงภาพนั้น เธอก็ยิ่งบอกกับบุรุษพยาบาลให้ทำแรงๆ อีก ทั้งสองคนบวกกันจนเหงื่อท่วมตัว หลังจากยืนทำอยู่นาน บุรุษพยาบาลก็จับหมอแก้ว ลงมานอนกับพื้น แล้วก็ยกขาเธอขึ้นพาดบ่า ก่อนจะซอยแท่งเสียวเข้ามาในรูของเธอรัวๆ แบบบ้าคลั่ง หมอแก้วร้องครางออกมา พร้อมกับแสดงสีหน้าด้วยความสะใจ หมอแก้วมองตาบุรุษพยาบาลคนนั้น แล้วก็ทำหน้าเสียวสุดขีด

“แรงอีกสิ แรงอีก” หมอแก้วพูดด้วยน้ำเสียงสะใจ

“แรงอีกหรอ อะ อะ อะ พอไหม” บุรุษพยาบาลพูดด้วยน้ำเสียงหื่นๆ

“แรงอีก บอกให้ทำแรงๆ มีปัญญาทำได้แค่นี้หรอ” หมอแก้วพูด พร้อมกับจิกหัวบุรุษยาบาลหนุ่ม

“อะ อะ นี่ นี่ เป็นไง ชอบไหม นางหมอร่าน”

“ชอบค่ะ เอาอีก เอาแรงๆ เอาแรงๆ เลย จะเสร็จแล้ว”

ไม่นานนัก หลังจากที่บุรุษพยาบาลหนุ่ม กระแทกแบบสุดแรงเกิดแบบไม่มีพัก หมอแก้ว ก็กระเด้ง กระตุกแรงๆ ใส่แท่งเสียวอันใหญ่ของเขา หลายต่อหลายที ก่อนจะนอนหมอสภาพด้วยความเหนื่อยล้า ไม่นานนักบุรุษพยาบาลหนุ่มก็ตามมา เขากระแทกเข้ามาแรงๆ ครั้งสุดท้าย ก่อนจะดึงแท่งเสียวของเขา ออกมาจากรูของหมอแก้ว แล้วก็เอาไปชักใส่หน้าอกของเธอ ปล่อยน้ำเลอะเต็มหน้าอก กระเด็นไปโดนใบหน้าของเธอ

หลังจากที่เอากับบุรุษพยาบาลเสร็จ แก้วก็มานั่งพักรอเวลาเลิกงาน ถึงเวลาเช้า เธอเดินออกมารับแสงอาทิตย์ พร้อมกับจิบน้ำเย็น เธอถอนหายใจเหม่อมองออกไปบนฝากฟ้า เธอทักทายหมวยที่กำลังเดินมาเข้างาน ทั้งคู่กอดกัน แก้วกล่าวอรุณสวัสดิ์หมวย ส่วนหมวยนั้นก็กล่าวราตรีสวัสดิ์ ทั้งคู่หัวเราะให้กัน หลังจากนั้น แก้วก็กลับไปนอนที่ห้อง แม้จะเพลียแค่ไหน เธอก็ยังนอนไม่หับ เธอเอามือก่ายหน้าผาก คิดอะไรคนเดียว

“เห้อ!”

“หรือความจริง ความตายนั้นดีกว่าหรอ”

“ถ้าหากฉัน”

“จะต้องโดนฆ่าตายละก็”

“ฉันขอ…”

“เป็นบ้าดีกว่า”

บทที่5 คุก…ใต้ดิน

ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสถานที่ ก็มักจะมีสิ่งที่ดำมืดซ่อนอยู่ บ้างอาจจะมองเห็นได้โดยง่าย หรือบางทีอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อค้นหา โดยผ่านประตูหลายบาน และเขาวงกตสุดลึกลับ เพื่อเข้าไปในความมืดแห่งนั้น ซึ่งเราก็ไม่รู้เลยว่า ในความมืดมิดนั้น มันคืออะไร จนกว่าเราจะได้สัมผัสมัน

หลังจากที่เข้างานดึกมาหลายวัน ฉันก็ได้หยุดพัก เพื่อฮีลสภาพร่างกายและจิตใจ ก่อนจะไปเริ่มงานใหม่ในตอนเช้า ในช่วงหลายวันมานี้ ฉันเอาแต่ทำงาน เพราะค่อนข้างยุ่ง มีเอกสารให้จัดการเยอะมาก รวมไปถึงคอยดูแลผู้ป่วย ถ้าจะนับกันจริงๆ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงาน นี่ก็ผ่านมา 7 เดือน กับอีก 2 วัน อีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะหมดปีแล้ว ถามว่าทำงานสนุกไหม มันก็สนุกแหละ เหนื่อยบ้าง มีเรื่องให้คิดเยอะ ก็เพราะว่าเราเป็นหมอหนิ

ถ้าหากเราคิดไม่ออก แล้วใครมันจะไปคิดออกล่ะ ทั้งวิธีช่วยค้นไข้ วิธีแก้ปัญหาต่างๆ แต่ก็ยังดีเพราะ พ.อ. กิ่ง ก็สอนงานฉันเยอะมาก ทำให้ฉันเก่งขึ้นได้ไว บวกกับความพยายามของฉันด้วยแล้ว จึงทำให้งานทุกอย่างมันดูง่ายขึ้น อยู่ๆ! ฉันก็คิดอะไรขึ้นมาได้ นี่ผ่านมา 2 เดือน แต่ฉันไม่เห็นคนไข้ที่ชื่อฝนเลย ฉันว่ามันมีอะไรผิปกติแล้วล่ะ ฉันจะต้องรีบหาคำตอบโดยเร็ว เพราะฉันไม่แน่ใจเลยว่า มันจะมีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่

เมื่อรุ่งอรุณมาถึง หมอแก้ว รีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปทานอาหาร ก่อนจะเริ่มเข้าไปในวอร์ดเพื่อทำงาน เธอเดินหาทุกเตียงทุกห้อง เพื่อหาคนไข้สาวที่ชื่อฝน แต่เธอก็ไม่เจอ หมอแก้ว จึงตรงไปที่ห้องเอกสาร แล้วก็หาข้อมูลเกี่ยวกับเธอ หลังจากที่อ่านทั้งหมด เธอพึ่งจะรู้ว่า คนไข้สาวที่ชื่อฝนนั้น เธอได้ฆ่าคนตาย ก่อนจะมาจบลงที่ ฟินาเล่แห่งนี้ ประวัติบอกว่า คนที่เธอฆ่านั้นคือสามีของตัวเอง นอกจากสามีของเธอแล้ว ก็ยังมีคนอื่นๆ อีก

เป็นผู้หญิงอีกหลายคน ที่โดนเธอฆ่า ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนที่ทำงาน หรือคนแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก เหตุผลนั้นมาจาก เธอเกลียดผู้หญิงสำส่อน ที่ชอบนอกใจมีผัว หรือไปแย่งผัวชาวบ้าน นั้นก็เพราะเพราะเธอโดนสามีนอกใจ ทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นก็รู้อยู่แล้วว่า ฝ่ายชายมีเจ้าของ เธอจึงแอบสะกดรอยตามสามีของเธอ จนไปจบที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เธอแอบมองพวกเขาสองคนเข้าไปในห้อง แล้วเธอก็ค่อยๆ แงะประตูเข้าไปเบาๆ

หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ย่องเข้าไปช้าๆ แล้วก็ใช้มีดที่ถืออยู่ในมือ กระซวกเข้าไปที่ด้านหลังของเขา จนทะลุหัวใจ ขณะที่สามีของเธอกำลังเข้าด้ายเข้ารูอย่างเมามัน หญิงสาวที่กำลังนอนหลับตา ดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียงด้วยความเสียว เธอนึกว่าฝ่ายชายที่กำลังส่งเสียงร้องออกมา เพราะเขาเสียวสุดๆ กำลังจะเสร็จ เธอจึงครางและร้องออกมาดังขึ้น หารู้ไม่ว่า ฝ่ายชายนั้น กำลังโดนภรรยาของเขา กระซวกมีดเข้ามานับครั้งไม่ถ้วน

หญิงสาวลืมตาขึ้นมาดู เพราะเหมือนมีน้ำอะไร กระเด็นใส่ตัวและใบหน้าของเธอ หญิงสาวคิดว่าคงเป็น น้ำแห่งความเสียวของฝ่ายชายแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะเธอรู้สึกว่า ยังมีอะไรเข้าออกอยู่ในรูของเธอ พอลืมตาขึ้นมาดูก็พบว่า เลือดกำลังทะลักออกจากตัวของฝ่ายชาย เธอร้องกรี๊ดดังลั่น เมื่อฝ่ายภรรยาเห็นเช่นนั้น จึงกดตัวสามีของเธอ ทับไปบนร่างหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียง แล้วก็ใช้มีด แทงไปที่คอของสามีเธอ

ทะลุไปโดนคอของหญิงสาว ทั้งสองหมดลมหายใจ นอนดับไปบนที่นอน ขณะที่ทั้งคู่กำลังเข้าด้ายเข้ารูกันอย่างเมามัน โดยที่ไอ้นั้นของสามีเธอ กำลังคาอยู่ในรูของชู้สาว หลังจากที่ หมอแก้ว หาข้อมูลเกี่ยวกับ คนไข้ที่ชื่อฝนเสร็จ เธอก็มานั่งพักถอนหายใจที่เคาน์เตอร์ ตรงห้องรับรอง เพื่อนร่วมงานของเธอคนหนึ่ง ถามหมอแก้วว่าเป็นอะไร เธอบอกไปว่า กำลังกังวล ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนไข้หรือเปล่า

เพราะเธอไม่เห็น หน้าของคนไข้ที่ชื่อฝนมาพักใหญ่แล้ว เพื่อนร่วมงานอีกคนที่อยู่แถวนั้น เธอพูดขึ้นมาว่า ไม่ใช่ว่าเธออยู่ที่ห้องขังใต้ดินหรอ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นครุ่นคิดเหมือนกัน แล้วก็พูดเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับห้องขังนั้น หรือพูดถึง พฤติกรรมประหลาดๆ ของคนไข้

“คุกใต้ดินงั้นหรอ!” หมอแก้วถามด้วยความสงสัย

“ใช่! ที่นี่มีคุกใต้ดินด้วยนะ”

“เอาไว้ขังพวกคนไข้ที่อันตราย”

“ไม่ว่าจะเป็นคนที่ มีความผิดร้ายแรง”

“หรือพวกที่ เกินเยียวยาน่ะ”

“เกินเยียวยา!” แก้วพูดขึ้น พร้อมกับทำหน้าฉงน

หลังจากที่แก้วได้ยิน เธอก็รีบไปหา พ.อ.กิ่ง เธอรีบเดินไปหน้าห้องของ พ.อ. แล้วก็เคาะประตู ยังไม่ทันได้ยินเสียง พ.อ. ตอบกลับมา เธอก็เปิดประตูเข้าไปแล้ว ในตอนนั้น พ.อ. กำลังนัวเนียกับบุรุษพยาบาลคนหนึ่งอยู่ แก้วพูดขึ้นมาว่า ขอโทษทีขัดจังหวะ แต่เธอมีเรื่องด่วนจะปรึกษา พ.อ. บอกให้บรุษพยาบาลหนุ่มคนนั้นออกไปก่อน แล้วทั้งสองก็นั่งคุยกัน พ.อ. บอกว่า ที่นี่มีห้องขังพิเศษจริง แล้วคุกใต้ดินที่ว่ามานั้น มันก็มีอยู่จริง

แต่ถ้าจะลงไปข้างล่าง ต้องได้รับเอกสารยืนยัน ถึงจะเข้าไปได้ จริงๆ แล้ว พ.อ. บอกว่า เอาชื่อมาก็ได้ เดี๋ยวเธอจะเช็คให้ แต่หมอแก้วยืนยัน ขอลงไปข้างล่างด้วยตัวเอง เธออยากเห็นกับตา แล้วก็อยากรู้ด้วยว่า เหตุผลอะไร คนไข้ถึงถูกพาลงไปที่นั่น พ.อ. พิมพ์เอกสารแล้วก็เซ็นรับรอง เธอยื่นให้กับแก้ว พร้อมกับบอกอีกว่า อย่าทำอะไรแปลกๆ นะ แล้วก็ให้ระวังตัวให้ดีๆ ด้วยถ้าจะลงไปข้างล่าง ต่อจากนั้น

พ.อ. ก็บอกทางไปคุกใต้ดินให้กับหมอแก้ว เธอเดินไปพร้อมเอกสารที่กำแน่นอยู่ในมือ ทางไปคุกใต้ดินนั้น เธอจะต้องเดินผ่านเข้าไปยังตึกชั้นใน ผ่านห้องผู้ป่วยทั้งหมด ทะลุลึกเข้าไปยังตึกอีกชั้น ภายในตึกนั้น จะมีหมอแล้วก็พนักงานคนอื่นๆ อยู่เยอะพอสมควร เพื่อคอยดูแลไม่ให้เกิดเหตุผิดพลาด ซึ่งบางคน เธอก็ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย แถมเธอยังไม่รู้เลยว่า ในฟินาเล่แห่งนี้ มีตึกแบบนี้อยู่ข้างหลัง พอเธอเดินไปถึง

หมอแก้ว ก็เจอเข้ากับ บุรุษพยาบาล เธอคุยกับเขาบอกว่าจะลงไปยังคุกใต้ดิน เพื่อตรวจสอบคนไข้ที่หายไป เธอยื่นเอกสารให้กับบุรุษพยาบาล หลังจากนั้น บุรุษพยาบาล ก็นำทางเธอไปยังคุกใต้ดิน เขาพาเธอเดินลึกเข้าไปข้างในตึก มันเป็นทางเดินตรงแคบๆ สำหรับสองคนเดินสวนกัน เธอเดินตามหลังบุรุษพยาบาลไปเรื่อยๆ มีคนเดินสวนออกมาบ้าง มีพยาบาลแล้วก็หมอ ในระหว่างทางนั้น เธอต้อผ่าน ประตูกรงเหล็ก

ที่ล็อคแน่นหน้า ด้วยระบบความปลอดภัยถึง 3 ประตู ในระหว่างทางไม่มีที่ให้แอบหรือหลบซ้อน มีแต่ผนังสีขาวเปลือยเปล่าทั้งสองด้าน ใช้เวลานานอยู่พอสมควร ถ้าให้คาดคะเน ทางเดินนั้นยาวประมาณเกือบ 200 เมตร และแล้วเธอก็เดินมาถึงประตูบานที่ 3 ระหว่างทางที่เดินมานั้น ก็มีคนยืนเฝ้าประตูแต่ละบาน บุรุษพยาบาลยื่นเอกสารให้กับ ผู้เฝ้าประตูบานที่ 3 แล้วก็เดินจากไป พร้อมกับบอกกแก้วว่า

ต่อไปคนเฝ้า จะพาเธอไปยังห้องขังใต้ดิน หลังจากที่ผู้คุมพาเธอเดินเข้าไปข้างในได้ไม่นาน เธอก็เจอกับบันได เขาพาเธอเดินลงไปข้างล่าง พวกเขาเดินลงไปไม่นาน ระยะทางประมาณตึก 3 ชั้น และแล้วเธอก็เจอเข้ากับ ประตูบานใหญ่ มีคนยืนเฝ้า 2 คน หลังจากที่เปิดเข้าไป เธอก็พบกับทางเดินขนาดใหญ่โล่งๆ ซ้ายขวาเต็มไปด้วยห้องกระจกใส ที่กั้นด้วยลูกกรงเหล็ก มีนักโทษถูกขังอยู่ในนั้น หมอแก้วเดินเข้าไป

แล้วก็มองอย่างช้า เธอเห็นคนไข้อยู่ในห้องขัง หลบมุมบ้าง หรือไม่ก็มาทำท่าประหลาดๆ ที่หน้ากระจก บางคนก็เลียกระจกแล้วก็หัวเราะออกมา แก้วถามผู้คุมว่า มีคนไข้อื่นอีกไหม ผู้คุมบอกว่ามีเท่านี้แหละ 20 คน 20 ห้องพอดี เธอเดินดูไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอเข้ากับคนไข้ ที่ฆ่าพยาบาลสาว เขาถูกขังอยู่ที่นี้ด้วยเช่นกัน แก้วมองดูจนทั่วก็ไม่เจอกับคนไข้สาวที่ชื่อฝนเลย เธอจึงตัดใจ แล้วก็กลับขึ้นไปด้านบน โดยมีผู้คุม

คอยเดินไปกับเธอ หลังจากที่ขึ้นมาแล้ว เธอก็เดินออกมาจากตึกนั้น ด้วยตัวคนเดียว พร้อมสีหน้าที่ครุ่นคิด พอออกมาเสร็จเธอก็กลับไปนั่งทำหน้าเหนื่อยหน่าย พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ที่เคาน์เตอร์เหมือนเดิม เพื่อนร่วมงานเธอถามว่า เป็นไงบ้างตกลงเจอคนที่ตามหาไหม เธอส่ายหน้าแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พวกเธอคุยกันไปคุยกันมา พวกเธอเล่าเรื่องแปลกๆ เกี่ยวกับห้องขังหรือคุกใต้ดิน ว่าเมื่อก่อนมันไม่ใช่แบบนี้

จริงๆ แล้วคุกใต้ดินน่ะ มันมีประตูเหล็ก แล้วก็มีคนไข้ถูกขังอยู่นับร้อยคน ที่แห่งนั้นไม่มีแสงสว่างจากภายนอก มันอยู่ใต้ดินลงไปลึกมากๆ แถมในนั้นก็มีแค่แสงไฟ จากหลอดนีออนเก่าๆ เพียงน้อยนิด ที่คอยให้แสงสว่าง แถมไม่มีผู้คุมด้วย เพราะไม่มีใครอยาเข้าไปที่นั่น คนไข้ที่ถูกพาไป ก็เหมือนถูกเอาไปปล่อยเกาะล้าง จะมีคนลงไปดูบ้างก็แค่ 1-2 ครั้งต่อปี เพื่อนร่วมงานเธอบอกว่า จริงๆ เธอไม่เคยเห็น หรือลงไปที่นั่นหรอกนะ

ฟังจากคนรุ่นเก่าเขาเล่าให้ฟัง เธอบอกว่า มันมีคนไข้อยู่คนหนึ่ง ที่กลับขึ้นมาจากที่นั่นหลายปีแล้ว หลังจากที่ถูกพาตัวลงไปขัง เธอบอกลักษณะของคนไข้คนนั้น ให้หมอแก้วฟัง พร้อมกับแนะนำ ให้หมอแก้วลองไป สืบและถามจากคนไข้คนนั้นดู นอกจากเรื่องคุกใต้ดินแล้ว พวกเธอก็ยังพูดถึงเรื่องแปลกๆ เช่นห้องทดลองลับ ที่อยู่ลึกลงไป หรือทางเข้าออกลับในฟินาเล่แห่งนี้ มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ อยู่ๆ แก้วก็พูดขึ้นมาว่า

“ถ้ามันลับขนาดนั้น ฉันว่าป่านนี้ก็คงไม่ลับแล้วแหละ” หมอแก้วพูดกับพยาบาลสาว พร้อมทำสีหน้าเซ็งๆ

“ดูจากที่เธอพูด แล้วก็คนอื่นๆ ที่รู้”

“เออเนอะ” พยาบาลสาวคนหนึ่ง พูดออกมา พร้อมทำหน้างงๆ

“จริงๆ … มันก็มีวิธีเช็คอยู่นะ” พยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้นมา

หมอแก้ว ถามพยาบาลคนนั้นว่าต้องทำยังไง เธอบอกว่า ก็เช็คจากกล้องวงจรปิดไง เออใช่! แก้วพูดขึ้นมา พร้อมกับขอบใจเพื่อนร่วมงานพยาบาลคนนั้น พอถึงเวลาเลิกงาน เธอรีบไปที่ห้องกล้องวงจรปิด แต่ในระหว่างทางที่ไป เธอก็เจอเข้ากับ คนไข้ ที่พยาบาลสาวพวกนั้นบอก ว่าเป็นคนที่กลับขึ้นมา จากคุกใต้ดินเมื่อหลายปีก่อน เธอหยุดแล้วครุ่นคิดอยู่ซักพัก ก่อนจะตัดสินใจ รีบเดินเข้าไป หาคนไข้ชายคนนั้น

ที่กำลัง นั่งเหม่อลอย อยู่บนเตียงคนเดียวเพียงลำพัง พอหมอแก้วเข้าไปใกล้ๆ เธอเรียกชายคนนั้น หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบสนองกลับมา หมอแก้วเดินเข้าไปช้าๆ ค่อยๆ นั่งลงบนเตียงใกล้ๆ คนไข้ชายเบาๆ เธอเอียงคอแล้วก็เอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ พร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใสว่า ทำอะไรอยู่จ๊ะคนไข้ คนไข้ชายหันมามองเธอช้า เขามองหมอแก้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วก็หันหน้ากลับไป

เหม่อมองออกไปที่หน้าต่างอีกครั้ง หมอแก้วค่อยๆ พูดขึ้นมาว่า

“คนไข้ รู้เรื่องคุกใต้ดินใช่ไหม”

“บอกหมอได้ไหมจ๊ะ ว่ามันอยู่ที่ไหน” หมอแก้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับส่งยิ้มให้กับคนไข้ชาย

“ม ม ม ไม่ครับ ผมไม่รู้ๆ”

“ไม่รู้ๆๆๆๆๆ” คนไข้ตอบหมอแก้ว ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“คนไข้ไม่ต้องกลัวนะ” หมอแก้วพูดและยิ้มให้คนไข้

“ไหน… คนไข้อยากได้อะไร”

“ถ้ายอมบอกหมอล่ะก็ หมอจะให้ทุกอย่างเลย”

คนไข้ชาย ค่อยๆ หันกลับมามองหมอแก้ว เขามองไปที่หน้าอกของหมอแก้ว แล้วก็มองไปที่ต้นขาขาวๆ ของเธอ หมอแก้วค่อยๆ เอามือมาจับที่ต้นขาของคนไข้ชาย เธอบอกว่า อยากได้อันนี้หรอ ใช่อันนี้หรือเปล่า หมอแก้วพูดพร้อมกับ ยื่นหน้าอกของเธอ ให้คนไข้ชายได้ดูใกล้ๆ เธอค่อยๆ เอามือลูบต้นขาของคนไข้ชาย ลูบไล้ขึ้นไปเรื่อยๆ ช้าๆ หมอแก้วจับมือคนไข้ แล้วเอามาวางไว้ที่ขาอ่อนของเธอ พร้อมทำเสียงกระเส่า

“คนไข้จ๋า…”

“บอกหมอได้หรือยัง ว่าคุกใต้ดินอยู่ที่ไหน” หมอแก้วพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงกระเส่า ที่ข้างหูคนไข้

“ถ้าไม่ยอมบอก หมอจะไปแล้วนะ”

“หมอต้องรีบไปตามหา”

“บ บ บอกก็ได้ครับ จะบอกแล้วววว” คนไข้ชายลับตา พร้อมกับพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงกระเส่า

หมอแก้ว ลูบขึ้นไปที่หว่างขาคนไข้ หลังจากนั้นก็เอามือ ล้วงเข้าไปในกางเกงของเขา เธอบีบและขยำ เจ้าหนอนน้อยของคนไข้ชาย เธอจับมัน แล้วก็ใช้มือรูดขึ้นรูดลงช้าๆ เธอทำสีหน้าออดอ้อนยั่วยวน พร้อมกับกระซิบข้างหูคนไข้ชาย

“ชอบไหมจ๊ะ”

“ถูกใจหรือป่าว”

“หมอทำถูกไหม”

“อยากให้หมอทำมากกว่านี้หรือป่าว หึ!”

“ช ชอบครับ ถูกใจมากเลย อืมมมม”

“ถ้าอยากให้หมอทำอีก ก็บอกมาว่าคุกใต้ดินอยู่ที่ไหน”

หมอแก้ว เริ่มเร่งมือ เธอชักขึ้นชักลงไวๆ เธอออกแรงที่ข้อมือ แล้วก็สาวเจ้าหนอนน้อยของคนไข้ชายที่กำลังโตเต็มที่ เธอจับมือของคนไข้ชาย ยัดเข้าไปในเสื้อของเธอ หมอแก้วให้คนไข้บีบหน้าอกของเธออย่างหนำใจ ขณะที่เธอกำลังใช้มือสาวหนอนให้กับเขา

“อ้า! อยากให้หมอใช้ปากทำให้ไหม”

คนไข้ทำหน้าตื่นเต้น

“เมื่อยมือจัง”

“สงสัย หมอคงต้องใช้ปากทำให้แล้วล่ะ”

หมอแก้วรวบผมทั้งหมดไปไว้อีกข้าง เธอกำลังจะก้มลงไป หาเจ้าหนอนน้อยของคนไข้ แต่ไม่ทันไร คนไข้ตัวก็เริ่มเกร็ง แล้วก็ปล่อยน้ำพุ่งกระฉูดออกมา เลอะเต็มมือของหมอแก้ว คนไข้ครางซี๊ดออกมา พร้อมกับบอกว่า

“ค คุกใต้ดิน มันอยู่ข้างล่าง”

“ตรงไหนหรอ”

“จะต้องเดินลงไป”

“เดิน เดิน เดิน แล้วก็เดินลงไป”

“เดิน… ลงบันได ไปเรื่อยๆ”

“แล้วก็จะเจอ… ประตูเหล็กบานใหญ่”

“แล้วไอ้บันไดที่ว่านี่มันอยู่ตรงไหนหรอ”

“คนไข้ คนไข้คะ ค คน… เห้อ!”

คนไข้ชายนอนหงายหลัง หมดแรงแล้วก็หลับไป ขณะที่หมอแก้วกำลังกำไอ้นั้นของเขาอยู่ในมือ หมอแก้วส่ายหัวด้วยความเซ็ง แล้วก็เดินออกมาไปล้างมือ เธอตั้งสติแล้วก็รีบเดินไปที่ห้องกล้องวงจรปิด เมื่อเจอคนเฝ้า เธอก็ขอให้เขาเปิดกล้องให้ดู คนเฝ้าบอกว่า จริงๆ ต้องมีหนังสือมานะ แค่เพราะคราวก่อน มันมีเรื่องร้ายแรง ฉันจึงยอมให้เธอดูกล้อง แต่หมอแก้วก็คะยั้นคะยอ ให้เขาช่วย เพราะเธอไม่เห็นคนไข้มานานแล้ว

แถมเธอยังบอกอีกด้วยว่า เธอลงไปที่คุกใต้ดิน แต่เธอก็ไม่เจอคนไข้เลย คนเฝ้าทำหน้าตกใจ เพราะรู้ว่าเธอได้ลงไปที่คุกใต้ดิน เขาจึงเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้ดู เธอดูตั้งแต่ต้นว่าเกิดอะไรขึ้น เธอเห็นคนไข้สาว เดินเล่นไปมาในสวนแล้วก็ในตึก ทุกอย่างดูปกติ แต่แล้วเธอก็เห็นคนไข้สาว เดินร้องเพลงไปตามทางเดิน แล้วก็เดินหายไปที่มุมมืดๆ ที่แห่งหนึ่งในตึงขอกผู้ป่วย แก้วถามกับผู้คุมว่าตรงนั้นคือที่ไหน

เพราะเธอเดินหาคนไข้ ในตึกนั้นจนทั่วแต่ก็ไม่เห็น เพราะที่ตรงนั้นเธอเคยเดินผ่านมาแล้วด้วยหลายครั้ง คนเฝ้าบอกว่า ตรงนั้นมันทางเดินออกไปยังระเบียง ทางฝั่งซ้ายของตึกผู้ป่วย มันอยู่ชั้น 2 หลังจากที่ได้ยิน แก้วก็รีบเดินกลับเข้าไปในตึก ระหว่างทางเธอก็เจอกับ เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ที่ถามเธอว่ายังไม่เลิกงานอีกหรอ เธอบอกยังเหลืองานเอกสารให้เคลีย แล้วเธอก็รีบๆ เดินเข้าไปในตึก วิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง

เธอเดินตรงเข้าไปในทางมืดๆ นั้น ทางเดียวกลับที่คนไข้สาวหายไป มันเป็นทางเดินสั้นๆ เพียงไม่กี่ก้าวเธอก็เจอกับระเบียงเล็กๆ ที่ยืนได้ 2-3 คน เป็นพื้นที่โล่งๆ เธอสงสัยมากเพราะคนไข้สาวที่เธอตามหา เธอเดินเข้ามาในนี้แล้วก็หายไปเลย ไม่ได้กลับออกมาอีก เธอมองลงไปข้างล่างระเบียง ก็มีแต่สวนหญ้าโล่งๆ แถมฝั่งตรงข้ามก็เป็นวิวป่ากับภูเขา ที่มีกำแพงสูงกั้นอยู่ แก้วเดินถอยกลับมาพร้อมกับครุ่นคิด

เธอท้าวสะเอว พร้อมกับเอามือซ้ายพิงไปที่กำแพงข้างๆ เพียงแค่เธอออกแรงกดลงไป อยู่ๆ กำแพงนั้นก็เปิดออก แก้วตกใจมาก หลังจากที่ตั้งสติได้ เธอเรียก ชื่อของคนไข้สาวคนนั้นเบาๆ

“ฝน”

“คุณฝนคะ”

“อยู่ในนี้หรือป่าวคะ”

“คุณฝน ได้ยินหมอไหม”

หมอแก้วเดินเข้าไปอย่างช้าๆ เธอเหยียบไปบนพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ ข้างในนั้นมืดมากๆ มันเป็นห้องโล่งๆ ไม่มีหน้าต่าง หมอแก้วใช้แสงสว่างยามเย็น ที่เหลืออยู่ มันส่องผ่านเข้าไป เธอเดินเข้าไปไม่นานนัก เธอก็เจอกับบันได หมอแก้วตัดสินใจเดินลงไปเรื่อยๆ ไม่นานเธอก็พบกับประตูอีกบาน มันถูกใส่กลอนไว้ เธอขยับมันแล้วก็ดันออก พอเดินออกมา เธอก็รู้ตัวว่ามาโผล่ชั้นล่างของตึก ตรงห้องเอกสาร

พอเธอหันหลังกลับไปดู ก็เจอเข้ากับกระดาษที่ติดหน้าห้องว่า ปิดปรับปรุงกำลังซ่อมแซม เธอมาคิดๆ ดู นี่อาจจะเป็นห้องลับอะไรซักอย่างก็ได้ แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะในนั้นมันไม่มีอะไรเลย แถมปลายทาง ที่เดินลงมาก็เป็นชั้น 1 ที่อยู่ใกล้กับห้องเอกสาร ซึ่งประตูบานนี้เธอก็เคยเห็นมาแล้ว แก้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเดินตรงออกไป แต่ระหว่างที่เดินไปนั้น เธอก็เอะใจกับอะไรบางอย่าง

บันไดที่มีลงไปอีกชั้น ซึ่งทางขึ้นบันไดอันนี้ หากเดินขึ้นไปมันจะพาไปที่ชั้น 2 ซึ่งเธอก็เคยใช้อยู่บ่อยครั้ง แต่พอดูจากแผนผังในหัวแล้ว ถ้ามีบันไดลง มันจะพาลงไปไหนล่ะ ซึ่งเธอไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ตอนใช้ทางขึ้นแถวนี้ เธอเห็นทางลงเปิดไฟอยู่ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เธอคิดว่า อาจจะเป็นห้องเอกสารหรือห้องเก็บยา ในครั้งนี้เธอตัดสินใจเดินลงไป เธอเดินลงไปเรื่อยๆ ใช้เวลาพอสมควร ถ้าจะให้พูดจริงๆ

เหมือนเดินลงตึก 6 ชั้น เธอเริ่มเอะใจแล้ว เพราะทางเดินลงไปนั้น มันมีระยะทางที่ลึกพอสมควร พอเดินลงมาถึงชั้นล่างสุด เธอก็เจอเข้ากับพื้นที่โล่ง ที่หันไปทางไหนก็เจอแต่กำแพง แก้วลองเอามือลูบไปมาแตะๆ ไปที่กำแพง เพื่อจะเจออะไรแบบห้องข้างบน แล้วก็จริงๆ เธอเจอจับอะไรได้บางอย่าง มันผิดปกติ มันไม่ใช่ปูนแต่เป็นไม้ แถมมันเลือนได้ด้วย เธอค่อยๆ เลือนกำแพงไม้นั้นออก เธอเลื่อนไปทางขวาอย่างทุลักทุเล

เพราะมันมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ พอเลือนจนสุดเธอก็เจอเข้ากับ ประตูเหล็กบานใหญ่ พร้อมกับป้ายหน้าห้องที่เขียนว่า คุกใต้ดิน ภาพที่คนไข้ชายนั้นบอก มันคือเรื่องจริง เดินลงบันไดเรื่อยๆ แล้วก็จะเจอประตูบานใหญ่ เธอค่อยๆ แง้มประตูออกช้าๆ มีแสงรอดออกมา เธอมองเข้าไปในช่องแคบๆ นั้น เธอเห็นหลอดไฟนี่ออน ไม่กี่ดวงตามทางเดิน มันเป็นทางตรงแคบๆ ที่สองข้างทางมีแต่พนังเปลือยป่าว มีน้ำหยุดขังและหยดลงมาตลอด

เธออยากจะเข้าไปมากๆ แต่มันเลยเวลามานานพอสมควร เธอจะต้องกลับขึ้นไปข้างบน เผื่อมีใครกำลังตามหาเธออยู่ เธอจึงรีบเลื่อนปิดประตูบานนั้น แล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นไปข้างบน ในตอนที่กลับขึ้นไปถึงชั้น 1 เธอก็เจอเข้ากับพยาบาลสาวคนหนึ่ง ที่กำลังเดินออกมาจากห้องเก็บเอกสาร ด้วยสภาพยุ่งเหยิง เสื้อผ้ายับยู่ยี่หัวยุ่งเหงื่อท่วมตัว เธอถามแก้วว่ายังไม่กลับอีกหรอ แล้วนี้มาจากไหน แก้วตอบไปว่า

พึ่งเดินลงบันไดมา กำลังจะเข้าไปเอาเอกสาร แล้วแก้วก็เดินเข้าไปข้างใน พร้อมกับหยิบเอกสาร ของคนไข้ที่ชื่อฝนขึ้นมาอ่าน ทำท่าดูอะไรบางอย่าง เพื่อไม่ให้ใครแถวนั้นเกิดความสงสัย หลังจากดูเสร็จเธอก็กลับไปที่ ห้องทานอาหาร เธอรีบกินแล้วก็กลับไปพักผ่อนโดยเร็ว พอถึงตอนเช้า หมอแก้วเตรียมของที่จำเป็นต้องใช้ เช่นมีดพกไฟฉาย แล้วก็กิ๊บหนีบผม เธอเข้าทำงานตามปกติ แต่หลังจากพักเที่ยง เธอก็บอกเพื่อนๆ เธอว่า

ขอตัวงีบสักหน่อย วันนี้เพลียมากๆ เธอเข้าไปนอนในห้องพัก ใกล้ๆ เคาน์เตอร์ ในนี้จะไม่มีใครเข้ามากวนแน่นอน เพราะเป็นที่ไว้สำหรับพักผ่อน เวลาผ่านไปได้ไม่นาน แก้วแอบออกมา แล้วก็ตรงไปที่ห้องเอกสารชั้นล่าง เธอมองซ้ายมองขวาไม่มีใครเห็น เธอมองลงไปที่บันไดนั้น ก่อนตัดสินใจ รีบเดินลงไปยังข้างล่าง พอเดินไปถึง เธอก็เลือนไม้ที่ปิดประตูเหล็กออก พร้อมกับค่อยๆ เปิดประตู แล้วก็เข้าไปข้างใน

อากาศในนี้มันอับแล้วก็ชื้นมากๆ มีน้ำหยดลงมาจากท่อบนเพดาน เธอเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เดินไปช้าๆ อย่างระวัง พอไปถึงสุดทาง ก็มีทางให้เลี้ยว เธอค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมองทางด้านขวา เธอเห็นประตูหนึ่งบาน หลังจากที่ดูและพิจารณาอยู่ซักพัก เธอก็เดินตรงเข้าไป หมอแก้วจับไปที่ประตู แต่มันล๊อคอยู่ มันเป็นประตูเหล็ก ที่ต้องใช้กุญแจไขเพื่อเปิด แก้วใช้กิ๊บบนกระบานที่เสียบอยู่ ค่อยๆ ไขมัน ใช้เวลาพอสมควร

ประตูก็ถูกปลดล็อก เธอเปิดมันออก แล้วก็พบกับทางเดินลงไปแคบ มันเป็นบันไดไม่สูงนัก แก้วเดินลงไปช้าๆ เบาๆ และแล้วเธอก็เจอเข้ากับ ลานกว่างใหญ่ๆ ที่ล้อมไปด้วยประตูห้องขังนับร้อย มันเรียงต่อกันเป็นวงกลมถึง 3 ชั้นด้วยกัน เธอเดินเข้าไปยังจุดศูนย์กลางของลานโล่ง พร้อมกับหมุนตัวมองไปรอบๆ เธอตะลึงไปกับความกว้างของพื้นที่ และห้องขังที่เรียงรายกันนับร้อยห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าของใครสักคน

เสียงนั้น กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสองของห้องขัง เธอลุกลี้ลุกลน เพราะไม่รู้จะไปแอบที่ไหน แถมเธอก็ไม่อยากเดินกลับขึ้นไปอีกด้วย เพราะเธอก็มาไกลแล้ว อยากจะรู้ความจริงสุดๆ ไม่นานนัก ก็มีห้องขังหนึ่ง ถูกเปิดแงมออกมาช้าๆ พร้อมกับมือปริศนา กวักมือเรียกเธอให้เข้าไป ในตอนนั้น เธอไม่รู้จะทำยังไงแล้ว เพราะหากนั้นเป็นผู้คุม เธอจะต้องโดนจับแน่ๆ แถมอาจจะโดนอะไรมากกว่านี้หรือป่าวก็ไม่รู้ แต่นั้น…

คงเป็นคนไข้ พอจะสู้ได้อยู่ ดูจากขนาดมือที่ผอมแห้งและเล็กตอนยื่นออกมา เธอจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปในห้องขังนั้นอย่างรวดเร็ว พอเข้าไปแล้ว เธอก็รีบปิดประตูเบาๆ เธอมองออกไปยังช่องลูกกรงเล็กๆ เธอเห็นชายชุดดำสูงใหญ่ มือถือท่อนเหล็กเดินไปเดินมา 2 คน เธอได้ยินเสียงเหมือนมีใครเรียกเธอ ในห้องขังนั้นมาจากมุมมืด ภายในห้องขังนั้น มีเพียงแสงไฟอ่อนๆ จะตะเกียงเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางห้องขังแคบๆ

แก้วค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ ตามเสียงเรียกอันแผ่วเบา ที่ลอยออกมาจากมุมมืดในห้องขังนั้น

“นู๋” เสียงชายคนหนึ่ง พูดออกมา

“นู๋จ๋า”

“คุณเป็นใคร” แก้วถามออกไปเบาๆ

“ฉันนนะหรอ

“ใครดีนะ

“คุณเป็นคนไข้สินะ” หมอแก้วพูดพร้อมกับมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“ก็ไม่เชิง อยู่ที่ว่า… เธอจะตีความหมายมันว่าอะไร”

“คำว่าคนไข้อะนะ” ชายหนุ่มปริศนาตอบกลับมา พร้อมหัวเราะเบาๆ

“ก็ถ้าคุณไม่บ้าแล้วจะมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง” หมอแก้วถามออกไป

“นั้นนะสิ ฉันต้องบ้าแน่ๆ” เสียงชายคนนั้น เริ่มมาจากทิศทางที่ต่างออกไป เหมือนเขากำลังเดินไปรอบๆ ห้อง

“แล้วตกลงคุณเป็นใคร” หมอแก้วถาม พร้อมกับหันตัวมองไปรอบๆ ห้อง

“ตกลงคุณบ้าหรือป่าว”

“ใช่ฉันบ้า” ชายปริศนาตอบกลับมา

“ก็คงงั้นแหละ” หมอแก้วโต้ตอบกับชายปริศนา แต่ยังคงระแวง

“แล้วเธอไม่กลัวหรอ” ชายปริศนาพูดกับเธอ แล้วก็หัวเราะออกมา

“ก็นิดหน่อย”

“แต่ฉันเจออะไรที่บ้ากว่านี้มามากแล้ว”

“ชินแล้วล่ะ”

“นี่คุณหมอ” ชายปริศนาพูดขึ้น

“หึ” หมอแก้ว หันหลังไปหาทิศทาง ที่มีเสียงเรียกเธอ

“ไม่มีคนบ้าที่ไหน บอกตัวเองบ้าหรอก”

“เอ๊ะ!” หมอแก้วทำหน้าครุ่นคิด

และแล้ว ชายปริศนา ที่พูดกับหมอแก้วในมุมมืด ก็เริ่มโผล่ออกมา เข้ามาใกล้ๆ แสงไฟ ตรงตะเกียงกลางห้อง แล้วก็พูดกับเธอว่า

“จริงๆ แล้ว”

“ฉันน่ะ”

“เป็น…”

“นักเขียน”

บทที่6 ห้อง…เชือด

สุดท้ายแล้ว… ยังไงคนเราก็ต้องตาย ดิ้นรนเอาตัวรอดในวันนี้ เพื่อที่จะได้… ไปตายในวันข้างหน้า มนุษย์นี่ช่างน่าขันสิ้นดี

“ห๊ะ! นักเขียน…?” แก้วพูดกับชายแก่ ด้วยสีหน้าสงสัย

“ใช่แล้ว”

“ฉันแอบเข้ามาที่นี่ เพื่อเขียนหนังสือ”

“ถ้าอยากจะเขียนอะไรซักอย่าง”

“เราก็ต้องเข้าถึง แก่นแท้ของมัน”

“ได้เห็นจริงๆ”

“ลงมือทำจริงๆ”

“มันถึงจะสมจริง”

“ไม่คิดงั้นหรอ”

“แล้วนี้ตกลงนี่ บ้าจริงๆ ใช่ไหม” แก้วเอียงคอถามด้วยความสงสัย

“ฮ่าๆๆๆ” ชายแก่หัวเราะออกมาเบาๆ

“เอาเหอะ ยังไงฉันก็ต้อง ออกไปจากที่โดยเร็ว” แก้วพูดกับชายแก่ พร้อมมองออกไปนอกห้องขัง

“ไม่งั้น คงได้เป็นบ้าตายแน่ๆ”

“เธอคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรอ” ชายแก่บอกกับหมอแก้ว

“นี่คุณอยู่มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย” หมอแก้วมองร่างชายแก่ ที่ผอมโซสภาพอ่อนเพลีย

ชายแก่เล่าว่า เขาเป็นนักเขียนอยู่ในเมืองใหญ่ เขียนทั้งบทความและนิยาย ในช่วงชีวิตการเป็นนักเขียนนั้น ไม่ได้แย่หรือดีอะไรมากมาย ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่าย แต่ความปรารถนาในใจของเขานั้น ต้องการอะไรที่มากกว่า การเขียนนิยายให้มีคนชื่นชมผลงาน มันไม่สนุกเท่ากับ ประสบการณ์ที่ได้รับก่อนนำมาถ่ายทอด เขาเริ่มเขียนนิยายอีโรติก ด้วยประสบการณ์เรื่องอย่างว่าที่ยังน้อย รวมไปถึง

ตัวเองอยากได้อะไรที่แปลกใหม่ เขามักจะจ่ายเงิน ให้กับซ่องและโรงแรมต่างๆ รวมไปถึงบางสถานที่ เพื่อไปแอบดูผู้คนมีอะไรกัน ไม่ว่าจะเป็น ชายหญิง หญิงๆ ชายๆ หรือแม้กระทั่งอะไรแปลกๆ ที่คนเหล่านั้นยอมจ่ายเงิน เพื่อให้มีอะไรเข้าออกรูของพวกเขา ชายแก่เขียนนิยายได้หลายเรื่อง จนกระทั่งเขาคิดได้ว่า ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ มันต้องมีอะไรแปลกๆ แน่ๆ เพราะมันเป็นโรงพยาบาลบ้า ต้องมีเรื่องบ้าๆ อยู่แน่

เขาหวังจะเจอกับสิ่งใหม่ ในตอนแรก ชายแก่แกล้งเป็นบ้า แล้วก็เข้ามาอยู่ในฟินาเล่ เขายังเขียนนิยายไม่จบเรื่อง เพียงไม่กี่วันชายแก่ก็โดนจับได้ เขาจึงถูกส่งตัวไปให้ตำรวจ แต่ชายแก่อ้างว่ามาตามหาญาติ ถึงเหตุผลมันจะไม่ค่อยดูน่าเชื่อถือซักเท่าไหร่ แต่เขาก็ถูกปล่อยตัวออกมาเพื่อไม่ให้เกิดความสงสัยไปมากกว่านี้ ภายหลังเขาได้กลับไปใหม่ ชายแก่ใช้เวลาอยู่นาน กว่าจะหาทางเข้าฟินาเล่เจอ และแล้วเขาก็พบ

เขาเจอเข้ากับคนบางกลุ่ม ที่ไม่อยากให้ใครเห็น พวกเขาขนอะไรบางอย่าง เพื่อลักลอบเข้าไปในฟินาเล่ ชายแก่จึงสังเกตแล้วก็แอบมองอยู่ซักพัก จนกระทั่งมั่นใจ เขาจึงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในกล่อง หลังจากนั้น พวกคนที่ทำตัวแปลกๆ ก็ช่วยกันขนของ เขาถูกพาเข้ามาในฟินาเล่ แต่แทนที่จะไปโผล่ในโรงพยาบาล เขาดันมาโผล่ที่ไหนก็ไม่รู้ แถมหาทางออกไม่เจอด้วย ชายแก่ตกใจมาก แต่ก็แอบดูโน้นดูนี่ จนวันหนึ่ง

ขณะที่เขากำลัง แอบดูหมอกับพยาบาลเอากัน เขาก็ถูกจับได้ เขาวิ่งหนีไปทุกที่ในฟินาเล่ มีบุรุษพยาบาลนับสิบคน คอยวิ่งไล่ตามเขา ชายแก่วิ่งลงบันไดมาเรื่อยๆ จนพบกับทางเข้าคุกใต้ดิน ในตอนนั้น ที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกล็อคแน่นหนา เขาวิ่งเข้ามาเรื่อยๆ อย่างสบาย เพราะไม่มีคนเฝ้าประตู ชายแก่วิ่งจนมาถึงใจกลางคุกใต้ดิน มันมีห้องขังอยู่หนึ่งห้อง ที่เปิดประตูทิ้งไว้ เขาจึงวิ่งเข้ามาแอบอยู่ข้างใน ส่วนผู้คุมและบุรุษพยาบาล

ใช้เวลาไม่นาน ก็ตามชายแก่มาถึงคุกใต้ดิน ชายแก่เงียบและแอบอยู่เฉยๆ พวกผู้คุมนั้นต่างพากันหาเขา เปิดประตูห้องขังทุกห้อง แต่ก็เปิดไม่ออก เพราะว่ามันถูกล็อคเอาไว้ พวกเขากระทืบ และถีบประตูเสียงดัง จนทำให้คนไข้บางคน ที่ถูกขังอยู่ที่นี่ กลัวแล้วก็ส่งเสียงร้อง ไม่นานนัก ชายแก่ได้ยิน บุรุษพยาบาลคนหนึ่งพูดว่า ห้องนี้เปิดได้ไม่ได้ล็อก ไม่ถึง 1 นาที ทุกอย่างก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เขามองลอดออกไปที่ลูกกรง

สิ่งที่เขาเห็นนั้น คือร่างกายของบุรุษพยาบาลและผู้คุมนับสิบคน นอนตายเกลื่อนกลาดไร้ลมหายใจ โดยที่ศีรษะของทุกคนถูกตัดขาด กระเด็นไปคนละทิศละทาง ชายแก่ตกใจมากๆ และไม่กล้าออกไปไหน เขาแอบอยู่ในห้องนั้น นานมากๆ ไม่รู้ว่าผ่านไปกี่วัน เพราะที่แห่งนี้ไม่มีแสงสว่าง แถมไม่ได้ยินเสียงอะไรจากบนพื้นดินอีกด้วย ไม่นานชายแก่ก็ตัดสินใจ ออกสำรวจอย่างระวัง เขาดูทุกห้องขัง ดูทุกทางเดิน

ในหนึ่งวัน เขาจะออกไปไม่นาน ใช้เวลาในการสำรวจเพียงแค่ 3-5 นาทีต่อวัน เพื่อความปลอดภัย เพราะจะได้กลับมาแอบที่ห้องขังได้อย่างทันท่วงที หลังจากที่เริ่มชินเส้นทาง ชายแก่ก็ออกไปนานขึ้น มันทำให้เขาเจอกับสถานที่มากมาย ห้องแปลกๆ และบุคคลที่น่าสงสัย เขาใช้เวลา 10 นาทีต่อวัน เพื่อออกสำรวจที่แห่งนี้ เขาไม่มั่นใจและไม่กล้าออกไปทางที่เขาหนีมา เพราะว่าระยะทางมันค่อนข้างไกล อีกทั้งระหว่างทาง

ก็ไม่มีที่ให้หลบซ่อนด้วย ผ่านไปหลายเดือน ชายแก่ประทังชีวิตด้วยการกินหนูที่หลงเข้ามา บวกกับหยดน้ำที่ไหลมาตามท่อ เขาจับพวกหนูไว้ แล้วก็เลี้ยงมันด้วยเศษอาหารที่หามาได้ พอมันออกลูก เขาก็นำมากิน ชายแก่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เขาคิดในใจว่า ไม่น่าเข้ามาในนี้เลย แต่จะให้พูดจริงๆ สิ่งที่เขากลัวมากที่สุด ไม่ใช่ผู้คุมหรือหมอที่อยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ แต่ที่เขากลัว คืออะไรบางอย่าง

ที่สังหารชายร่างใหญ่นับ 10 คน ใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาที แถมไม่มีร่องรอยการต่อสู่ หรือเสียงกรีดร้องเลยด้วย เขาคิดว่า ไม่ว่ามันจะเป็นตัวอะไร มันต้องไม่ธรมดา และอันตรายมากแน่ๆ เวลาผ่านไปหลายเดือน และแล้วชายแก่ก็เจอ… มีการนำคนไข้จากข้างบนลงมา เขาเห็นคนไข้ทั้งหมดมีแต่ผู้หญิง สาวๆ พวกนั้น ถูกนำตัวเข้าไปยังห้องขัง เขาแอบตามไปดู แล้วก็ได้รู้ความจริงว่า ห้องขังนั้น มันไม่ใช่ห้องขัง แต่มันเป็น…

ทางเข้าไปที่ไหนสักแห่ง ภายในห้องสีเหลี่ยมนั้น มีทางเดินเข้าไปอีก ชายแก่ตัดสินใจ เดินเข้าไปแล้วสำรวจ เขาได้ยินเสียงมาแต่ไกล พอเดินเข้าไปถึง ก็เจอห้องขังอีกสิบกว่าห้อง มีคนไข้สาวพวกนั้นถูกขังอยู่ แต่สภาพของพวกเธอนั้นล่อนจ้อน เปลือยกายไม่ได้สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว แถมดูหมดแรงแล้วก็อ่อนเพลียมากๆ ไม่นานนัก ก็มีชายร่างใหญ่เดินเข้ามา มันพาหญิงสาวคนหนึ่งออกไป ชายแก่จึงตามไปดูอย่างเงียบๆ

แล้วเขาก็พบกับ กลุ่มคนหลายสิบชีวิต กำลังนั่งดูหญิงสาวขึ้นไปยืนบนแท่นสูง หลังจากนั้น ก็มีคนคอยพูดและประกาศ ดูเหมือนว่า พวกเขากำลังประมูลหญิงสาวพวกนั้น หลังจากที่ดูและสำรวจทั้งหมด ชายแก่ก็รู้ว่า มีคนไข้ถูกขายออกไป ให้กับคนบางกลุ่มที่ต้องการ แต่บางครั้ง พวกมันก็นำคนไข้หญิงสาว ออกมาขายบริการ ให้กับคนที่อยากหลับนอนกับพวกเธอ อีกทั้งยังมีการถ่ายรูปและ VDO แปลกๆ เพื่อนำออกไปขาย

ใจจริงชายแก่อยากจะช่วยพวกเธอ แต่ลำพังตัวเขาเอง ยังจะเอาตัวไม่รอด สิ่งที่เขาทำได้ คือหาทางออกให้ได้ไวที่สุด หลังจากใช้เวลาอยู่หลายเดือน เขาก็เจอ… ทางออก มันมีแค่ทางเดียว สำหรับใช้เข้าออกที่แห่งนี้ เพียงแค่รอเวลาเหมาะๆ และทุกอย่างลงล็อก เขาก็จะสามารถหนีออกไปยังที่แห่งนี้ได้

“แล้วไม่กี่เดือนที่ว่านี้… มันกี่เดือนหรอ” หมอแก้วถามด้วยความสงสัย

“36 เดือน” ชายแก่ตอบ พร้อมกับชูสามนิ้ว

“อ๋อ 36 เดือน”

“๊ห๊ะ! มัน 3 ปี ไม่ใช่หรอ” หมอแก้วพูดออกมา ด้วยสีหน้าตกใจ

“ใช่ ฉันใช้เวลาสามปี เพื่อวางแผนหลบหนี” ชายแก่ตอบหมอแก้ว แล้วก็พยักหน้า

“และฉันก็มี… นี่!” ชายแก่ หยิบอะไรบางอย่าง ให้หมอแก้วดู

ชายแก่หยิบแผนที่ออกมาให้ดู หมอแก้วดูมันอย่างตั้งใจ เพื่อจดจำรายระเอียดต่างๆ ชายแก่เอานิ้วจิ้มลงไปที่แผนที่ เขาบอกว่า ตรงนี้คือทางออก ใจกลางคุกใต้ดินแห่งนี้ ตรงกลางจะมีท่อระบายน้ำ จะต้องปีนลงไปที่นี่ แล้วก็เดินไปอีก เกือบ 1 กิโล ก็จะสามรถออกไปได้ เท่าที่ดูมันน่าจะออกไปตีนเขา ข้างนอกของฟินาเล่ แก้วถามชายแก่ว่า มั่นใจแค่ไหน เขาบอก 70% แก้วยังถามอีกว่า หากว่ามันไม่ใช่แบบที่คิดล่ะ จะทำยังไง

ชายแก่บอกว่า หากเธอหลงอยู่ในนั้น หรือออกไปไม่ทัน อาจจะจมน้ำตาย หรือไม่ก็โดนสัตว์ร้ายเอาไปกิน

“สัตว์ร้ายงั้นหรอ” แก้วถามชายแก่ออกไป

“ใช่แล้ว!” ชายแก่ตอบหมอแก้ว พร้อมกับพยักหน้า

ชายแก่บอกหมอแก้วว่า เขาจะเอียงหูฟังที่พื้นบ่อยๆ บางครั้งเขาได้ยิน มันคืบคลานไปทั่ว พวกหนูที่เลี้ยงเอาไว้ มันมักจะร้องโวยวาย ตอนที่สัตว์ร้ายคลานเข้ามาใกล้ๆ มันคลานไปตามท่อ เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นงูยักษ์ หมอแก้วถามว่า ถ้าทุกอย่างครบหมดแล้ว ทำไมยังไม่หนีออกไป ชายแก่บอกว่าเขาต้องการอะไรบางสิ่ง ที่หายากมากๆ แล้วก็มองไปที่หมอแก้ว ด้วยสายตาที่มีความต้องการ อยากได้อะไรบางอย่าง

“นี่! มองอะไรอะ” หมอแก้วถามชายแก่ พร้อมเอามือขึ้นมาปิดหน้าอกตัวเอง

“ถึงจะของขาดมานาน แต่ฉันก็ไม่ให้ทำหรอกนะ”

ชายแก่บอกว่าไม่ใช่แบบที่เธอคิด สิ่งที่เขาต้องการจริง นั้นก็คือแสงสว่าง เขายังบอกออีกว่า เขาไม่อยากได้ตัวเธอหรอก หากแต่ว่าร่างกายของเธอนั้นมันเรืองแสงได้ เขาเพียงต้องการไฟฉายของเธอ เพื่อส่องแสงให้ความสว่าง ตอนลงไปข้างล่างนั้น เพราะในท่อมันมืดมากๆ

“จริงๆ พวกเราสองคน…”

“สามารถเดินออก ไปยังทางที่ฉันเข้ามาได้เลยนะ” หมอแก้วบอกกับชายแก่

“ไม่เอาหรอก มันง่ายเกิน” ชายแก่ตอบหมอแก้ว พร้อมกับส่ายหน้า

“จะให้ฉันบอกคนอ่านว่ายังไงล่ะ”

“ฉันลำบากแทบตาย แล้วก็หนีออกมาจากคุก”

“ด้วยเส้นทางที่ง่ายแสนสบายงั้นหรอ”

“แค่เดินออกไปเฉยๆ มันจะไปสนุกอะไร”

หลังจากที่ได้ฟัง หมอแก้วก็ตัดสินใจ แลกไฟฉาย กับแผนที่ของชายแก่ ทั้งคู่ทำใจ ก่อนจะออกไปนอกห้องขัง พวกเขาไปใจกลางคุกใต้ดิน แล้วก็ช่วยกันเปิดฝาท่อ ตรงใจกลางคุกใต้ดินออก หลังจากที่เปิดมัน ชายแก่ก็ปีนลงไป ก่อนจะลงไปนั้น เขาบอกกับหมอแก้วว่า ให้ดูแลตัวเองดีๆ ที่นี้มันอัตรายมากๆ ถ้าจะหนี ก็ควรจะหนีออกไปซะตอนนี้ ไปกับเขา แต่เธอปฏิเสธ พร้อมกับบอกอีกว่า เธอจะต้องหาความจริงให้ได้

และช่วยใครคนหนึ่งให้ได้ก่อน ชายแก่บอกลาพร้อมกับจับมือเธอ ขอให้เธอโชคดี หลังจากนั้น หมอแก้วก็ปิดฝาท่อ แล้วก็เดินตรง ไปที่ห้องขัง ที่เป็นทางเชื่อมไปอีกสถานที่หนึ่ง เธอค่อยๆ เดินเข้าไปช้าๆ พอไปถึงเธอก็เปิดประตูออก แล้วก็เข้าไปสำรวจข้างใน จนกระทั่งเจอกับทางเดิน เธอค่อยๆ เดินไปเบาๆ และแล้วเธอก็พบ ห้องขังแบบที่ชายแก่บอก มีหญิงสาวเปลือยกาย ถูกห้อยอยู่ในห้องขัง นับสิบคนด้วยสภาพอ่อนเพลีย

หมอแก้วดูทุกห้องขัง แต่ก็ไม่เจอคนไข้ที่ชื่อฝน คนที่เธอตามหา เธอจึงเดินเข้าไปอีกเพื่อหาคนไข้สาวคนนั้น ไม่นานนักก็เจอกับห้องประหลาดๆ ที่เต็มไปด้วยกุญแจมือ โซ่และเขียนไขนับสิบเล่ม ภายในห้องถูกตกแต่งต่างจากห้องอื่น และแล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับถือกล้องตัวใหญ่ ไม่นานนักก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามา แล้วก็นั่งลงบนเตียงตรงกลางห้อง ไม่นานนักพวกเขาก็เริ่มทำอะไรกันบางอย่างโดยมีชายถือกล้อง กำลังถ่ายไว้ทุกกิริยาบถและท่วงท่า หมอแก้วแอบดูพวกเขา ที่กำลังทำอะไรกันบางอย่าง เหมือนกับที่เธอเคยเห็นใน CD หรือ VDO ผู้ใหญ่

ชายหนุ่ม เริ่มถอดเสื้อคนไข้สาวออก เขาค่อยๆ ถอดมันออก พร้อมกับเอาหน้า เข้าไปซุกที่ร่องอกของคนไข้สาว ชายหนุ่มหอมและใช้ลิ้นเลียไปทั่วเนินอก ก่อนจะเอาปากเข้าไปดูด นมของคนไข้สาวอย่างเมามัน คนไข้สาวที่กำลัง โดนชายหนุ่มกระทำอย่างสนุก เธอทำหน้าฟิน แล้วก็ส่งเสียงร้อง ครางออกมาเบาๆ ไม่นานนัก เธอก็ถูกชายหนุ่มถอดเสื้อผ้าออกหมด จนไม่เหลืออะไรบดบังร่างกาย ชายหนุ่มยกขาเธอขึ้น

แล้วก็ใช้ลิ้น เลียไปที่ปลายเท้าของเธอ เขาเลียขึ้นไปเรื่อยๆ ช้าๆ พร้อมกับมองใบหน้าคนไข้สาว ที่กำลังอ้าปากค้างแล้วก็ครางออกมา ด้วยความเสียวที่ชายหนุ่มกำลังมอบให้กับเธอ พอเลียมาถึงต้นขา คนไข้สาวเริ่มครางออกมาดังขึ้น ชายหนุ่มรีบใช้ลิ้น เลียขึ้นไปที่หว่างขาของเธอ ก่อนจะเอาลิ้นแยงเข้าไปในรู ชายอีกคนที่ถือกล้อง เขาบอกชายหนุ่ม ให้ถ่างขาเธอออกกว้างๆ เพื่อที่เขาจะได้ถ่าย และเห็นช่องเสียวของเธอชัดๆ

หลังจากที่ชายหนุ่ม ถ่างขาคนไข้สาวออกจนกว้าง เขาก็ใช้ลิ้นบรรจงเลียไปที่ ช่องเสียวน้อยๆ ของคนไข้สาว หลังจากที่เลียอย่างหนำใจ ชายหนุ่มก็ควักแท่งเสียวอันใหญ่ ยัดเข้าไปในรูของคนไข้สาว เขากดเธอลงติดไปกับเตียง แล้วก็ออกแรงที่เอว กระแทกแท่งเสียวอันใหญ่เข้าออกรู ของคนไข้สาวอย่างสนุก ในขณะที่กำลังทำ ก็มีชายถือกล้อง คอยพูดกำกับ ให้เปลี่ยนท่า เพื่อที่เขาจะได้ภาพสวย และ VDO เด็ดๆ ไปขาย

ทำไปได้ซักพัก เหมือนคนถือกล้องจะเริ่มเกิดอารมณ์ เขาถอดกางเกงออก แล้วก็เอาแท่งเสียวของเขา ยัดใส่ปากคนไข้สาว ขณะที่ชายหนุ่มอีกคน กำลังซอยรูของเธออย่างบ้าคลั่ง เขาถ่ายใบหน้าของเธอ ในตอนที่มีแท่งเสียวคาอยู่ในปาก พร้อมกับกำลังโดนกระแทก คนไข้สาวไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืน เธอทำไปเรื่อยๆ ทำทุกอย่างตามที่ชายหนุ่มพวกนั้นร้องขอ หลังจากที่ทำกันอยู่ท่านั้น ชายถือกล้องก็เหมือนจะอดใจไม่ไหว

เขาบอกให้ชายหนุ่ม ที่กำลังซอยอย่างเมามันพัก แล้วตัวเขาก็เข้าไปเสียบแทน ชายหนุ่มคนนั้นหยุด แล้วก็เปลี่ยนมาให้คนไข้สาวใช้ปากทำให้ ชายถือกล้องเริ่มกระแทกอย่างรุนแรง มือหนึ่งถือกล้อง ส่วนเอวก็ขยับไปมา กระแทกเข้าออกรูของหญิงสาวอย่างเมามัน คนไข้สาวส่งเสียงครางออกมา ตามจังหวะที่ชายหนุ่มกระแทกเข้าไป ทั้งสามคนนัวเนียกันอย่างสนุก ผลัดกันเข้าออกรูของหญิง เธอแสดงสีหน้าที่กำลังเสียวสุดๆ

ชายหนุ่มพวกนั้น ก็ประเคนแท่งเสียวให้เธอแบบไม่หยุดหย่อน ไม่นานนักชายหนุ่มที่ถือกล้อง ก็ทนไม่ไหว ปล่อยน้ำใส่หน้าของคนไข้สาว หลังจากถึงสวรรค์เขาก็ยังไม่หยุด เขาเอาแท่งเสียวยัดใส่ปากคนไข้สาว แล้วก็ถ่าย VDO ต่อไป ชายหนุ่มอีกคน จับคนไข้สาวยกขึ้น แล้วก็เสยเจ้าแท่งเสียวอันใหญ่ ยัดเข้าไปในรูของเธอ เขายกตัวเธอขึ้น แล้วก็ปล่อยกระแทงลงไปในแท่งเสียวอย่างดุเดือด ไม่นานนัก ก็มีเสียงพูดขึ้น…

“เห้ย! ใครวะ”

ชายร่างใหญ่ เข้ามาข้างหลังหมอแก้ว พร้อมกับกระชากตัวเธอ เข้าไปในห้องที่เธอกำลังแอบดูอยู่ ชายสองคนพร้อมกับคนไข้สาวที่อยู่ในห้องนั้น พวกเขาดูตกใจมากๆ เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่า กำลังโดนแอบมองอยู่ แถมแปลกใจด้วย ว่าหมอแก้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ชายร่างใหญ่ถามกับหมอแก้วว่าเข้ามาได้ยังไง เธอไม่ยอมบอก พร้อมกับทำหน้าเยาะเย้ย พูดจากวนตีน ชายร่างใหญ่ ซัดหมัดเข้าไปที่ท้องของเธอหลายครั้ง

แต่หมอแก้ว ก็ไม่ยอมบอกอะไร เธอเอาแต่หัวเราะ แล้วก็ถุยน้ำลายใส่หน้าชายร่างใหญ่คนนั้น หลังจากหมดความอดทน ชายคนนั้นซัดหมัดเข้ามาแรงๆ ครั้งสุดท้าย ที่ใบหน้าของหมอแก้ว ก่อนที่เธอจะสลบไป หลังจากนั้น พวกมันก็พาเธอไปขัง รวมกับคนไข้สาวคนอื่นๆ เธอถูกแขวนเอาไว้ ผ่านไปหลายชั่วโมง หมอแก้วลืมตาตื่น เธอสะลึมสะลือ และอ่อนแรงจากอาการบาดเจ็บ เธอพยายามดิ้น และแก้เชือกที่มัดแขนเธอออก

ซักพัก เธอได้ยินเสียง เหมือนมีอะไรขยับไปมา ที่หน้าห้องขัง และแล้วภาพที่เธอ มันคือหญิงสาวที่เธอตามหา คนไข้ที่ชื่อฝน ที่มีสภาพบาดเจ็บไปทั่วร่างกาย เธอชะโงกหน้าเข้ามามองหมอแก้ว เมื่อหมอแก้วเห็นคนไข้สาว หมอแก้วก็ยิ้มออกมา พร้อมกับเรียกให้เธอมาหา คนไข้สาวเข้ามาหาหมอแก้ว แล้วก็ช่วยแก้มัดเธอ หลังจากแก้มัดเสร็จ หมอแก้วก็กอดคนไข้สาวอย่างแน่น แล้วก็รีบพาตัวเธอออกไป

ทั้งสองสาววิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต ไม่นานนักก็มีเสียงโวยวายตามหลังมา เหล่าชายฉกรรจ์ 4-5 คน วิ่งไล่ตามพวกเธอมา สองสาววิ่งมาถึงใจกลางคุกใต้ดิน ในขณะที่กำลังวิ่งตรงไปบันไดทางออก อยู่ๆ ก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้น เหล็กแหลมยาว 1 ฟุต พุ่งทะลุขาของคนไข้สาวที่ชื่อฝน เธอล้มลงนอนลงไปกับพื้น คนไข้สาวร้องออกมาเสียงดัง ด้วยความเจ็บปวด หมอแก้วหันไปดูด้วยความตกใจ พร้อมกับพยุงเธอขึ้น

แต่ความเจ็บปวดนั้นมันมากเกินไป มากเกินที่คนไข้สาวจะรับไหว เธอไม่มีแรงลุกขึ้นมายืน ถึงแม้ขาอีกข้างของเธอจะใช้งานได้ดี คนไข้สาวจับมือหมอแก้ว แล้วบอกให้เธอรีบหนีออกไป ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ และแล้วก็มีหญิงสาวสามคน กระโดดลงมา จากระเบียงห้องขังชั้น 2 พวกเธอทั้งสามคน ค่อยๆ เดินตรงมาหา หมอแก้วกับคนไข้สาว หลังจากที่เดินตรงมาได้ไม่กี่ก้าว พวกเธอทั้งสามคนก็หยุดยืนอยู่กับที่ พร้อมกับทำท่าประหลาดๆ

“ว่องไวดุจสายลม” หญิงสาวคนที่หนึ่ง

“เร็วแรงดุจฟ้าผ่า” หญิงสาวคนที่สอง

“หนักแน่นอย่างหินผา” หญิงสาวคนที่สาม

“พวกเราคือ…” หญิงสาวสามคนพูดพร้อมกัน

“สามพี่น้องแห่งหุบเขาทมิฬ”

หมอแก้ว มองพวกเธอสามคน ด้วยสีหน้าสงสัยและงงงวย พร้อมกับสบถออกมาว่า…

“ใครแมร่ง…”

“ลืมนักแสดงหนังจีนทิ้งไว้วะเนี่ย”

“เชี้ยเอ้ย!”

บทที่7 หนีตาย…คุกใต้ดิน

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปี ห่างออกไป 20 กิโลเมตร ทางเหนือจากฟินาเล่ ลึกเข้าไปในผืนป่า ผ่านแม่น้ำสายใหญ่ และเทือกเขานับสิบลูก ภายใต้เงาของหุบเขาที่เงียบสงบ มีหมู่บ้านเล็กๆ ผู้คนอาศัยอยู่อย่างพอเพียง ที่แห่งนั้นมีกลุ่มคนไม่ถึงร้อย พวกเขาใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก จะเรียกว่าคนป่าก็คงไม่ผิด แต่พวกเขาใจดี และเคยช่วยเหลือนักเดินทางอยู่บ่อยครั้ง เมื่อมีใครก็ตาม หลงเข้ามาในป่า

คนที่ได้รับความช่วยเหลือ และรอดออกไป พวกนั้นบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของที่แห่งนี้ เขาเรียกที่นี้กันว่า หุบเขาทมิฬ เพราะที่แห่งนี้ ไม่เคยโดนแสงแดดเลย แม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้จะมองเห็นผืนป้าที่เขียวขจี และแผ่นฟ้าที่สวยงาม แต่พื้นดินกลับถูกบดบังไปด้วย เงาของหุบเขา แสงอาทิตย์ที่สาดส่องเข้ามา มิสามารถส่อง ลอดผ่านหุบเขาเข้ามาข้างใน แม้จะเป็นเวลาเที่ยง ที่พระอาทิตย์อยู่ตรงกลาง มันก็ไม่สามารถ

ส่องแสงลงมาได้ สำหรับคนที่นี้นั้น พวกเขามีร่ากายที่ขาวสะอาด เพราะไม่ค่อยได้โดนแสงแดด ยิ่งเป็นพวกผู้หญิงแล้วละก็ จะไม่โดนแสงแดดเลย พวกเธอจะทำงาน อยู่แต่ในหุบเขา ส่วนพวกผู้ชายนั้น จะออกไปล่าสัตว์ข้างนอกหมู่บ้าน แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ได้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับพวกเขา มันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ทำ หรือสร้างมันขึ้นมา พวกคนในเมือง ต่างอยากได้ของมีค่าที่นี้ และต้องการที่จะยึดอาณาเขต

รวมไปถึงจับผู้คนไปเป็นทาส มันเลวร้ายเหมือนกับไฟป่า ที่ลุกลามเข้ามาเรื่อยๆ ในวันนั้น กลุ่มคนนับร้อย เดินขึ้นมายังหุบเขา หนึ่งในนั้น ได้ถือหัวศีรษะของชายหนุ่มที่โดนตัด เขาถือมันมา แล้วโยนลง ที่หน้าหมู่บ้านบนหุบเขาก่อนจะเข้าโจมตี หัวศีรษะนั้น เป็นของสามีหญิงสาวคนหนึ่งในหมู่บ้าน เมื่อหญิงสาวคนนั้นได้เห็น เธอจึงหยิบมีดขึ้นมา แล้ววิ่งใส่ ชายคนที่ถือหัวสามีของเธอมาด้วยความโมโห แต่เธอก็ถูก

ชายอีกคนในกลุ่มนั้น ยิงปืนสวนกลับมา ทำให้ตัวเธอกระเด็นและล้มลง หมดลมหายใจไปในที่สุด และแล้ว การสังหารหมู่ก็ได้เกิดขึ้น เหล่ากลุ่มคนที่มาบุกรุก พวกเขา ฆ่าคนในหมู่บ้านนั้น แทบจะไม่เหลือใครสักคน พวกเขาช่วยกันขนของมีค่า และเลือกไวชีวิตหญิงสาว ที่หน้าตาดี ทุกอย่าง กำลังจะกลายเป็น โศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ ของชนเผ่านี้ แต่แล้ว ก็มีลูกศรปริศนา พุ่งทะลุเข้าศีรษะชายคนหนึ่ง ขณะที่เขากำลัง

ฉุดกระชาก หญิงสาวคนหนึ่งในเผ่า ยังไม่ทันที่พวกนั้นจะหายตกใจ ก็มีเลือดไหล พุ่งกระฉูดขึ้นมาทุกทิศทาง ศีรษะของชายนับสิบคน หลุดลอยไปในอากาศ สร้างความแตกตื่นให้กลับพวกนั้นเป็นอย่างมาก เพียงอึดใจเดียว ก็มีคนตายเพิ่ม เพิ่มอีก แล้วก็เพิ่มอีก พวกเขาไม่สามารถมองเห็นได้ว่าใครเป็นคนทำ เห็นเป็นเพียงร่างเงามัวๆ แล้วหลังจากนั้นก็มีเลือดพุ่งขึ้นมา หัวหน้าของพวกมัน เริ่มรับรู้ได้ถึงอันตราย

พวกเขาเรียกให้ทุกคน มารวมตัวใกล้ๆ กัน ไม่นานนัก ก็ปรากฏร่างของเด็กสาวสามคน พวกเธอ เดินตรงลงมาจากหุบเขาด้านใน คนหนึ่งถือธนู อีกคนคือดาบ และอีกคนถือมีด อาวุธที่พวกเธอถือ ทำมาจากกระดูกมนุษย์ พวกเธอลับมันจนคม เพื่อนำมาใช้ป้องกันตัว นอกจากอาวุธที่ถูกทำขึ้นมาอย่างดี สกิลของพวกเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา เหมือนพรสวรรค์ ที่ได้รับมาจากบรรพบุรุษ เพื่อเอาไว้ใช้ปกป้องคนในหมูบ้าน

พวกเธอว่องไวและทรงพลัง เกินกว่าอาวุธที่ทันสมัย ของพวกคนในเมือง มันไม่สามารถทำร้ายพวกเธอได้ เพียงไม่ถึง 30 นาที พวกคนที่มาบุกรุก ก็สิ้นลมหายใจ นอนตายกันเกลื่อนพื้น ด้วยฝีมือของพวกเธอสามคน หนึ่งในนั้นที่ยังพอมีสติ ชายคนนั้นจุดพุ ส่งสัญญาณไฟขึ้นไปบนฟ้า ไม่ถึง 10 นาที ก็มีพวกคนอีกุล่มหนึ่ง ตรงขึ้นมายังหุบเขา ด้วยอาวุธที่ทรงพลังกว่าเดิม แต่มันก็ยากเกินกว่า จะต้านทาน พวกเธอสามคนได้

กลุ่มชายนับร้อยได้ตายลง ด้วยอาวุธที่พวกเธอทำขึ้น เลือดไหลรินเต็มพื้น ไหลลงไปบนหุบเขา วันนั้นเป็นวันที่หุบเขาทมิฬ เต็มไปด้วยเลือด กลายเป็นสีแดงแทนเงามืดสีดำที่ปกคลุม ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง กลุ่มคนที่บุกรุกเริ่มเหลือน้อยลง นักประดิษฐ์คนหนึ่งที่อยู่ในนั้น เขาตัดสินใจ ใช้ยาสลบ เขายิงลูกดอกไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่โดนพวกเธอเลย ใช้เวลาอยู่พอสมควร เหมือนโชคชะตา จะเริ่มเข้าข้างคนบาป หนึ่งในสามคนนั้น

เธอโดนลูกดอกยาสลบ ของนักประดิษฐ์ ทำให้เธอมีอาการหยุดชะงัก เมื่อสองสาวที่เหลือเห็นเช่นนั้น พวกเธอดูเป็นกังวล และได้กลับมาช่วยเหลือ หญิงสาวที่ถูกยาสลบ และด้วยความที่เป็นกังวล ทำให้พวกเธอวอกแวกและไม่ทันระวังตัว ทำให้โดนเข็มยาสลบของนักประดิษฐไปด้วย ทั้งสามสาวล้มลงและหมดสติ วันนั้นมีคนต้องจบชีวิตลง ที่หุบเขาทมิฬ ไม่ต่ำกว่า 500 คน ไม่นับรวมชนเผาที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ส่วนที่เหลือหนีไปได้

นักประดิษฐ์คนนั้น จับพวกเธอสามคน กลับมายังฟินาเล่ แล้วทำการทดลอง เพื่อหาคำตอบความเก่งกาจของพวกเธอ ว่าได้มายังไงแล้วมาจากไหน ผ่านไปหลายปี ไม่มีใครเคยเห็นพวกเธอสามคน รวมไปถึงนักประดิษฐ์ด้วย…

กลับมายังฟินาเล่ ณปัจจุบัน ขณะที่หมอแก้ว กำลังตกใจอยู่นั้น หนึ่งในพวกเธอสามคน ก็ใช้มีดที่ทำจากกระดูกคน ปามาใส่คนไข้สาวที่ชื่อฝน หมอแก้วเอื้อมมือ บังไปที่ร่างของฝน ที่กำลังนอนเจ็บอยู่บนพื้น ทำให้มีดนั้นพุ่งทะลุ คาอยู่ในมือของหมอแก้ว เธอร้องออกมาดังลั่นด้วยความเจ็บปวด ยังไม่ทันหายเจ็บ ผู้หญิงที่ปามีดใส่หมอแก้ว เธอก็วิ่งเขามา พร้อมกับมีดในมืออีกเล่ม เธอวิ่งตรงมาด้วยความรวดเร็ว จนแทบมองไม่เห็น

อีกไม่กี่ก้าวเท่านั้น เธอก็จะถึงตัวหมอแก้ว ผู้หญิงคนนั้นพุ่งเข้ามาด้วยความไว หมอแก้ว ยกมือขึ้นมาบังพร้อมกับหลับตา ก่อนจะได้ยินเสียง ปั๊ก! เหมือนมีอะไรโดนกระแทก

“อ่าว… หมอ! ยังไม่หนีไปอีกหรอ”

“ห ห๊ะ อะไรนะ ห๊าาาาาา!” หมอแก้วพูดเสียงดังด้วยความตกใจ

“ว่าแต่… ทำไมคุณนักเขียน ยังอยู่ที่นี้อีก” หมอแก้วตะโกนถามออกไป ด้วยความตกใจ

หญิงสาว ที่พุ่งเข้ามาหาหมอแก้วคนนั้น เธอได้กระแทกเข้ากับ ฝาท่อตรงกลางของคุกใต้ดิน ที่อยู่ๆ ก็ถูกเปิดออกขึ้นมา ด้วยฝีมือของนักเขียนแก่ ที่หมอแก้วเจอในคุกใต้ดิน ตอนมาช่วงแรกๆ

“อ๋อ… พอดีฉันเปลี่ยนใจ” นักเขียนตอบกลับมา พร้อมรอยยิ้ม

“ฉันว่า จะกลับไปทางโน้นดีกว่า เดินขึ้นบันได มันง่ายกว่าเยอะ”

“พวกเธอกำลังยุ่งอยู่หรอ งั้นฉันไม่กวนล่ะ” ชายแก่มองซ้ายมองขวา พร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเขิล

“ฝากที่เหลือด้วยนะ” ชายแก่ตรงไปด้านหลังของหมอแก้ว พร้อมกับตบไหล่เธอเบาๆ

“ฝ ฝ ฝากอะไรคะ” แก้วตอบชายแก่ด้วยความงง

หลังจากที่แก้วมองชายแก่ ที่รีบๆ เดินไปตรงทางออก เธอก็หันกลับมามองอีกด้าน ที่มีหญิงสาวสามคน กำลังเตรียมตัว เพื่อที่จะเข้ามาเล่นงานเธออยู่ แต่เมื่อเธอหันกลับไปนั้น เธอก็เห็น ดวงตาสีเหลืองเรียวโตคู่ใหญ่ อยู่ในท่อที่ชายแก่พึ่งขึ้นมา ยิ่งเธอมองนานเท่าไหร่ ดวงตาคู่นั้น ก็ค่อยๆ ชัดขึ้น ไม่นานนัก ดวงตาคู่ใหญ่นั้น ก็โผล่พ้นออกมาจากท่อ พร้อมร่างกายสีดำยาวใหญ่มหึมา มันเลื้อยเป็นวงกลมรอบๆ ท่อระบายน้ำ

หมอแก้ว ค่อยๆ กระเสือกระสน พาร่างของคนไข้พร้อมกับตัวเอง ขยับออกไป หมอแก้วพาคนไข้สาว ไปพิงไว้กับกำแพง ตรงทางออกขึ้นไปข้างบน หลังจากที่งูยักษ์นั้นโผล่ออกมา สามสาวก็เริ่มลงมือก่อน พวกเธอจู่โจมพร้อมกันทั้งสามคน พวกเธอโจมตีไปที่หัวของงูยักษ์ ด้วยอาวุธที่พวกเธอมีในมือ ชายฉกรรจ์นับสิบคน ที่ตามหมอแก้วมาตอนแรก เมื่อพวกเขามาถึง ก็เข้าช่วยเหลือสามสาวโจมตีงูยักษ์ หนึ่งในนั้นใช้ปืนยิง

แต่มันก็ไม่ทำให้งูยักษ์นั้น ระคายเคืองแต่อย่างใด มันใช้หางฟาดชายที่ยิงปืนใส่มัน จนเขากระเด็นลอยไปบนอากาศ ก่อนจะร่วงลงมาหมดลมหายใจ สามสาวใช้ทักษะที่มี ต่อสู้กับเจ้างูยักษ์แบบไม่มีพัก หลังจากที่ต่อสู้กันไปได้ซักพัก หญิงสาวที่กระแทกกับฝาท่อ เธอก็พลาดท่า โดนเจ้างูยักษ์ ใช้หางรัดจนหมดลมหายใจ สองสาวที่เหลือ เมื่อเห็นน้องของตัวเองโดนฆ่าตาย พวกเธอก็เข้าจู่โจมเจ้างูยักษ์ด้วยความโมโห

ทำให้เจ้างูยักษ์ตาบอดไปหนึ่งค้าง แต่นั้น ก็ไม่ได้ทำให้มัน หมดพิษสงแต่อย่างใด มันยังคงต่อสู้ และหวังจะเอาชีวิตพวกเธอ หญิงสาวคนหนึ่งเธอ ปีนขึ้นไปบนชั้นสองของห้องขัง เธอกระโดดลงมาหวังจะใช้มีด แทงเข้าไปที่หัวของมัน แต่ด้วยสภาพร่างกาย และความเหนื่อยล่าของเธอ ที่ต่อสู้มาเป็นเวลานาน ทำให้ความเร็วของเธอลดลง จนโดนเจ้างูยักษ์จัดการ มันใช้ปากกัดที่ไปลำตัวของสาวคนนั้น ก่อนเธอจะหมดลมหายใจ

เธอใช้แรงเฮือกสุดท้าย ชูมือขึ้น แล้วก็แทงลงไปที่หัวของงูยักษ์ นั้นจึงทำให้มันบาดเจ็บมาก มันเหวี่ยงเธอออกจากปากด้วยความโมโห จนร่างของเธอ กระแทกเข้ากับกำแพงอย่างรุนแรง ในตอนนี้สภาพของคุกใต้ดินนั้น เริ่มสั่นไหว และมีหินตกลงมาบ้างเป็นครั้งคร่าว เพราะแรงต่อสู้ ทั้งของงูยักษ์และสามสาว มันรุ่นแรง จนทำให้คุกใต้ดิน ที่เก่าและทรุดโทรมเกินจะรับไหว ภายในคุกใต้ดินที่กว้างใหญ่ เจ้างูยักษ์

เริ่มเลื้อยถอยไปชิดกำแพง และมันก็ระวังตัวเป็นอย่างมาก เพราะร่างกายของมัน เริ่มมีบาดแผลหลายที่ หญิงสาวอีกคนที่เหลือตัวคนเดียวเพียงลำพัง เธอเรียกเจ้างูยักษ์ พร้อมกับท้าทายมัน ด้วยดาบที่คมกริบ เธอใช้มือขวา ยื่นดาบออกมาท้าทายมัน ส่งสัญญาณ ให้มันเข้ามาหาเธอ เจ้างูยักษ์ เลื้อยเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตรงไปที่หญิงสาวคนนั้น เพื่อจะปิดเกม แต่มันหารู้ไม่ว่า มือซ้ายของหญิงสาวนั้น เธอได้แอบระเบิดไว้ที่ด้านหลัง

เธอกะจะสละชีพตัวเอง เพื่อที่จะฆ่างูยักษ์ ในตอนที่เจ้างูนั้น เลื้อยเข้ามาหาตัวหญิงสาว เธอได้หันมาทางหมอแก้ว แล้วก็ส่งยิ้มให้ ก่อนจะกลับไปจ้องตาเจ้างูยักษ์ แล้วก็วิ่งเข้าใส่อย่างสุดกำลัง เจ้างูยักษ์อ้าปากกว้าง แล้วก็เข้ามาเขมือบเธอ แต่มันก็ดันรูตัวซะก่อน ในขณะที่ปากกำลังจะปิด มันได้ดึงหน้าตัวเองออก แต่มันก็ช้าเกินไป ถึงแม้จะรอดตัว แต่แรงระบิดก็ทำให้มันบาดเจ็บสาหัส หญิงสาวตายพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้น

ส่วนเจ้างูยักษ์ที่โดนแรงระเบิด ความแรงของระเบิดนั้น ทำให้มันบาดเจ็บทรมาน หางและหัวของมัน ส่ายไปมา ฟาดเข้ากับกำแพง และเสาของคุกใต้ดิน ทำให้เพดานของคุกใต้ดิน ถล่มลงมา หมอแก้วมองไปที่พื้น ตรงที่เกิดการต่อสู้ เธอเห็นระเบิดหนึ่งลูกที่ยังไม่ได้ใช้ แถวๆ ศพชายคนหนึ่ง เธอใช้เวลาคิดสักพัก ก่อนจะตัดสินใจ เริ่มวิ่งตรงไปที่ระเบิดเพื่อหยิบมันขึ้นมา พอเจ้างูเห็นเช่นนั้น มันจึงรีบพุ่งตัวมาหาหมอแก้ว

เธอหลบด้วยสัญชาตญาณ เธอกลิ้งหลบ แล้วก็คลาน หลาต่อหลายครั้ง เพราะนอกจากเธอจะหลบการโจมตีของเจ้างูยักษ์แล้ว ยังต้องคอยหลบหิน ที่กำลังถล่มลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน อยู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้น ลูกกระสุนพุ่งตรงมาโดนใบหน้าของงูยักษ์ แต่มันก็ไม่ได้เจ็บอะไร มันหันไปหาทิศทางของปืน ที่ตรงนั้น มี พ.อ.ยืนอยู่กับร่างของคนไข้สาว เธอใช้ปืนพกยิงใส่งูยักษ์ เธอตะโกนบอกให้หมอแก้ว รีบๆ หนีออกมา

งูยักษ์รีบเลื้อยไปหา พ.อ. ด้วยความโมโห มันเลื้อยตรงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่สนใจหมอแก้ว เธอรีบคว้าระเบิด แล้วก็วิ่งไปหามัน ในตอนที่เธอวิ่งนั้น เธอเหนื่อยและบาดเจ็บมากๆ เรี้ยวแรงแทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว ในขณะที่วิ่งไป เธอก็คิดถึงภาพในอดีต ภาพที่เธอเห็นนั้น คือพ่อของเธอ ที่ยืนเชียร์หมอแก้ว อยู่ข้างสนาม ในตอนนั้น หมอแก้วล้มและบาดเจ็บ จนคนที่วิ่งตามมาแซงเธอขึ้นไป คนแล้วคนเล่า

“แก้ว! ลุกขึ้นสิลูก”

“แต่… แก้วเจ็บอะพ่อ”

“เจ็บนั้นแหละดี มันหมายความว่า เรายังมีชีวิตอยู่”

“แก้วทำได้ลูก พ่อเชื่อ”

“ตอนนี้อาจจะยังเจ็บอยู่”

“แต่เมื่อชนะ ความเจ็บมันจะหายไป”

หมอแก้วจำภาพนั้นได้ ภาพในตอนเด็ก ที่เธอวิ่งแข่งกับเพื่อนในงานกีฬาสี เธอล้มลงในตอนที่เธอกำลังวิ่งอย่างสุดแรงเกิด เพื่อแซงขึ้นที่หนึ่ง แต่พอเธอล้ม เพื่อนคนอื่นๆ ก็วิ่งแซงหน้าเธอไป เธอหมดกำลังใจที่จะวิ่งต่อ แต่แล้วเธอก็ทำได้ เธอวิ่งแซงทุกคน จนวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก หมอแก้ว ใช้แรงทั้งหมดที่มี วิ่งตรงไปที่งูยักษ์ เธอวิ่งไปเกือบจะถึงตัวมัน หมอแก้วก็สไลด์ตัว ไปข้างหน้างูยักษ์อย่างรวดเร็ว

พ.อ. ยิงปืนใส่ที่ตาของมัน ทำให้มันบาดเจ็บและอ้าปาก ส่งเสียงร้องออกมา ในตอนนั้นหมอแก้ว ถอดสลัก แล้วปาระเบิดเข้าไปในปากของงูยักษ์ ไม่ถึง 2 วิ ตู้ม! เสียงระเบิดดังขึ้นในปากของงูยักษ์ พร้อมกับชิ้นเนื้อ ที่แตกกระเด็นออกมา ร่างของงูยักษ์ล้มลง พร้อมกับหินต่างๆ ที่กำลังร่วงหล่นลงมา ทั้ง พ.อ. และหมอแก้ว รีบพาตัวคนไข้สาว ขึ้นบันไดและเดินออกไปจากคุกใต้ดิน ในขณะที่หมอแก้วกำลังเดินออกไปนั้น

เธอได้หันกลับมามองที่คุกใต้ดิน เธอเห็นหินที่กำลังถล่มลงมาจากเพด้าน ไกลๆ นั้น เธอเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง ผมยาวใส่ชุดสีขาวเหมือนชุดกาวของหมอ ผู้หญิงคนนั้นมองมาที่ทั้งสามคน เธอยิ้ม ก่อนจะหันหลังแล้วก็เดินหาย เข้าไปในความมืด พ.อ. กิ่ง หมอแก้ว และคนไข้สาว ทั้งสามคนกระเสือกกระสน รีบเดินขึ้นบันได เพื่อหนีออกไปจากคุกใต้ดิน บันไดสั่นรุ่นแรง มีหินถล่มลงมาไม่หยุด พอขึ้นไปได้สองชั้น มันก็เริ่มสั่นแรงขึ้น

“พ.อ. มาคนเดียวหรอคะ” แก้วตะโกนถาม

“ก็ใช่นะสิ” พ.อ. ตอบออกไป

“ทำไม ไม่พาคนอื่นมาช่วยล่ะ”

“ก็ไม่คิดว่า มันจะมีเรื่องใหญ่อะไร”

“ฉันเห็นเธอเดินลงมา จากกล้องวงจรปิด”

“ฉันเลย รีบวิ่งมาดูเธอ”

“เพราะอันที่จริง คุกใต้ดินเก่าอะ ฉันสั่งปิดไปนานแล้ว”

“ไม่คิดว่า จะมีคนแอบเข้าไปใช้งาน”

“โถ่ววววว! พ.อ.!” หมอแก้ว ลากเสียงยาว

หินต่างๆ ร่วงลงมา ทำให้พื้นที่สามารถเดินได้ยากขึ้น คนไข้สาวบอกให้พวกเธอสองคน พ.อ. และหมอแก้ว ทิ้งเธอไว้แล้วขึ้นไปเลย เพราะหากพาเธอไปด้วย พวกเธอคงไม่มีใครรอดแน่ๆ เพราะลำพังแค่ตัวของพวกเธอเอง ก็แย่อยู่แล้ว แรงจะเดินแทบไม่มี ยังต้องมาพยุงเธอไปด้วยอีก หมอแก้วปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับบอกให้เธออย่าถอดใจ แล้วก็พยุงตัวเธอขึ้นมา แต่เธอก็ไม่ยอมไป พ.อ. บอกว่า เราไม่มีเวลาแล้วนะ

หมอแก้วบอกให้ พ.อ. ขึ้นไปก่อนเลย เขาจะเป็นคน พาคนไข้ขึ้นไปเอง ในขณะนั้น หินก็ร่วงลงมาไม่หยุด จนทำให้บันไดค่อยๆ ถลมลงไป ฝน คนไข้สาวคนนั้น เธอปัดมือหมอแก้ว แล้วก็พักตัวของหมอแก้ว ให้ลมลงไปที่บันไดข้างหน้าเธอ หมอแก้วล้มลง พ.อ. ช่วยประคองตัวหมอแก้วไว้ คนไข้สาวถอยหลังออกห่าง จากพวกเธอทั้งสองคน

“ขอบคุณมากนะคะ ที่มาช่วยนู๋” คนไข้สาวพูดขึ้นมา

“แค่นี้ นู๋ก็ดีใจแล้ว” เธอยิ้มให้ พ.อ. แล้วก็หมอแก้ว

“หมอแก้วคะ…”

“ฟันนู๋ขาวไหม”

ฝน คนไข้สาว เธอยิ้มกว้างพร้อมน้ำตา ก่อนกางแขนออก แล้วก็ปล่อยตัวเอง ให้ตกลงไปข้างล่าง ขณะที่หินและบันไดกำลังถลม หมอแก้ว ร้องตะโกนออกมา เรียกชื่อของคนไข้สาวด้วยความเสียใจ แต่ตอนนี้ ไม่มีเวลามาพักและเศร้าโศก พ.อ. บอกให้แก้วรีบไปได้แล้ว ไม่งั้น สิ่งที่คนไข้คนนั้นทำ มันจะสูญเปล่า ทั้งคู่ รีบวิ่งขึ้นไปอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งคู่ช่วยกันจูงมือ เวลาคนไหนเหนื่อยจับราวบันได หรือเอาตัวพิงกำแพง

พวกเธอก็จะพลัดกัน ลากแล้วก็จูงอีกฝ่าย ตึกเริ่มสั่นไหว แล้วก็ถลมลงมาแรงขึ้นรัวๆ พวกเธอสองคนวิ่งกันสุดชีวิต จนกระทั่งมาถึงชั้นบนสุด พื้นที่พวกเธอยืนอยู่นั้น มันถล่มลงไป จนทำให้พวกเธอ แทบจะทรงตัวไม่อยู่ พ.อ. กิ่ง และ หมอแก้ว พวกเธอกระโดด พร้อมกับกระโจนขึ้นมาบนพื้น จากบันไดขั้นที่สี่ ทั้งสองกระโดดขึ้นมา แล้วก็ค่อยๆ คลานด้วยความอ่อนล้า ออกมาที่หน้าตึก ตรงสนามหญ้า พวกเธอนอนหงายหลัง

แล้วก็หายใจเข้ารัวๆ ตึกที่ถล่มลงมานั้น มันค่อยๆ เอียงและล้มลง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทุกคนแตกตื่น พ.อ. และหมอแก้ว นอนลงไปกับสนามหญ้า พร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้า ด้วยสภาพร่างกายที่อ่อนแรง พวกเธอหายใจเข้าปอดรัวๆ พร้อมกับเอามือปาดเหงื่อ

“ลาออกตอนนี้ ยังทันไหมเนี่ย” หมอแก้วพูดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ

“เดี๋ยวสิ จะรีบไปไหน” พ.อ. กิ่ง พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่กำลังเหนื่อย

“เริ่มรู้สึกเสียดายชีวิตนะคะ พ.อ.” หมอแก้วตอบ พร้อมกับหันไปมองหน้า พ.อ. ด้วยรอยยิ้ม

“พ.อ. คะ”

“หึ ว่า…”

“ขอบุหรี่ตัวสิ”

“ฮ่าๆๆ” พ.อ. กิ่ง ขำออกมา

พ.อ. กิ่ง หยิบออกจากซอง แล้วก็ยื่น ใส่เข้าไปในปากหมอแก้ว หลังจากนั้น เธอก็ใช้ไฟแช็ค ช่วยจุดไฟให้กับหมอแก้ว พอจุดให้หมอแก้วเสร็จ พ.อ. กิ่ง ก็เอาออกมาอีกมวล ใส่ปากของเธอเอง แล้วก็จุดสูบ ทั้งคู่ นอนสูบอยู่ที่สนามหญ้า ข้างหน้าตึก ที่กำลังเอียงถล่มลงมา โดยมีฉากหลัง เป็นพระอาทิตย์ที่กำลังตก แผ่นฟ้าฉาบไปด้วยสีส้ม เคล้าสีม่วงอ่อน ชวนทำให้ผ่อนคลาย

“พ.อ. คะ” หมอแก้วเรียก พ.อ. หลังจากพ่นควัน ลอยไปบนอากาศ

“หึ! ว่า…” พ.อ. กิ่ง ตอบหมอแก้ว หลังจากพ่นควันออกมา

“นี้มัน…”

“ไม่ใช่บุหรี่หนิคะ”

“ฮ่าๆๆๆ” พ.อ. ขำออกมา

“ฮ่าๆๆ” หมอแก้วขำตาม

บทที่8 ฉันอยาก…โดนรุม

ถึงโลกใบนี้ จะพัฒนาไปไกลสักแค่ไหน มันก็ไม่สามารถ หยุดความเฮงซวยของมนุษย์ไว้ได้ เหมือนกับการใช้เชื้อเพลิง การที่เราทำสิ่งใหม่ๆ ออกมา ก็มักจะเหลือเศษซากจากสิ่งที่ใช้แล้ว บาอย่างจำเป็นต้องทิ้ง บางอย่างสามารถเอามาใช้ใหม่ได้ ของบางอย่าง ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ ก็คงไม่ต่างจาก น้ำเสียที่ไหลทิ้ง ควันจากการเผาไหม้ คนไร้บ้าน คนแก่ชรา ที่ใช้แรงงานจนหมดเรี่ยวแรง ถูกทอดทิ้ง ไม่มีใครให้ค่า…

“นานแค่ไหนแล้วนะ” หมอแก้ว ยื่นมือขึ้นไปบนท้องฟ้า

“ที่ฉันไม่ได้ เห็นท้องฟ้าสวยๆ แบบนี้”

“อาจเป็นเพราะ ของที่อยู่ในปอดเธอ ก็ได้” พ.อ. กิ่ง หันมาแล้วก็ พูดกับหมอแก้ว

“ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ พ.อ.”

“เมื่อก่อน ฉันชอบออกไปวิ่ง หลังเลิกเรียน”

“หลังจากที่วิ่งเสร็จ พอได้ทิ้งตัวนอน ราบลงไปกับพื้น”

“ได้มองท้องฟ้า ที่มีเมฆ ค่อยๆ เคลื่อนตัว” หมอแก้ว ทำหน้าสบายใจตอนกำลังพูด

“มันทำให้ฉัน รู้สึกดี” หมอแก้ว ยิ้มแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“อย่างนั้นเอง สินะ” พ.อ. กิ่งยิ้ม พร้อมกับ นอนหันไปมอง หมอแก้ว

เหตุการณ์ตึกถล่ม ในฟินาเล่ครั้งนั้น ทุกอย่างมันชุลมุนไปหมด หมอและพยาบาล ต่างต้องรีบพาคนไข้ ย้ายเข้าไปยังที่ปลอดภัย ตำรวจและเจ้าหน้าที่ต่างๆ มากันเพียบ พวกเขาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ จากเหตุการณ์ตึกถล่ม พร้อมกับกู้ซากศพ ของคนที่โดนตึกทับ พวกเขาเจอศพของหญิงสาวที่ถูกลักพาตัวไป รวมถึง พวกคนที่ทำงานในคุกใต้ดิน ซากงูยักษ์ที่ถูกระเบิดหัว พร้อมกับร่าง ที่แตกแหลกกระจาย จากการโดนตึกถล่มทับ

ทุกคนดูแปลกใจมาก เพราะที่แห่งนั้น เป็นที่รู้กันดีว่า มันถูกปิดไปนานแล้ว แสดงว่า ต้องมีคนใน ที่ทำเรื่องแบบนี้ แต่ทุกคน ก็ยังไม่รู้ว่าคนๆ นั้น เป็นใคร คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด พ.อ. กิ่ง และหมอแก้ว พากันไปห้องพยาบาลเพื่อทำแผล เพราะแผลที่มือของหมอแก้วนั้น สาหัสมากๆ รวมไปถึง บาดแผลอื่นๆ ตามร่างกาย พ.อ. พาหมอแก้วไปทำแผล ทั้งคู่เดินไปยังห้องพยาบาล ภายในห้องนั้นไม่มีใคร นอกจากพวกเธอสองคน

หมอแก้ว ขึ้นไปนั่งบนเตียง จากนั้น พ.อ. ก็เริ่มทำแผลให้กับเธอ หอมแก้วนั่งทำหน้าหดหู่ เธอช่างดูเย็นชา และไร้ซึ่งความรู้สึก ขนาดแอลกอฮอล์ ที่ราดลงไปบนแผลของเธอ ก็มิอาจทำให้จิตใจของนางสะเทือนได้ หรืออันที่จริงแล้ว หัวใจของหมอแก้วนั้น มันได้หายไป มันแหลกสลาย ไปพร้อมกับตึกที่พังถล่มลงมา ทับร่างของคนไข้สาว ที่ชื่อฝน คนที่เธอมีใจให้ หมอแก้วนั่งทำแผล พร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลรินลงมาที่แก้ม

“เจ็บมากหรอ หมอแก้ว” พ.อ. กิ่งถามด้วยความเป็นห่วง ขณะที่เธอกำลังทำแผลให้

“ป่าวค่ะ พ.อ.” หมอแก้ว หันมายิ้มมุมปากให้กับ พ.อ.

“เธอคงสะเทือนใจมากสินะ”

“นิดหน่อยค่ะ”

พ.อ. กิ่ง ค่อยๆ เอาสำลี เช็ดไปที่ปากแผลของเธอ พ.อ. เอื้อมไปจับเก้าอี้ เอามานั่งตรงหน้าเธอ แล้วก็ทำแผล เธอจับมือหมอแก้ว แล้วค่อยๆ ลูบเอาเลือดบนมือเธอออก หลังจากนั้นก็ใช้เข็ม จิ้มเข้าไป เย็บแผลให้กับหมอแก้ว เธอไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลย แม้แต่นิดเดียว เธอกัดปากตัวเองพร้อมกับ ซึมซับน้ำตาที่ไหลออกมา ถึงไม่ร้องออกมา พ.อ. กิ่ง ก็รู้สึกได้เลยว่า เธอเจ็บมากๆ ไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจ หมอแก้วทำได้แค่อดทน

“ทนหน่อยนะ หมอแก้ว จะเสร็จแล้วล่ะ” พ.อ. กิ่ง บอกหมอแก้ว ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“งี้ก็แย่เลยสิ ปกติช่วยตัวเองมือไหนล่ะ” พ.อ. เงยหน้า ถามหมอแก้ว

“มือที่ พ.อ. จับอยู่ นั่นแหละค่ะ” หมอแก้ว หันมาตอบด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ไม่เป็นไร หากใช้มืออีกข้างไม่ถนัด เดี๋ยวฉันช่วยเอง” พ.อ. พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงหัวเราะ

“ลามกค่ะ พ.อ.” หมอแก้ว ตอบออกมาแล้วก็ อมลมเข้าไปในปาก

“ฮ่าๆ”

หลังจากเย็บแผลเสร็จ พ.อ. ก็บอกกับหมอแก้วว่า ยังไงก็ต้องพัก นอนให้น้ำเกลือ ในทีแรก หมอแก้วดูจะปฏิเสธ เหมือนจะไม่ยอม แต่ด้วยสภาพร่างกาย และจิตใจของเธอที่อ่อนล้า มันทำให้เธอไม่มีทางเลือกมาเท่าไหร่ จึงต้องนอนพักและรับน้ำเกลือ ที่ห้องพยาบาล พ.อ. นั่งใกล้ๆ หมอแก้ว ที่กำลังให้น้ำเกลืออยู่ เธอใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น เช็ดตัวให้กับหมอแก้ว เธอใช้ผ้า ค่อยๆ เช็ดไปที่ ใบหน้าของเธอ ที่เปื้อนไปด้วยคลาบน้ำตา

และสิ่งสกปรก หลังจากที่เช็ดหน้าเสร็จ เธอก็ต่อยๆ เช็ดมาที่คอทั้งสองข้างของหมอแก้ว พ.อ. เปิดเสื้อของหมอแก้วออกกว้าง แล้วก็เช็ดไปที่หน้าอก เธอเช็ดไปพร้อมกับ มองตาหมอแก้วไปด้วย แววตาที่น่าสงสาน ริมฝีปากเล็กๆ เส้นเลือด ที่ขึ้นมาตามคอขาวๆ ของหมอแก้ว มันทำให้ พ.อ. อดใจไม่ไหว พ.อ. ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไป แล้วก็ใช้ปากของเธอ ประกบเข้ากับ ริมฝีปากของหมอแก้วเบาๆ พ.อ. ค่อยๆ ถอยหน้าออกม

มองตาหมอแก้ว ทั้งสองคนมองตากัน อารมณ์ของทั้งคู่เปลี่ยนไป หัวใจของหมอแก้ว เริ่มเต้นแรงขึ้น พ.อ. กิ่ง ใช้ลิ้นเลียไปที่ริมฝีปากตัวเอง เธอยกมือทั้งสองข้าง ขึ้นมาจับไหล่ ของหมอแก้วเอาไว้ แล้วก็ค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หมอแก้ว ช้าๆ

“พ.อ. คะ ตอนนี้ฉันเจ็บอยู่”

“พ.อ. จะทำคนเจ็บ ได้ลงคอหรอคะ”

หลังจากที่หมอแก้วพูดจบ พ.อ. ก็เอือมมือ ไปจับหลังคอของหมอแก้ว แล้วก็เข้าไปไซร้ซอกคอ ของหมอแก้วทั้งสองข้าง เธอทั้งไซร้แล้วก็ดูดคอของหมอแก้ว พ.อ. ถอดเสื้อของหมอแก้วออก เหลือเพียงเสื้อในสีดำลายลูกไม้ พ.อ. เข้าไปดูดปากหมอแก้ว แล้วก็ใช้มือปลดสายเสื้อในของหมอแก้วออก ส้มโอลูกใหญ่ ที่ถูกประคองด้วยชุดชั้นใน ก็หล่นลงมา พ.อ. เข้าไปดูดและเลียมันอย่างอร่อย เธอใช้ลิ้นตวัดไปมา แล้วก็ดูดแรงๆ

“อุ๊ย! พ.อ. คะ จะเอาตรงนี้เลยหรอ” หมอแก้ว ร้องออกมาเบาๆ พร้อมกับพูดกับ พ.อ. ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“ทำไมล่ะ เธอเขิลหรอ” พ.อ. บอกหมอแก้ว แล้วก็มองในตาเธอ

“เปล่าค่ะ เพื่อใครเข้ามาเห็น” หมอแก้ว ตอบออกไป พร้อมกับ ทำหน้าอ่อนเพลีย

“ไม่มีหรอกเวลานี้ พวกเขากำลังวุ่นวาย อยู่ข้างนอกกัน”

หลังจากคุยกับจบ พ.อ. ก็ไซร้เนินอกของหมอแก้ว ลงมาเรื่อยๆ เธอใช้ลิ้น เลียไล้ลงไปที่สะดือ แล้วก็ถอดกระโปรง ของหมอแก้วออก พร้อมกับชุดชันใน พ.อ. ลงไปที่หว่างขาของหมอแก้ว แล้วก็ใช้ลิ้นสำรวจถ่ำเล็กๆ ของหมอแก้ว พ.อ. ใช้ลิ้น แยงเข้าไปในรูถ้ำ ระหว่างขาของหมอแก้ว หมอแก้วที่บาดเจ็บอยู่ และอ่อนแรง ไม่สามารถขัดขืน หรือทำอะไรได้ นอกจากนั่งรับความเสียวอยู่บนเตียง ที่ พ.อ. กำลังประเคนให้

พ.อ. ใช้ลิ้นเลียไปจนทั่ว หลังจากที่เปียกและแฉะได้ที่ เธอก็ใช้สองนิ้ว ยัดเข้าไปในถ้ำเสียวของหมอแก้ว พ.อ. ยัดนิ้วเข้าไป พร้อมกับ เข้าไปจูบ และดูดปากหมอแก้วอย่างเมามัน เธอครางออกมาเบาๆ ด้วยสภาพที่เหนื่อยล้า เหมือนคนกำลังหอบ พ.อ. ขยับนิ้วไปมาในถ้ำเสียวของหมอแก้ว พร้อมกับ ขยับเข้าออกรูเร็วๆ พ.อ. หมุนนิ้วตัวเอง วนเป็นรูปวงกลม ในรูของหมอแก้ว มันยิ่งทำให้หมอแก้ว เสียวและครางออกมาดังขึ้น

“อ๊า พ.อ. คะ”

“ซี๊ด อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

“พ พ พ.อ. อ๊า อี๊!”

ไม่นานนัก พ.อ. ก็ยัดนิ้วเข้าไปเพิ่มอีกนิ้ว แล้วก็รัวนิ้วเข้าออกรูของหมอแก้วอย่างสนุกสนาน หมอแก้วทำได้แค่จิกหัว พ.อ. ด้วยความเสียว ขณะที่มือยังมีสายน้ำเกลือคาอยู่ ชีพจรหัวใจของหมอแก้วเต้นเร็วขึ้น จนเครื่องติดตามสัญญาณชีพ เริ่มดังขึ้นถี่ๆ พร้อมกับเสียงครางของหมอแก้ว พ.อ. ลงไปดูดหน้าอกของหมอแก้ว แล้วก็เอานิ้วเข้าออกรูไม่หยุด พ.อ. ขยับนิ้วกางออก แล้วก็หุบเร็วๆ พร้อมกับ ยัดเข้ายัดออกรูของหมอแก้ว

“พ.อ. คะ ก ก แก้ว เสียว ส เสียวจัง”

“เร็วอีกนิดได้ไหมคะ พ.อ.”

“เร็วอีกคะ จ จ เสร็จแล้ว”

“เร็ว! เร็วอีก อีก อีก! อ๊า”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อึ๊!”

หลังจาก ร้องขอความเสียวอยู่ในลำคออยู่นาน หมอแก้วก็เกร็งตัว เงยหน้ามองเพดาน แล้วก็กระตุกแรงๆ 2-3 ที ก่อนจะมีน้ำลื่นๆ ไหลออกมาเลอะมือ พ.อ. หมอแก้ว เริ่มหายใจช้าลง เสียงจากเครื่องติดตามสัญญาณชีพ ก็ค่อยๆ ส่งเสียงช้าลง หมอแก้วเอนตัว นอนลงไปกับเตียง ด้วยความเหนื่อยล้า พ.อ. ห่มผ้าให้กับเธอ แล้วก็หอมไปที่หน้าผากของหมอแก้ว พ.อ. นั่งเฝ้าใกล้ๆ เธอ ตรงเตียงที่หมอแก้วนอน พ.อ. หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ

พร้อมกับ มองร่างของหมอแก้ว ที่กำลังหลับเป็นตาย พ.อ. เฝ้าหมอแก้วตรงนั้นยันเช้า เธอไม่ได้หลับแม้แต่นิดเดียว แค่สัปหงกก็ไม่มี เธอเอาแต่นั่ง สูบบุหรี่ แล้วก็จิบกาแฟ มองหมอแก้วที่หลับอยู่ พอถึงตอนเช้า ก็มีพยาบาลเข้ามา เธอฝากให้พยาบาล ช่วยดูแลหมอแก้วต่อ ส่วนตัวเธอเองนั้น ก็กลับไปพักผ่อน ที่ห้องทำงานของเธอ เหตุการณ์นั้น ได้ผ่านมา หลายวัน พื้นที่ตรงนั้น เริ่มมีการลื้อถอน พ.อ. ตัดสินใจ

ให้ทำพื้นที่ตรงนั้น เป็นสวน ไว้สำหรับพักผ่อน เธอให้ทุกคนในฟินาเล่ หมอ พยาบาล แล้วก็คนไข้ ช่วยกันปลูกต้นไม้ หรือดอกไม้ แบบ ที่ตัวเองชอบ คนละหนึ่งต้น ทำให้พื้นที่ตรงนั้น มีดอกไม้ และต้นไม้ นับหลายร้อยชนิด มันจึงกลายเป็นสวน ที่เต็มไปด้วย ธรรมชาติอันหลากหลาย ที่ถูกปลูกขึ้น พ.อ. มองเห็น หมอแก้ว กำลังโกยดิน และกำลังปลูกต้นไม้อะไรซักอย่าง พ.อ. เดินเข้าไปหา แล้วก็ถามเธอว่า ทำอะไรอยู่

“กำลังปลูกดอกไม้ค่ะ พ.อ.” หมอแก้ว ตอบ พ.อ. พร้อมกับ โกยดินไปด้วย

“แล้วเธอปลูก ต้นอะไรอ่ะ” พ.อ. นั่งยองๆ คุยกับหมอแก้ว

“กุหลาบป่าค่ะ”

“เธอชอบหรอ…?”

“จริงๆ ฉันเป็นคน ไม่ค่อยชอบ ดอกกุหลาบค่ะ”

“มันมีหนาม ไม่สามารถ จับได้เต็มมือ”

“จะจับมัน ก็ต้องคอยระวัง”

‘ไหนบอกไม่ชอบ แล้วทำไมถึงปลูกล่ะ” พ.อ. ถามหมอแก้ว ด้วยสีหน้างงๆ

“ฉันชอบ ความหมายมันน่ะค่ะ”

หลังจากที่ปลูกดอกไมเสร็จ ทั่งคู่ก็มานั่งสูบุหรี่ พวกเธอมองเหล่าผู้คน หมอ พยาบาล แล้วก็คนไข้ ที่กำลังปลูกต้นไม้อย่างสนุก เหมือนกำลัง ปลูกความหวัง ที่คิดว่าซักวัน สิ่งที่ปลูกลงไป มันจะเติมโตขึ้นมา แล้วก็สวยงามให้ได้เชยชม ถึงแม้ว่าระหว่างที่กำลังโตนั้น มันจะตายก่อนหรือเปล่า และแล้ว ดอกไม้และต้นไม้เหล่านั้น ก็เริ่ม เติมโตขึ้น มีกิ่งก้านออกมา ออกดอกออกผล ให้ผู้คนได้เชยชม ทุกคนดูมีความสุขดี จนเวลาผ่านไป

เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม ที่หมอแก้ว ได้ใช้ชีวิต อยู่ในฟินาเล่แห่งนี้ เธอยังคงจำความรู้สึกแรกได้ดี วันแรกที่เธอ ได้ตัดสินใจ เพื่อที่จะมาเป็นหมอที่นี่ ความรู้สึกแรก ที่ได้มายืนอยู่หน้าประตูบานใหญ่ของ ฟินาเล่ รวมไปถึงความทรงจำต่างๆ ไม่ว่าดีหรือร้าย เธอก็ยังคงจำได้ และไม่เคยลืมเลือน และแล้ว ก็ได้เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น อาจจะเป็นข่าวดีของใครบางคน หรืออาจจะเป็นข่าวร้ายของใครซักคน เสียงรองเท้าวิ่งดังมาแต่ไกล

“หมออออ แก้ว!”

“จ๊ะ! ว่า…”

“นี่! ดูสิ…”

“อุ๊ย! จริงดิ…”

“จริง”

“หมวยจะแต่งงานแหละ”

“ยินดีด้วยนะ” หมอแก้ว เข้าไปกอดหมวย ที่กำลังกระโดดดีใจ

หมวย คุณหมอสุดน่ารัก ได้มีข่าวดี กับหมอที่อยู่ กรุงเทพ พวกเขาตัดสินใจแต่งงานกัน หลังจากที่ดูนิสัยกันมา 4 ปี ผ่านความยากลำบาก จากระยะห่างของจิตใจ และระยะทาง พวกเขาได้สุขสมหวังแต่งงานกัน ทำให้ หมวย ต้องย้ายไปทำงานที่กรุงเทพ ถึงแม้จะน่าเสียดาย ที่ต้องเสียหมอน่ารักๆ แบบนี้ไป หลายคนที่เป็นคู่ขาของเธอ ก็แอบเสียใจและผิดหวังไม่น้อย บางคนถึงขึ้นร้องไห้ออกมา ไม่รู้ว่าเสียใจหรือเสียดาย

มีแต่ พ.อ. กับหมอแก้ว ที่ยินดีกับเธออย่างจริงใจ หลังจากที่ได้ทราบข่าวดีของหมวย วันรุ่งขึ้นก่อนที่หมวย จะไปจากฟินาเล่แห่งนี้ เธอได้มาบอกกับ หมอแก้ว ว่าเธออยากจัดปาตี้สละโสด หมอแก้วถามเธอว่า อยากได้อะไรบ้าง เดี๋ยวเธอจะไปขโมยเหล้าที่ห้อง พ.อ. มาให้ แต่หมวยบอกว่า เธอเตรียมไว้หมดแล้ว แค่อยากชวนหมอแก้วไปเป็นเพื่อน หมวยกระซิบข้างหู หมอแก้วเบาๆ

“ห๊ะ!” หลังจากที่ได้ฟัง หมอแก้วก็ตกใจ พูดออกมาเสียงดัง

“จริงดิ…?”

หมวย พยักหน้าตอบหมอแก้ว พร้อมกับทำหน้ากรุ้มกริ่ม

กลางดึกวันนั้น หมอแก้วเดินไปที่ ห้องพักของหมวย เธอเคาะประตูเรียกหมวย ไม่นานนัก หมวยก็เดินออกมาเปิดประตู แล้วก็พาหมอแก้วเข้าไปในห้อง พร้อมกับมองซ้ายมองขวา พอเข้าไปถึง หมอแก้วก็เจอกับบุรุษพยาบาลร่างใหญ่ 5 คน กำลังนั่งกินเหล้ากันอยู่ หมวยบอกว่า ไหนๆ จะแต่งงานแล้ว อยากลองอะไรที่ไม่เคยลอง เธออยากลองโดนรุมหลายซักครั้ง แต่ยังไม่มีโอกาส เธอเลยชวน หมอแก้ว มานั่งดูเป็นเพื่อน

ในตอนแรก ที่หมวยชวนหมอแก้วนั้น เธอชวนให้หมอแก้วมาทำด้วยกัน แต่หมอแก้วบอกว่า เธอเหนื่อยๆ แต่ถ้าแค่นั่งดูหรือกินเหล้าก็พอได้ หลังจากที่เข้ามาไม่นาน หมอแก้วก็นั่งจิบเหล้า มองดูเหล่าชายหนุ่มทั้งหลาย มอบความเสียวให้กับ หมวย หญิงสาวตัวเล็ก ที่กำลังนอนอยู่บนเตียง ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ไร้ซึ่งเสื้อผ้าปกคลุม ชายสองคน นอนอยู่บนเตียงข้างๆ เธอ ทั้งซ้ายละขวา พวกเขา ดูดหน้าอกเธอพร้อมกับบีบมัน

ส่วนอีกคน ก็ทำแบบเดียวกัน ชายคนที่สาม เขาคุกเข่าลงไปกับพื้น พร้อมกับถ่างขาหมวยออกกว้าง แล้วก็เอาลิ้น เลียไปที่ช่องเสียวของเธอ เขาดูดและเลียอย่างเมามัน ส่วนชายอีกสองคน ก็ไปคุกเข่าอยู่แถวหัวของหมวย พร้อมกับ ยื่นอาวุธประจำกายยาวใหญ่ ให้หมวยใช้มือ ชักขึ้นชักลง เธอสาวเจ้าแท่งเสียวยาวใหญ่ อย่างเมามัน ทั้งอมแล้วก็ชัก สลับไปมา ผลัดให้ทั้งสองหนุ่ม พวกเขาอยู่สภาพนั้นได้ไม่นาน ก็เหมือนว่า

พวกผู้ชายจะทนกันไม่ไหวแล้ว อาวุธของแต่ละคนนั้น ตั้งตระหง่านเตรียมใช้งาน และแล้วชายคนหนึ่ง ก็จับหมวยขึ้นมาชันเข่า แล้วก็ยัดแท่งเสียวอันใหญ่ เข้าไปในรูของเธอ หมวยร้องครางออกมาเสียงดังด้วยความเสียว ชายคนนั้นจับก้นเธอ แล้วก็ซอยเจ้าแท่งเสียวอันใหญ่ เข้าไปในรูของหมวยอย่างเมามัน ชายอีกคนนอนลงตรงหน้าของหมวย แล้วก็ยัดแท่งเสียวอุ่นๆ อันใหญ่ เข้าไปในปากของเธอ หมวยดูดแล้วก็เลียอย่างอร่อย

ซอยไปได้สักพัก ชายหนุ่มก็จับตัวหมวยขึ้นมา ชายอีกสามคนไปยื่นตรงหน้าหมวย แล้วก็ป้อนแท่งเสียวอันใหญ่ใส่ปากเธอ หมวยใช้ทั้งสองมือและปาก จัดการกับแท่งเสียวที่อยู่ตรงหน้าเธอ หมวยใช้ปากอม และลิ้นเลียตวัดไปมา สลับทำทั้งสามอันอย่างรวดเร็ว ตอนเธอใช้ปากกับอีกอัน เธอก็ใช้สองมือ สาวแท่งเสียวทั้งสองอันที่เหลือไปด้วย เหล่าชายหนุ่ม มอบความเสียวให้กับเธอแบบไม่มีพัก จนหมวยไม่มีเวลาให้หายใจ

ขนาดจะครางออกมา ยังมีแท่งเสียวอันใหญ่คาอยู่ในปาก ชายหนุ่มคนที่ซอยรัวๆ อยู่ข้างหลังของเธอ เขาก็นอนลง แล้วให้หมวยเป็นคนออกแรง หมวยออกแรงกระแทกลงไปที่แท่งเสียว ที่กำลังคาอยู่ในรูของเธอ หมวยขย่มและโยกมันอย่างเมามัน พร้อมกับอมและชักแท่งเสียวที่เหลือ ตอนที่กำลังทำนั้น หมวยก็มองหน้าเหล่าชายหนุ่มทั้งหลาย ด้วยสีหน้าสุดเสียว ใบหน้าที่กำลังร่านได้ที่ ชายหนุ่มที่เห็นแบบนั้น ก็ยิ่งทำให้พวกเขา

มีอารมณ์มากยิ่งขึ้น พวกเขาผลัดกัน เอาแท่งเสียวของตัวเอง ยัดเข้าออกรูหอยของหมวยอย่างสนุก คนไหนเหนื่อยก็มาพัก ดูดหน้าอกหมวย หรือให้เธอใช้ปากและมือทำให้ ใครก็เสร็จ ก็หยุดไว้ก่อน ออกมาพักกินเหล้า ในเวลานี้ทั้งหมวยและชายหนุ่ม ต่างมีเหงื่อท่วมตัวเต็มไปหมด ผ้าปูที่นอนที่ขาวสะอาด เปียกโฉกไปด้วยเหงื่อ และน้ำแห่งความสุขของหมวย ที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุด หมอแก้วได้แต่มองหมวย

เธอจำไม่ได้เลยว่า หมวยนั้นเสร็จไปกี่ครั้งแล้ว รู้อีกที ก็เห็นน้ำพุ่งออกมา จากรูตรงหว่างขาของหมวย เวลาผ่านไปนานพอสมควร ชายหนุ่มที่กำลังเอาอย่างเมามัน ยังไม่มีทีท่าว่าใครจะเสร็จเลย หลังจากที่ทำกันอยู่หลายท่า ไม่ว่าจะตะแคง นอนราบมองเพดาน หรือ โดนอุ้มขึ้นมากระแทก หมวยก็ถูกพาขึ้นมานั่งและขย่มอีกครั้ง ยังคงมีแท่งเสียว ป้อนให้เธอแบบไม่พัก สีหน้าของหมวยดูมีความสุขและเสียวมากๆ

“อ๊ะ อ๊ะ เสียวจัง ลื่นมากๆ เลย”

“อ๊า อ๊า แก้วจ๋า ไม่มาทำด้วยกันหรอ”

หมอแก้วยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า เหล่าชายหนุ่มก็กระแทกไม่หยุด บางคนก็หันมามองหมอแก้ว แล้วก็ชวนให้มาทำด้วยกัน แต่เธอก็ยังยิ้มแล้วก็ส่ายหน้า พร้อมกับ จิบเหล้าเข้าปาก

“อ๊า อ๊า หมอแก้วจ๋า หอมแก้ว! อิ๊ อิ๊”

“อ๊ะ อ๊ะ แก้วจ๋า”

“ที่รักจ๋า ช่วยเค้าด้วย เค้าโดนลุม อิ๊ อิ๊”

“อ๊า อ๊า ที่รักจ๋าาา เค้าจะเสร็จอีกแล้ว อิ๊ อิ๊”

หมวยพูดกับหมอแก้ว พร้อมกับขย่ม และอมแท่งเสียวเข้าไปในปาก สักพัก หมวยก็ลุกมาหาหมอแก้ว ที่กำลังนั่งจิบเหล้าอยู่ที่เก้าอี้ แล้วก็ให้ชายหนุ่มทั้งหลาย ซอยเข้ามาจากด้านหลังเธอ หมวยครางใส่หน้าของหมอแก้ว พร้อมกับทำหน้าเสียวสุดขีด หมอแก้วทนไม่ไหว สีหน้าของหมวยนั้นช่างเย้ายวนเหลือเกิน ใบหน้าที่ท่วมไปด้วยเหงื่อ บวกกับน้ำตาที่คลออยู่เบ้าตา เพราะอาการเสียว มันจึงทำให้หมอแก้ว ตัดสินใจ

จูบและดูดปากของหมวย ขณะที่มีชายหนุ่ม กำลังกระแทกอย่างรุนแรง เข้ามาที่รูของหมวยจากด้านหลัง หมอแก้ว เริ่มถอดเสื้อออก แล้วก็พาหมวยไปนอนที่เตียง เหล่าชายหนุ่มทั้งหลายก็เข้ามารุมทั้งสองสาว พวกเขายื่นแท่งเสียว เข้าปากและรูสาวๆ อย่างสนุก ในขณะที่หมวยและหมอแก้วโดนชายหนุ่มซอย พวกเธอก็มองหน้ากัน แล้วก็แสดงสีหน้าสุดเสียวออกมา แล้วก็ครางแข่งกันเสียงดัง เหล่าชายหนุ่มจับทั้งสองสาวขึ้นมา

หันหน้าเข้าหากัน แล้วก็ซอยรัวๆ จากด้านหลัง พวกเธอโดนจับแขนไว้ทั้งสองข้าง แล้วก็โดนกระแทกรูอย่างหนักหน่วง พร้อมๆ กัน ชายสองคนที่กระแทก หมวยและหมอแก้ว พวกเขา เสร็จพร้อมๆ กัน แล้วก็น้ำมาปล่อยใส่หน้าเธอทั้งสองคน หลังจากนั้น ชายอีกสองคนก็เข้ามาต่อ พวกเขายัดแท่งเสียวของตัวเอง ยัดเข้าใส่รูของพวกเธอทั้งสองคน แล้วก็ออกแรงที่เอว ซอยแรงๆ อย่างเมามัน พวกเธอร้องครางออกมาด้วยความเสียว

ขณะที่มีน้ำวู้ ของชายหนุ่มสองคนก่อน เลอะเต็มหน้า ชายหนุ่มทั้งสอง ถ่างขาพวกเธอออกกว้าง แล้วก็ยกขึ้นสูง ก่อนจะกระแทกแท่งเสียวลงมาในรูของพวกเธอทั้งสองคน ท่านั้น มันทำให้พวกเธอทั้งสองคนจุกมากๆ พวกเธอครางเสียงหลงออกมาเสียงดัง ไม่นานนัก หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสอง กระแทกรูของพวกเธอรัวๆ แบบไม่มีพัก พวกเขา ก็ปล่อยน้ำแห่งความสุข ใส่หน้าอก และใบหน้าของพวกเธอทั้งสองคน

ชายหนุ่มอีกคนที่เหลือไม่รอช้า เขาเข้ามา แล้วก็ยัดแท่งเสียวใส่รูของหมอแก้ว เขากระแทก ตับ ตับ ตับ ซอยถี่ๆ แรงๆ แบบไม่หยุด ซอยไปได้ซักพัก เขาก็หยุด ดึงแท่งเสียวออกจากรูของหมอแก้ว แล้วก็เปลี่ยน ยัดเข้าไปในรูเสียวของหมวยแทน เขาทำสลับไปมาแบบนี้หลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งไม่ไหว เขากระแทกแท่งเสียวอันใหญ่เข้าไปในรูของหมวยแรงๆ ครั้งสุดท้าย แล้วก็เอาออกมาชัก ปล่อยน้ำ ใส่หน้าของหมวยและแก้ว

สองสาว นอนหมดสภาพอยู่บนเตียง โดยที่มีหนุ่มๆ กำลังนั่งกินเหล้ากัน พวกเธอทั้งสองคน ต่างพากัน เลียน้ำของหนุ่มๆ ที่ปล่อยออกมาเลอะเต็มตัว พวกเธอเลียให้อีกฝ่าย แล้วก็กลืนมันลงไปอย่างอร่อย หลังจากที่ดูดดื่มน้ำแห่งความสุขกันจนอิ่ม พวกเธอ ก็หันมาจูบและดูดปากกัน หมวยกับหมอแก้ว นอนแลกลิ้นกันบนเตียง โดยที่มีเหล่าชายหนุ่ม จ้องมองมาด้วยความอิจฉา มีนพูดว่า ดูหมอสองคนนี้สิ โคตรร่านเลย แรงยังเหลืออีก

ขนาดโดน พวกเราเอากันแบบไม่พักขนาดนั้น สุดยอดเลยวะ ไม่นานนัก เหล่าชายหนุ่มก็ลุกขึ้นมากันอีกรอบ แล้วก็เข้าไปรุมสองสาว ที่กำลังดูดปากแลกลิ้นกันอย่างสนุก ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนลงไป แล้วก็ให้หมวยขึ้นมานอนทับ เขายัดแท่งเสียวเข้าไปในรูของเธอ แล้วก็ซอยรัวๆ ส่วนหมอแก้วนั้น ก็ขึ้นมานอนทับหมวยลงไปอีกคน แล้วก็โดนชายหนุ่ม ซอยเข้ามาจากทางด้านหลัง ชายที่เหลืออีกสามคน พวกเขาก็มายืนใกล้ๆ พวกเธอ

แล้วก็ยื่นแท่งเสียว ยัดเข้าปาก พร้อมกับให้พวกเธอใช้มือทำให้ สองสาว กลับมาร้องครวญครางอีกครั้ง ด้วยความเสียว หมวยมองหน้าหมอแก้ว ที่กำลังโดนกระแทก และมีแท่งเสียวของออกปากแบบไม่หยุด หมอแก้วครางออกมาด้วยความเสียว พร้อมกับแสดงสีหน้าร่านใส่หมวย

“ไหนบอกไม่อยากทำไงหมอแก้ว” หมวยถามหมอแก้ว พร้อมกับครางไปด้วย

“ก็มัน… อ๊ะ! อิ๊ อิ๊ อดใจไม่ไหวหนิ อ๊า อ๊า” หมอแก้วตอบออกมาด้วยความเสียว

“เสียวไหมครับหมอ”

“เสียวค่ะ เสียวมากๆ เลย”

“ของผมใหญ่ไหมครับ”

“ใหญ่จ๊ะ อ๊า!… แน่นมากเลย”

“โอ๊ย! หมอครับ ชักให้ผมด้วยสิ”

“หมอ!… อมให้ผมหน่อย ดูดแรกๆ เลย อ้า! อย่างนั้นแหละ”

“ชอบไหม หึ แบบนี้หรอ อมลึกๆ เลยนะ”

“อ้า แบบนั้นแหละครับ โอ้ยเสียว”

“อ้าโคตรเสียวเลย รูของหมอฟิตสุดๆ เลย”

“อ้า ซี๊ด ตอดดีจัง จะกระแทกแรงๆ แล้วนะ”

“กระแทกเลย เอาอีก เอาเลย เอาอีก อ๊า!”

“อ๊า อ๊า อ๊า เสียวจัง ฉันจะเสร็จอีกแล้ว”

“อุ๊ย อุ๊ย หมวยก็จะเสร็จเหมือนกัน อิ๊อิ๊”

“อ๊าาาาาาาา”

“อ๊อยยยยยยยย”

พวกเขาทำกันจนถึงเช้า จนกระทั่งทุกคนเผลอหลับไป ด้วยความเมาและเหนื่อยล้า เมื่อถึงวันต้องลาจาก หมวยนั่งรถออกเดินทางเข้ากรุงเทพ ไปพร้อมกับสามีที่มารับ ทุกคนไม่ได้ไปร่วมงานแต่ง เพราะต้องทำงาน สิ่งที่ทำได้คือ ส่งความยินดี และโบกมือลา ขอให้เธอมีความสุข

ประตูบานใหญ่ของฟินาเล่ถูกเปิดขึ้น และได้มีอีกหนึ่งชีวิต ได้ออกจากที่แห่งนี้ ไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ ที่ตัวเองต้องการ ถึงแม้จะดีใจ แต่หมอแก้ว แล้วก็ พ.อ. ต่างถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางคิดว่า อยากให้ตรงนั้นเป็นตัวเองเหลือเกิน ที่ได้ออกไปจากที่แห่งนี้บ้าง ประตูถูกปิดลง และทุกคนก็กลับไปใช้ชีวิต ทำหน้าที่ของตัวเองต่อ หลังจากที่ทุกคนหันหลัง กำลังจะกลับไปทำงาน ประตูก็ถูกเปิดอีกครั้ง หมอแก้วและ พ.อ.

หันหลังไปมอง พวกเธอนึกว่า หมวยลืมของอะไรรึป่าว ถึงกลับมาเข้าเอา แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ ผู้หญิงคนหนึ่ง สูงยาวดูดีผิวขาว ขาวซี๊ด ผมบ๊อบประบ่า เธอเดินถือกระเป๋าเข้ามา ทุกคนได้แต่มอง และทำหน้าตกใจ เมื่อหญิงปริศนาคนนั้น เธอเดินมาถึง ก็วางกระเป๋าลง พร้อมกับยื่นกระดาษหนึ่งใบ ให้กับ พ.อ. กิ่ง มันคือเอกสารรับรอง เธอก้มหัวลง แล้วก็กล่าวสวัสดีทุกคน

“สวัสดีค่ะ”

“ดิฉันเป็นหมอคนใหม่”

“จะเข้ามาช่วย และทำงาน ส่วนของคุณหมวยค่ะ”

“ฉันชื่อ…”

“เพียง ค่ะ” เธอมองไปที่ หน้าของหมอแก้ว

“ฝากตัวด้วยนะคะ” ยิ้มมุมปากให้หมอแก้ว

บทที่9 ความเสียวหลัง…ลูกกรง

ก้อนเมฆเริ่มเคลื่อนตัวไว้ขึ้น จับกลุ่มกันเป็นก้อนใหญ่ ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ด้วยเสียงคำรามขอสายฟ้า และแล้วหน้าฝน ก็ได้กลับมาเยือนที่ ฟินาเล่ อีกครั้ง แม้สายฝนจะโปรยปรายลงมา ทำให้ฉันชุ่มฉ่ำ แต่จิตใจ มันยังคงห่อเหี่ยว เพียงเพราะชื่อของมัน ดันไปตรงกับ… คนรักของฉัน ที่ได้จากโลกนี้ไปแล้ว ถึงจะรู้สึกแย่ไปบ้าง ก็มันก็ยังมีความรู้สึกดีๆ อยู่ เหมือนกับตอนที่ฉัน… กำลังนั่งคิดถึงเธอ

1 ปี 4 เดือน ถึงจะเป็นเวลาที่ไม่นาน แต่ก็มีเหตุการณ์มากมาย หลั่งไหลเข้ามาในชีวิตของฉัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี หรือเรื่องที่ทำให้เสียน้ำตา ช่างแปลกซะเหลือเกิน มันอาจเป็นสถานที่ หรืออาจจะเป็นที่ผู้คน ฉันมักจะคิด และตั้งคำถามกับตัวเองเสมอ หากฉันไม่ได้เลือกเส้นทางนี้ มันจะมีอะไรเปลี่ยนไปมากกว่านี้ไหมนะ มันจะทำให้ฉัน กลายไปเป็นคนแบบไหน ฉันคิด คิด แล้วก็คิด แต่ก็หาคำตอบไม่ได้ หรือว่า…

อาจจะมีใครซักคน เล่นตลกกับชีวิตฉัน ขีดเขียน เรื่องราวต่างๆ ทั้งหมดเอาไว้ แล้วหยิบตัวฉัน เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ช่างน่าขันซะเหลือเกิน นี่ตัวฉัน กลายไปเป็นตัวเอกของใครสักเรื่องหรอกหรอ ไม่ก็เป็นตัวร้าย แต่ถึงจะอย่างนั้น ไม่คิดว่ามัน… ใจร้ายไปหน่อยหรอ? ฉันไปทำอะไรให้ ถึงได้จงเกลียดจงชังขนาดนี้ สันหาแต่เรื่องเฮงซวย ให้เข้ามาในชีวิต ทำไมถึงต้องกำหนดชีวิตของฉัน ให้เจอแต่เรื่องฉิบหาย

นี่ฉัน… ทำผิดอะไร หลังจากที่หน้าฝนมาเยือน เหล่าคนไข้ก็ต่างพากันเล่นสนุก วิ่งเล่นตากน้ำฝน ไม่เว้นแม้กระทั้ง พยาบาลและเหล่าคุณหมอ ในที่แบบนี้ คงจะหากิจกรรม หรือความบันเทิงได้ยาก คงมีแค่เปลี่ยนความคิด แล้วปล่อยจิตใจ ให้ล่องลอยไปกับกระแสเวลา ที่พัดพาเอาธรรมชาติ มาให้พวกเขาได้ชื่นชม ถึงแม้จะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ก็มีคนไข้ และพยาบาลหรือหมอบางคน พวกเขาเหล่านั้น กลับรู้สึกเศร้า

และโหยหา ไออุ่นจากใครซักคน ที่จะช่วย ปลอบประโลมความหนาวเย็น จากเม็ดฝน ที่คอยซัดและซึมผ่านผิวหนังพวกเขา เข้าไปทำร้ายจิตใจอันเปราะบาง เคยสงสัยกันไหม ทำไมเวลาฝนตก คนถึงรู้สึกเศร้า หรือว่าเป็นที่หยดน้ำฝน ที่มันกระทบกับพื้น หรือสิ่งของต่างๆ มันกลายเป็นเมโลดี้อันไพเราะ ที่ทำให้ ความมืดหม่นในจิตใจของเรา ได้ตื่นและลุกขึ้นมาเต้นระบำ ร่ายรำไปกับ ท่วงทำนองของสายฝน และเสียงฟ้าร้อง

“คนไข้คะ… คนไข้!” เสียงพยาบาล

“คะ…” คนไข้สาว

“ยาค่ะ”

“นู๋ต้องกิน ไปถึงเมื่อไหร่หรอคะ คุณหมอ”

“ไม่รู้สิ… แต่ถ้านู๋ไม่กิน ปีศาจร้าย ก็จะโผล่มาทำร้ายนู๋อีกนะ”

“ไม่ ไม่ ไม่ ไม่เอา นู๋กลัว!” คนไข้สาว ส่ายหน้าด้วยความกังวล

“งั้น… ก็ทานยานะคะ”

“อั้ม!” คนไข้สาว กลืนยาลงไป แล้วก็ยิ้ม

“เก่งมากจ๊ะ ที่นี้ปีศาจ ก็จะมาทำร้ายนู๋ ไม่ได้อีกแล้ว” พยาบาลสาว ยิ้มให้กับเธอพร้อมกับลูบหัว

เด็กสาวยิ้มอย่างมีความหวัง หลังจากทานยาที่ หมอเพียงให้ พยาบาลคนหนึ่งกับ หมอแก้ว พวกเธอดู หมอเพียง ที่กำลัง หลอกล่อให้คนไข้เด็กสาวกินยา พร้อมกับชมด้วยว่า เธอเก่งนะ เด็กคนนั้นกินยายากมากๆ แต่เธอใช้เวลาเพียงไม่ถึงนาที ก็สามารถ บอกให้เด็กคนนั้นกินยาได้แล้ว สงสัยคงถูกฝึกมาดีล่ะมั้ง พยาบาลที่อยู่ข้างๆ หมอแก้ว พูดชม หมอเพียง แล้วก็ทำหน้าตาเอ็นดู คุณหมอที่กำลัง ดูแลคนไข้สาว

“คงงั้นแหละค่ะ แต่ฉันว่า…” หมอแก้วพูดกับพยาบาล แล้วก็ทำท่าสงสัย เอามือกอดอก

“ฉันเคยเห็นเธอที่ไหนนะ คุ้นหน้าเธอมากๆ แต่นึกไม่ออก”

“หรือจะเป็นดาราใน TV หรอค่ะ” พยาบาลสาว พูดขึ้นมา พร้อมกับทำท่าทางสงสัย

“แต่หน้าเธอก็ให้อยู่นะ เรียวสวยดูดี ตาคม คิ้วเข้ม”

“หุ่นก็ดี เนียงละออ ซะเหลือเกิน”

“คุณพยาบาล คนที่ไหนคะเนี่ย” หมอแก้ว หันไปถามพยาบาล พร้อมกับทำหน้าสงสัย

“ฮ่าๆๆ” พยาบาลสาว หัวเราะก๊ากออกมา

หมอเพียง ที่ได้ยิน พวกเธอหัวเราะกันสนุกเสียงดัง หล่อนจึงหันมา แล้วก็ยิ้มให้กับพวกเธอทั้งสองคน ก่อนจะเดินกลับไปทำงาน ส่วนหมอแก้ว ที่ยังคาใจ เธอก็ยังอดคิดไม่ได้ ว่าหน้าของหมอเพียงนั้น เหมือนกับใครที่เธอเคยเจอ หรือว่าเธอคิดไปเอง ไม่ว่า หมอแก้วจะทำอะไร เธอก็จะพึมพำกับตัวเอง แล้วก็ทำโน้นทำนี้ไปด้วย แม้จะผ่านมาหลายอาทิตย์ หมอแก้ว ก็ยังนึกไม่ออก แล้วก็ยังไม่เลิกพึมพำกับตัวเอง จนกระทั่ง

พ.อ. กิ่ง ที่กำลัง นั่งกินข้าวกับเธอสองคน ในโรงอาหาร ก็ถามเธอ ด้วยความรำคาญและสงสัย

“คนไข้คะ รับยาหน่อยไหม”

“หึ!… คะ พ.อ.”

“ยังไม่เลิกคิดอีกหรอ หมอแก้ว”

“ก็มันคาใจนิคะ พ.อ.” หมอแก้ว ตอบออกมาด้วยน้ำเสียง และหน้าตาที่หงุดหงิด

“เป็น พ.อ. หากเจอคนหน้าคุ้น แต่นึกไม่ออก”

“ไม่รู้สึกหงุดหงิดบ้างหรอคะ”

“เธอมันโรคจิต หมอแก้ว” พ.อ. กิ่ง เอาช้อน ชี้หน้าหมอแก้ว พร้อมกับพูดออกมา ขณะมีข้าวเต็มปาก

“อ่าว พ.อ. พูดงี้ต่อยกันเลยไหม” หมอแก้ว ยืดตัวตรง พร้อมกับถกแขนเสื้อ ทั้งสองข้างขึ้น

“ฮ่าๆๆๆ” พ.อ. กิ่ง หัวเราะออกมาเสียงดัง

หลังจากเทียงกันได้ซักพัก พวกเธอก็พากันนั่งกินข้าวต่อ แล้วก็กลับไปทำงาน เรื่องราวของหมอเพียงนั้น เธอเป็นแค่หมอจากเมืองกรุง ที่เข้ามาทำงานแทนที่ หมอหมวย เพราะมันเหลือที่ว่าง รวมไปถึงประวัติการทำงานของเธอนั้นก็ไม่ธรรมดา จากที่ พ.อ. กิ่ง สัมภาษณ์เธอ หมอเพียง ได้คะแนนสอบสูงที่สุดในรุ่น จบถึงด็อกเตอร์ มีผลงานวิจัยและค้นคว้ามากมาย แต่ที่แปลก… คือเธออายุมากกว่า พ.อ. กิ่ง ถึง 10 ปี

แถมหน้าตาและรูปร่างของเธอนั้น ก็ไม่ได้แก่ตามอายุเลย มองผ่านๆ เหมือนคนแค่อายุ 20 ต้นๆ ยังดูเป็นวัยรุ่นเหมือนสาวมหาลัยอยู่เลย มันจึงทำให้ทุกคนตกใจมากๆ เอาแต่ถามว่า เธอกินอะไร ดูแลตัวเองยังไง ถึงได้ดูสาวขนาดนี้ หมอเพียง ตอบแค่ว่า ดูแลตัวเองดีๆ กับกินอาหารที่มีประโยชน์ เป็นประโยคชวนปวดใจ ที่ใครได้ฟัง ก็ต่างพากันหัวเสีย เธอทำหน้าที่ของหมอได้ดีมากๆ ดูแลผู้ป่วยและเข้าถึงคนไข้ได้อย่างดี

จนคนไข้หลายๆ คน ต่างพากันชอบ และติดใจหมอเพียง อยากให้เธอช่วยดูแล ตอนไม่สบาย หรือมีปัญหาอะไร ก็จะคอยวิ่งมาปรึกษาเธอ วันหนึ่งในช่วงบ่าย หมอเพียง กำลังนั่งเช็คเอกสาร เธอกำลังศึกษาและดูประัติคนไข้ ในห้องเก็บเอกสารใหม่ ที่ถูกย้ายมาจากตึกเก่าที่ถล่ม เธอกำลังนั่งและตั้งใจดูเอกสาร ก็มีกลุ่มคนซัก 3-4 คน เดินเข้ามาในห้องเก็บเอกสาร หมอเพียงได้ยิน แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ยังคงนั่งทำงานต่อ

“แน่ใจนะ… ว่าที่นี้ OK” เสียงผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนจะเป็นพยาบาล

“แน่สิ ไม่ค่อยมีคนหรอก ยิ่งเวลานี้ด้วย” เสียงผู้ชายพูด

“ใช่ ที่นี้ OK ที่สุดแล้ว” เพื่อนชายอีกคน

“ใช่ๆ ไม่เป็นไรหรอก เอาเหอะ” เสียงผู้ชายอีกคน

หมอเพียง พอจะเดาได้ ว่าพวกเขานั้น เข้ามาเพื่อทำอะไรกัน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจ ยังคงนั่งทำงานอย่างเงียบๆ ภายใต้บรรยากาศสุดเสียว ที่พวกคนเหล่านั้น บรรเลงเพลงรักกัน

“อ๊า! ค่อยๆ สิ อดยากกันมากเลยหรอพวกนาย” พยาบาลสาวพูดออกมา ด้วยน้ำเสียงกระเส่า

“ก็คุณพยาบาล เซ็กซี่แบบนี้ พวกผมจะอดใจไหวได้ไง”

“อ๊า ค่อยๆ สิจ๊ะ อุ๊ย อ๊าาาา”

“อื้มมม ตรงนั้นแหละ”

“อ๊า แบบนั้นเลย เอาเข้าไปลึกๆ อีกสิ”

“ซี๊ดดด อ๊าาา อื้มมม ได้อารมณ์จัง”

“เธออีกสองคน ก็เข้ามาช่วยด้วยสิ”

“เข้ามาพร้อมๆ กันเลย อ๊าาาา”

“อุ๊ย! ใหญ่จัง เต็มมือเลย อิ๊ อิ๊”

“ของคุณพยาบาล ก็ใช่เล่นนะครับ เต็มมือเหมือนกัน”

“ใหญ่มากเลย ทั้งข้างบนและข้างล่าง”

“รุ่นพี่ครับ ผมไม่ไหวแล้ว ขอบ้างสิ”

“มาเลยไอ้น้อง”

“อ๊า! ค่อยๆ ยัดสิจ๊ะ ฉีกหมดแล้ว อิ๊ อิ๊”

หลังจากที่เช็คเอกสารอะไรจนเสร็จ หมอเพียง ก็เก็บของ แล้วก็เดินออกมาจากห้อง เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเดินผ่าน หน้าพวกเขา ที่กำลังเข้าด้ายเข้ารูกันอย่างเมามัน พอพวกนั้นเห็น พยาบาลก็ร้องอุ๊ยออกมา พร้อมกับทำหน้าเขิลอาย ส่วนฝ่ายชายก็ตกใจ หันมามองพร้อมกับเอามือทั้งสองข้างของพวกเขา ปิดของดีเอาไว้ที่หว่างขาของตัวเอง แต่หมอเพียงไม่แม้แต่จะหันไปมอง เธอไม่มีความสนใจอะไรทั้งนั้น

เธอเดินออกมาปกติ เอามือล้วงกระเป๋า พร้อมกับถือเอกสารในมืออีกข้าง หลังจากที่หมอเพียง เดินผ่านพ้นประตูห้องไป พวกนั้นก็บรรเลงเพลงรักกันต่อ หมอเพียง เดินออกมาไปยังส่วนนั่งเล่น ที่มีผู้ป่วย ออกมาวิ่งเล่น และนั่งผ่อนคลายกัน เธอเดินไปแล้วก็หยุดมองคนไข้เหล่านั้น เธอมองไปที่คนไข้คนหนึ่ง คนไข้คนนั้น เธอมีอาการจิตเพศที่ค่อนข้างแปลก คนไข้สาว อายุ 22 ปี หน้าตาบ้านๆ ไม่ได้สวยหรือขี้เหล่อะไร

เธอชอบทาปากและเล็บสีแดง แล้วก็เที่ยวขายตัวให้กับ คนไข้คนอื่นๆ รวมไปถึง หมอและบุรุษพยาบาล เธอจะเดินเข้าไปหาช้าๆ ด้วยท่าทางที่ยั่วยวน ตามมาด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน ชวนให้ผู้คนเหล่านั้นหลับนอนกับเธอ เพื่อแลกกับเงิน เท่าที่เห็น พวกคนไข้ไม่ค่อยมีใครเล่นด้วยกับเธอ บางคนเมื่อถูกเธอเข้าหา เขาก็จะด่า ว่าเธอเป็นคนไม่ดี หรือไม่ก็บอกว่าจะแจ้งตำรวจ คนไข้มักจะเดินมาหา พยาบาลบ่อยๆ แล้วก็บอกว่า

“ค ค คุณ พยาบาล… ครับ ค ค คน นั้น เขา ข ขาย ตัว ครับ”

“ผู้กองครับ ผมเจอ ผู้ต้องสงสัย กำลังขายตัวครับ”

“ท่านผู้เจริญ ช่วยเราด้วยเถิด ข้าพบเห็น หญิงชั่ว กำลังมั่วกาม”

“คุณพยาบาลข๋า ช่วยด้วยดิฉันด้วย เพื่อนฉันมันร่านมากๆ”

“พ พ พี่ครับ ขอยืมเงินหน่อย”

“จะเอาไปทำอะไรหรอคะ” พยาบาลคนหนึ่งตอบแล้วยิ้มให้กับคนไข้

“จะเอาไป… ตี…”

“ตีอะไรคะ” พยาบาลสาวถามด้วยความหวังดี

“ตี…”

“หึ…” พยาบาลทำหน้าสงสัย

“ตีกระหรี่ครับ” พยาบาลสาวทำหน้ามึน หลังจากคนไข้ชายตอบเธอออกมา

หลังจากที่ดูอยู่นาน หมอเพียงก็เดินเข้าไปหา คนไข้สาวที่ชอบขายตัวคนนั้น หมอเพียงเข้าไปชวนเธอคุย ถามเกี่ยวกับเรื่องงานที่เธอทำแล้วก็เรื่องราคา เคยเจอลูกค้าแบบไหน้าง คนไข้สาวก็พูดวกไปวนมา ประมาณว่า ฉันไม่บอกเธอหรอก เธอจะมาแย่งงานฉันใช่ไหม พร้อมกับต่อว่าหมอเพียง บอกว่าเธอเป็น แม่เล้า หรือไม่ก็ว่าเธอ เป็นพวกโสเหมือนกัน ชอบมาแย่งลูกค้า หมอเพียง ไม่ตอบโต้หรือพูดอะไรออกไป

เธอเอาแต่ยิ้ม แล้วก็จดบันทึก ถึงแม้จะไม่มีคนไข้คนไหน ไปใช้บริการคนไข้สาวที่ขายตัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย หมอเพียงหลอกแอบถาม คนไข้บางคน มีคนไข้ 2-3 คน พวกเขาเล่าตรงกัน เคยมีคนใช้บริการคนไข้สาวจริงๆ หนึ่งในนั้นบอกว่า เขาเคยเห็นเธอกับบุรุษพยาบาลคนหนึ่งทำอะไรกันแปลกๆ ตรงรั้วลูกกรง ที่กันระหว่างพื้นที่รักษา กับที่พักพนักงาน คนไข้ชายคนนั้นเล่าว่า ในดึกคืนหนึ่ง เขาเห็นคนไข้สาวคนนั้น

เดินออกไปจากตึกผู้ป่วย เดินผ่านสวนตรงไปที่ หอพักของพวกหมอและพยาบาล พอเดินไปถึง เธอก็มุดเข้าไปหลังพุ่มไม้ ตรงนั้นมันมืดมากๆ ด้วยความอยากรู้ เขาจึงเดินตามไปดูแบบเงียบๆ เขาค่อยๆ แหวกพุ่มไม้ออกเบาๆ เพื่อมองเข้าไปข้างใน และแล้วเขาก็เห็น คนไข้สาวคนนั้น ถอดเสื้อออก เธอนั่งคุกเข่า แล้วก็กำลังทำอะไรซักอย่าง เธอโยกหัวเข้าออกตรงลูกกรง ด้วยความอยากรู้ เขาจึงมุดเข้าไปใกล้มากขึ้น

เขาเห็นบุรุษพยาบาลคนหนึ่ง กำลังเอาไอนั้นของเขาตรงหว่างขา สอดเข้ามาผ่านลูกกรง แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ใช้ปาก ทำให้กับเขา เธออมมันเข้าไป พร้อมกับใช้มือสาวไปสาวมา เธอใช้ปากและลิ้น อมและเลียมันอย่างสนุกเสียงดัง จ๊วฟจ๊าฟ เธอใช้มือรูดแท่งเสียวของบุรุษพยาบาลอย่างช้าๆ พร้อมกับส่งสายตายั่วยวนชวนร่าน เธอแลบลิ้นออกมา เลียที่หัวของแท่งเสียว แล้วก็อมมันเข้าไป เธอเอามันมา ฟาดปากตัวเอง

แล้วก็ยิ้ม มองหน้าบุรุษพยาบาล ที่กำลังเสียวได้ที่ เธอใช้เต้าคู่ใหญ่ของตัวเอง ยกขึ้นมา แล้วก็บีบรัดแท่งเสียวอันใหญ่ ของบุรุษพยาบาล เธอใช้เต้าบีบมัน แล้วก็รูดเข้ารูดออก บุรุษพยาบาลส่งเสียงครางออกมาด้วยความเสียว หลังจากใช้ปากและเต้าทำอยู่สักพัก เธอก็ยืนขึ้นถอดกางเกงออก เขาเห็นต้นขาขาวๆ ของเธอชัดมาก เขาตั้งใจมองไปที่ต้นขาของเธอ แล้วก็มองไปที่หว่างขา ที่มีพุ่มไม้ดำๆ ขึ้นรกเต็มไปหมด

หลังจากที่ถอดกางเกงเสร็จ เธอก็หันหลังชิดกับลูกกรง บุรุพยาบาลคนนั้น ก็สอดไอ้นั้นเข้ามา สีหน้าของคนไข้สาวดูเปลี่ยนไป เหมือนมีความสุขมากขึ้น เธอเม้มปากแล้วก็ส่งเสียงแปลกๆ ออกมา บุรุพยาบาลคนนั้น เอาแต่กระแทกเอวเข้ามาไม่หยุด คนไข้สาวคนนั้น เธอทำได้แค่ร้องออกมาแล้วก็เอามือจับลูกกรง ตอนแรกเขาคิดว่า เธอคงกำลังถูกทำร้าย เขากำลังตัดสินใจ จะเข้าไปช่วยเธอ แต่เขาก็ได้ยินเธอพูด

“อ๊า อ๊า เอาอีก เอาอีก เอาอีกสิคะ” คนไข้สาวทำหน้าร่าน พร้อมกับพูดออกมา

“พี่ข๋า กระแทกมาอีก ฉันชอบ เอาอีก เอาอีก”

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ชอบจัง ชอบแบบนี้จังเลย อิ๊ อิ๊”

“เป็นไงล่ะอีกระหรี่ โดนเ_็ดแบบนี้ชอบไหม” บุรุพยาบาล พูดกับคนไข้สาว ด้วยน้ำเสียงสะใจ

“ชอบคะ ชอบ ม มากๆ อ๊ะ อ๊ะ เอาอีก เ_็ดอีกสิคะ เ_็ดนู๋อีก อิ๊ อิ๊ อิ๊”

พอคนไข้ชาย ได้ยินแบบนั้น เขาจึงเอามือปิดปากตัวเอง แล้วก็มอง พวกเขาสองคนบวกันต่อ บุรุษพยาบาลจับนิ้วคนไข้สาว ที่รอดเข้ามาในรูลูกกรง เขาจับไว้ แล้วก็กระแทกยัดแท่งเสียว เข้ามาใส่รูของคนไข้สาวแบบไม่ยั้ง ยิ่งทำไปนานๆ คนไข้สาวก็เริ่มทำหน้าตาแปลกๆ เหมือนเธอกำลังเคลิ้มกับอะไรบางอย่าง เสียงกระแทกเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ และถี่มากกว่าเดิม ดัง ตับ ตับ ตับ คนไข้สาวยืนขาสั่น พร้อมกับครางออกมาเสียงดัง

“อ๊า อ๊า พี่จ๋า นู๋รู้สึกดีมากๆ เลย”

“อุ๊ยยย สุดยอดเลย พี่จ๋า พี่! อ๊าาาา”

“อ๊า อ๊า พี่จ๋า มันจะไหลออกมาแล้ว อิ๊อิ๊”

ในขณะที่บุรุษพยาบาล ซอยเข้ามาแบบไม่หยุด คนไข้ชายก็เห็น เหมือนมีน้ำอะไรซักอย่าง ไหลออกมาจากรูของคนไข้สาว มันไหลลงเยิ้มลงมา เลอะเต็มหว่างขาของคนไข้สาว เธอทำตาเหลือก เงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า แล้วก็สั่นไปทั้งตัว บุรุษพยาบาลยังคงกระแทกเข้ามาแรงๆ แบบไม่หยุด ไม่นานนักเขาก็บอกกับคนไข้สาวว่า เขาไม่ไหวแล้ว ก่อนจะกระแทกเข้ามาแรงๆ ครั้งสุดท้าย แล้วก็ส่งเสียงร้องออกมา เหมือนสัตว์ป่า

ไม่ถึงนาที บุรุษพยาบาล พับแท่งเสียวของตัวเอง กลับเข้าไปในกางเกง ก่อนจะยื่นถุงขนมมากมายออกมา แล้วก็วางไว้ขางๆ ตัวคนไข้สาว ที่กำลังนอนหมดสภาพ หลังจากที่บุรุษพยาบาลปล่อยน้ำใส่รูของเธอ คนไข้สาว ก็ลงไปนอนเหนื่อยบนพื้นหญ้า ด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อ นั้นคือสิ่งที่คนไข้ชาย เล่าให้หมอเพียงฟัง หมอเพียงทำการเก็บข้อมูลและจดบันทึก ในขณะที่กำลังคุยกับ คนไข้สาวขายตัว หลังจากคุยกับคนไข้

ฝนก็ทำท่าจะตกลงมา มีเสียงฟ้าร้องคำราม ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม คนไข้บางคนถึงกับตกใจและแตกตื่น จู่ๆ ก็มีคนไข้ชาย ตกใจและคลุ้มคลั่ง เขาวิ่งหนีออกมาจากตึกผู้ป่วย ตอนที่พยาบาลกำลังให้เขาทานยา แต่เกิดมีฟ้าผ่าลงมา ทำให้คนไข้ชายคนนั้นตกใจ เขาพักพยาบาลแล้วก็วิ่งหนีออกมาด้วยความแตกตื่น เขาดูตกใจมาก ในตอนนั้น หมอเพียง กำลังเดินขึ้นไปบนตึก เพื่อกลับเข้าไปทำงาน เธอหันหลังมองพวกคนไข้

ที่กำลังแตกตื่นและตกใจ อยู่ที่สนามหญ้าหน้าตึก เหล่าพยาบาลและหมอ ต่างพาพวกคนไข้นั้น เข้าไปยังที่พัก คนไข้ชายที่กำลังตกใจ เขาวิ่งออกมาจากตึก แล้วก็เจอเข้ากับหมอเพียง เขาอาละวาด และเอาแขนเข้าไปรัดคอหมอเพียง ที่ยืนหันหลังอยู่แบบไม่ทันระวัง เขาล็อกคอหมอเพียงเอาไว้ แล้วก็บอกให้คนอย่าเข้ามา ไม่งั้นเขาจะหักคอเธอซะ หมอเพียงยืนนิ่งไม่ขยับตัว สีหน้าเรียบเฉย ไม่ตกใจหรือส่งเสียงร้องออกมา

เธอยืนตัวตรงแต่ไม่ได้เกร็ง คนไข้ชายยังคนใช้แขนรัดคอเธออย่างแน่น ถ้าเป็นคนอื่นๆ อาจจะหายใจไม่ออกแล้วก็ได้ แต่หมอเพียง ยังคงหายใจได้อย่างสบาย และทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีบุรุษพยาบาลสองคน แล้วก็หมอ เดินเข้ามาช่วยพูดให้คนไข้ชายสงบ แต่เขาก็ยังคงอาละวาด พร้อมกับส่งเสียงดังบอกว่าอย่าเข้ามา ถ้าไม่อยากให้หมอตาย ไม่นานนัก หลังจากที่ทุกคนแตกตื่น กับคนไข้ชายร่างโตกล้ามใหญ่

ที่กำลังคลุ้มคลั่ง หมอแก้วก็เดินเข้ามาถึงพดดี เธอดูตกใจมาก สีหน้าเธอเหมือนกำลังคิดว่า เอาอีกแล้วหรอ มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอีกแล้ว กำลังจะมีคนตายอีกใช่ไหม เธอค่อยๆ พูดเกลี้ยกล่อมคนไข้ชายที่กำลังคลุ้มคลั่ง แต่เหมือนมันจะไม่ได้ผล หมอแก้วบอก ให้บุรุษพยาบาล ไปเอาปืนยาสลบ หรือปืนช็อตไฟฟ้ามา ในขณะที่ทุกคนกำลังแตกตื่น และหมอแก้ว กำลังหันไปบอกบุรุษพยาบาล พอเธอหันหน้า กลับมาที่หมอเพียง

เธอก็เห็น… หมอเพียง ใช้มือซ้าย จับไปที่แขน ของคนไข้ชายร่างใหญ่คนนั้น เธอก็ยกขึ้น พร้อมกับทุ่ม แล้วก็ฟาดร่างของคนไข้ชายลงกับพื้น ในขณะนั้นไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ หรือมีใครสังเกต มีเพียงแค่ หมอแก้วเท่านั้น ที่เห็นภาพหมอเพียง ใช้มือซ้ายแค่ข้างเดียว ทุ่มคนไข้ชายร่างใหญ่ลงกับพื้น เพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น คนไข้ชายร่างใหญ่ ก็ลงไปนอนแนบกับพื้น แล้วก็หมดสติไปเลย จากที่กำลังตกใจอยู่แล้ว

หมอแก้ว ยิ่งตกใจหนักเข้าไปอีก เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่ผู้หญิงผอมบางแบบนี้ จะใช้มือแค่ข้างเดียว ยกแล้วก็ทุ่มผู้ชายร่างใหญ่ๆ ลงไปนอนกองกับพื้น แถมไม่ใช่แค่ทุ่ม แต่สามารถทำให้ผู้ชายร่างโตๆ สลบไปเลย มันเกินคำว่าคนไปแล้ว หลังจากทุ่มคนไข้ชายคนพื้น หมอเพียงก็ถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ คนที่อยู่ตรงนั้นเมื่อเห็น พวกเขาก็รีบเข้าไปจับตัวคนไข้ แล้วก็พาออกไป ทุกคนคิดว่า

คนไข้ชายคนนั้น คงจะพลาดท่า หรือทำอะไรผิดซักอย่าง แล้วลงไปนอนกับพื้นเอง หมอแก้วเดินตามคน ที่ลากคนไข้ชายออกไป พอถึงสนามหญ้า เธอก็หันหลัง กลับมามองหมอเพียง ที่กำลังยืนล้วงกระเป๋า พร้อมกับถือเอกสารอีกข้างในมือ อยู่หน้าตึก ภาพที่คุ้นตาเธอก็กลับมา…

“เอ๊ะ!”

“นั่นมัน…”

“ภาพนั้น…”

“ใช่จริงๆ ด้วย”

“ฉัน… นึกออกแล้ว”

“เธอก็คือ…”

“ผู้หญิงชุดขาวที่ฉันเห็นใน…”

“คุกใต้ดิน”

บทที่10 เสียวจน…หลอน

มนุษย์นั้นเกิดมาเพื่ออะไร สืบพันธุ์ แล้วก็ตาย หน้าที่หลักๆ ก็มีเท่านี้แหละ เพียงแค่สร้างวัฒนธรรมขึ้นมา เพื่อให้มันดูดี และเป็นที่ยอมรับก็เท่านั้นเอง แต่สำหรับบางคนที่เข้าใจ ความหมายของการมีชีวิตจริงๆ คนเหล่านั้น หันมาเป็นผู้สร้าง คิด ค้นคว้า สร้างสรรค์ ทั้งๆ ที่ตัวเอง อาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึง ได้สัมผัสความสำเร็จ ในสิ่งที่ตัวเอง ได้ลงแรงทำมาทั้งชีวิต กลายเป็นเถ้าธุลี หายไปในอากาศและสายน้ำ เหลือเพียงชื่อ ให้ผู้คนหลงลืม

“พ.อ. คะ!”

“อะไรอีกล่ะคราวนี้”

“เรื่องหมอเพียงค่ะ”

‘ทำไม… มีอะไร”

“พ.อ. จำคน ที่ฉันเล่าให้ฟังได้ไหมคะ”

“คนที่ฉัน เห็นในคุกใต้ดิน”

“อ๋อ…”

“คนนั้นคือหมอเพียง”

“หึ!”

“จริงค่ะ! ฉันมั่นใจ”

“มั่นใจแค่ไหน?”

“80% เลย พ.อ.”

“น้อยไปหมอแก้ว”

“โอ้ย! ตลอดเลย พ.อ.”

หมอแก้วเตะไปที่โต๊ะ ตรงหน้า พ.อ. พร้อมกับทำหน้าเซ็งๆ หมอแก้วเล่าเรื่องทุกอย่าง ในเหตุการณ์คนไข้คลุ้มคลั่ง ที่เจอมาและเห็นคนเดียวให้ พ.อ. ฟัง เธอก็ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเหมือนกัน แต่มันคือเรื่องจริง หลังจากที่ พ.อ. ได้ฟัง เธอก็บอกให้หมอแก้ว คอยจับตาดูเธอไปก่อน อย่าพึ่งไปบอกหรือเล่าให้ใครฟัง แล้วก็ห้ามทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายอีก เพราะเธอเป็นห่วง หมอแก้วมากๆ พ.อ. คิดว่าคราวนี้ หมอแก้ว

อาจได้ตายจริงๆ หากมันเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นอีก เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน หลังจากที่หมอแก้วเห็นเหตุการณ์นั้น เธอจับตาดูหมอเพียง แบบไม่ได้คลาดสายตา หมอแก้วเริ่มเห็นอะไรแปลกๆ ขึ้นเรื่อยๆ คนไข้ที่เริ่มเก็บเนื้อเก็บตัว หลังจากที่หมอเพียงเข้าไปรักษาละดูแล หมอเพียงดูสนใจห้องขังพิเศษเอามากๆ เธอเดินเข้าออกบ่อย แบบที่ว่าวันหนึ่ง เธอเดินเข้าออกคุกใต้ดินอันใหม่ เป็นสิบรอบ หมอแก้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่า

หมอเพียงเดินเข้าไปทำอะไร เพราะตัวเธอเอง ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะลงไปในนั้น นอกจากเรื่องผิดปกติเหล่านี้ หมอเพียงก็เหมือนคนทั่วไป กนอาหารเหมือนกับคนอื่น ถึงเวลาเลิกงานก็กลับไปพักผ่อน แต่ไม่ค่อยสุงสิงหรือคุยเล่นกับใคร วันๆ เธอจะใช้เวลาอยู่แต่กับ คนไข้ซะส่วนใหญ่ ก็หน้าที่เธออะเนอะ เป็นหมอ จะให้มานั่งเล่นเฉยๆ ได้ไง แต่เอาเข้าจริงๆ จะว่าแปลกไหม หมอเพียงไม่เคย แอบไปมีอะไรกับใครเลย

มีหมอและบุรุษพยาบาลมากมาย ต่างเข้ามาจีบเธอ แล้วก็ชักชวนให้ไปมีความสุขกัน หมอเพียงตอบแค่ว่า ตัวเองใช้แค่นิ้วก็มีความสุขแล้ว ทำเอาหมอและบุรุษพยาบาลต่างๆ หัวใจสลายกันเป็นแถว วันนั้นขณะที่หมอแก้ว กำลังสะกดรอยตามหมอเพียง หลังจากที่เธอออกมาจากคุกใต้ดิน เธอเดินออกมา พร้อมกับเอกสารในมือ เธอเดินออกมาช้าๆ แบบไม่รีบร้อน เธอเดินไปเรื่อยๆ จนหยุดที่ทางเดินโล่งๆ ตรงนั้นไม่มีใครอยู่

“จะตามดูฉันแบบนี้ไปนานถึงไหนคะ” หมอเพียงพูดขึ้น หลังจากที่เธอหยุดเดิน

“ถึงแม้จะหลบมิดยังไง”

“แต่กลิ่นน้ำหอมของคุณ มันก็แอบไม่ได้หรอก”

“ฉันก็คิดอยู่นาน ว่ากลิ่นน้ำหอมแบบนี้ มันเป็นของใครกันนะ”

“แล้วฉันก็นึกออก มันเป็นของคุณยังไงล่ะ”

“หมอแก้ว!” หมอเพียงหันหลัง เธอพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ

หมอแก้วเดินออกมาจาก หลังกำแพงที่เธอแอบ เธอเดินออกมาช้าๆ แล้วก็ประจันเข้ากับ หมอเพียง ที่ยืนห้างออกไปประมาณสิบก้าว หมอเพียงเอียงคอ พร้อมกับยิ้มให้หมอแก้วเบาๆ หมอแก้วยืนตัวสั่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เธอรู้เลยว่า ผู้หญิงคนนี้ ไม่ธรรมดาแน่นอน จากรอยยิ้มที่เธอแสดงออกมา ท่าทางที่ดูสบายไร้ความกังวล หมอแก้วรู้ตัวทันทีว่า เธอ ไม่มีทางชนะผู้หญิงคนนี้ได้แน่นอน หมอแก้วเอามือไขว้หลัง พร้อมปากกา

“เป็นคุณจริงๆ สินะ หมอแก้ว”

“เอาแต่ตามดูฉันแบบนี้ มันจะได้อะไรขึ้นมา”

“ถ้าคิดจะทำอะไร ก็รีบๆ ทำเหอะค่ะ”

“ไม่แน่นะ ฉันอาจ… จะลงมือฆ่าใครอีกก็ได้”

“หรือจะเป็นหมอแก้วดีนะ” หมอเพียงหัวเราะออกมาเบาๆ หลังพูดจบ

หมอเพียงจ้องมอง เข้าไปในดวงตาของหมอแก้ว ทันใดนั้น หมอแก้วกดปากกาที่มือ แล้วก็ก้าวเท้าขวาออกมา เพื่อจะออกตัวพุ่งไปจัดการศัตรูตัวร้ายของฟินาเล่ แต่ทว่า เพียงแค่เธอก้าวเท้าขวาออกไปหนึ่งก้าว หมอเพียงก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอ พร้อมกับเอาปากกาของตัวเธอเองจอไปที่คอหอย มันเป็นปากกาด้ามเดียวกัน ที่เธอถืออยู่ในมือตอนแรก หมอแก้วทำได้แค่ยืนแข็งถือตัวสั่น ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง

“ปากกา เขาเอาไว้เขียนไม่ใช่หรอคะ หมอแก้ว” หมอเพียงกระซิบที่ข้างหูหมอแก้วเบาๆ

“ถามจริง เธอคิดว่า แค่ปากกาด้ามเดียว”

“จะทำอะไรฉันได้จริงหรอ”

หมอเพียงถอยหน้าออกจากหมอแก้ว หลังจากที่เธอพูดกับหมอแก้ว ต่อจากนั้น ก็บีบปากกาที่อยู่ในมือ จนแหลกละเอียดด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไป หมอแก้วยังคงขยับตัวไม่ได้ เธอช็อกแล้วหยุดนิ่งไปนาน 2 นาที ก่อนจะล้มลง แล้วก็นั่งไปบนพื้น เธอหายใจแรงถี่ๆ เหงื่อไหลท่วมตัว เธอคิดในใจว่า ไม่น่าทำแบบนั้นเลย เกือบได้ตายฟรีแล้ว หลังจากเหตุการณ์นั้น หมอแก้ว ก็เริ่มระวังตัวเองมากขึ้น

ณ เคาน์เตอร์ ที่ตึกผู้ป่วย เหล่าพยาบาล กำลังนั่งทำงานและคุยกันอย่างสนุกสนาน

“อุ๊ย! จะแต่งสวยไปไหนหรอเธอ”

“อืมมม นั้นแหละ รู้ๆ กัน”

“อ๋อๆ ช่วงนี้ฮ๊อตจังนะ ไม่พักเลย”

“ธรรมดา!”

กลุ่มเพื่อนสาวพยาบาล กำลังนั่งคุยและแซวพยาบาลอีกคน ที่กำลังแต่งหน้า เธอตั้งใจแต่งหน้าทาปากให้สวย ก่อนจะเดินดื่มน้ำหนึ่งแก้ว แล้วก็เดินออกไป พยาบาลคนนั้น เธอเดินไปที่ ห้องเอกสาร ห้องที่เธอแอบไปบรรเลงเพลงรักสุดเร่าร้อน กับเหล่าหนุ่มๆ หุ่นแซ่บ หลังจากที่ไปถึงพอเธอเดินเข้าไป ก็มีหนุ่มๆ รออยู่ 3 คน พวกเขาพาพยาบาลสาว เข้าไปยังมุมเดิน มุมที่พวกเขาเล่นสนุกกันบ่อยๆ ภายในห้องเอกสารนั้น

ไม่มีใครอยู่ นอกจากพวกเขาทั้ง 4 คน พอไปถึงมุมโปรด ชายหนุ่มทั้งสามไม่รอช้า พวกเขารีบเข้าไปไซร้คอ นัวเนีย พยาบาลสาวกันอย่างบ้าคลั่ง อากาศที่เย็นสบาย ฝนกำลังตก ช่วยกลบเสียงความเสียว ของพยาบาลสาวได้เป็นอย่างดี ต่อให้เธอแหกปาก ร้องครวญครางออกมาดังมากซักแค่ไหน ก็ไม่มีใครสามารถได้ยิน ชายหนุ่มช่วยกัน ถอดเสื้อและกระโปรง ของพยาบาลออกอย่างรวดเร็ว เหลือไว้เพียงชุดชั้นในลายลูกไม้

พยาบาลสาวคุกเข่าลง แล้วก็จัดการกับ แท่งเสียวอันใหญ่ทั้งสาม ที่ยื่นมาตรงหน้าเธอ พยาบาลสาว ใช้มือและปากจัดการกับแท่งเสียว ปลุกพวกมันให้ตื่นขึ้นจนโตเต็มที่ พยาบาลใช้ปากอมแท่งเสียวเข้าไป แล้วก็ใช้มือรูดขึ้นรู้ลงแท่งเสียว ทั้งซ้ายและขวาของชายหนุ่มอีกสองคน เธอเริ่มโยกหัวไว้ขึ้น เธออมเข้าไปตั้งแต่หัวจรดโคน เธออมและดูดมันแรงๆ จนชายหนุ่มทำหน้าเสียวและร้องซี๊ดออกมา ในขณะที่เธอกำลังอม

เธอก็ใช้ลิ้นวนที่หัวแท่งเสียวไปด้วยในปาก เธออมและเลียมันจนทั่ว หลังจากนั้น ก็ทำเหมือนกัน ให้กับชายหนุ่มอีกสองคน ใช้ปากทำไปได้สักพัก ชายหนุ่มคนหนึ่งก็จับเธอยืนขึ้นจากทางด้านหลัง แล้วก็ยัดแท่งเสียวของตัวเอง เสยเข้ามาในรู ของพยาบาลสาวจากทางด้านหลัง พอยัดเข้ามาได้ ชายหนุ่มก็เริ่มออกแรงที่เอว กระแทกและซอยรูของพยาบาลสาว อย่างสนุก พยาบาลสาวเริ่มครางออกมาเสียงดังด้วยความเสียว

เธอใช้มือชักขึ้นชักลง และใช้ปากทำให้กับชายหนุ่มอีกสองคน ขณะที่เธอ กำลังโดนกระแทกรูแบบฟินๆ ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า ก็จับหัวเธอ แล้วก็ยัดแท่งเสียวเข้าออกอย่างสนุก เขายัดมันเข้าไปลึกจนสุดโคน จนพยาบาลทำเสียงอ๊อกๆ ชายหนุ่มอีกคน ก็ใช้แท่งเสียวของตัวเอง ฟาดเข้าไปที่ปากและใบหน้าของพยาบาลสาวอย่างสนุก พยาบาลสาวได้แต่ร้องครางขอความเสียว แล้วก็ให้ชายหนุ่ม กระทำอย่างที่พวกเขาต้องการ

“โอ๊ย! ผัวข๋า เมียเสียว”

“ทำแรงๆ เลยจ๊ะ เมียชอบ โอ๊ย โอ๊ย โอีย”

“เสียวจัง อิ๊ มันมากๆ เอาอีกๆ อ๊า อ๊า เสียว!”

“อืมมม ผัวจ๋า ตีหน้าเมียทำไม ชอบหรอ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

“ตีมาอีกสิ ฟาดมาที่ปากเมียเลยค่ะ อ๊ะ อ๊ะ เสียว อิ๊ อิ๊”

“ผัวจ๋า ทำเมียแรงๆ เลย แรงอีก อ๊า! เสียว อ๊า อ๊า อ๊า”

ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าพยาบาลสาวสุดร่าน ทั้งสองหนุ่มก็ช่วยกัน ยัดแท่งเสียวเข้าออกปากของพยาบาลสาว แล้วก็ใช้มันฟาดปากเธออย่างสนุก ส่วนชายหนุ่มอีกคน ก็เริ่มกระแทกไวขึ้นและแรงขึ้น เขาจับก้นของเธอ แล้วก็กระแทกเข้ามาแรงๆ ถี่ๆ พร้อมกับเอามือตีและตบไปที่ก้นพยาบาลสาวอย่างเมามัน กระแทกไปได้สักพัก ชายหนุ่มก็ดึงแท่งเสียวออกจากรูของพยาบาลสาว แล้วก็บอกให้คนอื่นทำต่อ

ชายหนุ่มคนหนึ่งลงไปนอน แล้วก็บอกให้พยาบาลสาวมาทำ หลังจากที่นอนลงไป พยาบาลสาวก็ลงไปคร่อมบนตัวชายหนุ่ม ต่อจากนั้นก็จับแท่งเสียวอันใหญ่แล้วก็ยัดเข้ารูของเธอ พอเสียบมันเข้าไปได้ พยาบาลสาวก็เริ่มออกแรงโยกขึ้นโยกลง พร้อมกับครางออกมาด้วยความเสียว น้ำของเธอเริ่มไหลออกมามากขึ้น จนมันลื่นและฟินสุดๆ พยาบาลสาวทำหน้าเสียว ขณะที่กำลังโยกและชัก บวกกับอมแท่งเสียวให้กับชายหนุ่ม

คนที่นอนอยู่ก็จับเอวของเธอ แล้วก็ออกแรงกระแทกเข้ามาในรูของพยาบาลสาว ทำให้เธอ นั่งลงสุดไม่ได้ เพราะแรงกระแทกแล้วความเสียว ที่กำลังส่วนเข้ามาในรูของเธอ พยาบาลสาวทำได้แค่ร้องครางออกมา แล้วก็ใช้ปากกับมือ ยึดแท่งเสียวของชายหนุ่มอีกสองคนเอาไว้

“อิ๊ อิ๊ อิ๊ ผัวจ๋าเมียเสียว โอ๊ย! เสียว”

“ม ม ไม่ไหวแล้ว จ จะแตก อ๊า ของเมียจะแตกแล้ว”

“อิ๊ อิ๊ มันจะพุ่งออกมาแล้วนะ อ๊า อ๊า อ๊าาาาาา”

ขณะที่ชายหนุ่ม กำลังกระแทกแท่งเสียวขึ้นมา พยาบาลสาวก็ตัวเกร็ง หอยของเธอ บีบรัดแท่งเสียวของชายหนุ่มอย่างรุนแรง จนกระทั่ง เธอกระตุกแรงๆ อยู่หลายที แล้วก็มีน้ำพุ่งสวนออมาจากรูของเธอ ขณะที่แท่งเสียว กำลังเข้าออกอย่างรวดเร็ว น้ำของเธอนั้น พุ่งกระฉอกออกมา เลอะเต็มหน้าท้องของชายหนุ่ม เมื่อเขาเห็นเช่นนั้น ชายหนุ่มก็ออกแรงกระแทกเร็วและแรงขึ้น มันทำให้พยาบาลฟินสุดๆ เธอทำตาเหลือก

แล้วก็มองเพดาน ไม่นานนัก ชายหนุ่มที่นอนอยู่ ก็กระแทกขึ้นมาแรงๆ ครั้งสุดท้าย ยัดเข้าไปเต็มลำ ก่อนจะคาแท่งเสียวเอาไว้ในรูของพยาบาลสาว แล้วก็ปล่อยน้ำออกมาใส่รูของเธอ ชายหนุ่มนอนพักไม่นาน ก็ขยับตัวออก ชายอีกคนรีบเข้ามาด้านหลังเธอ แล้วก็ยัดแท่งเสียวเข้ามา เขากระแทกแรงๆ ด้วยความซะใจ เหมือนกำลังรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน หลังจากที่ทำท่าหมากับพยาบาลสาวอยู่นาน ชายหนุ่มก็จับตัวเธอ

พลิกกลับด้าน จับให้เธอนอนลงไปกับพื้น เขาถ่างขาเธอออกจนกว้าง ก่อนจะยกขาของพยาบาลสาวขึ้นเล็กน้อย แล้วก็ยัดแท่งเสียวเข้าไปในรูของเธอ เขาซอยแรงๆ ถี่ๆ จนพยาบาลนอนบิดไปบิดมา แล้วก็ครางออกมาด้วยความเสียว ที่กำลังกระหน่ำเข้าไปในรูของเธอ พยาบาลสาวหลับตาปี๋ ทำหน้าเหยเก พร้อมกับครางออกมาด้วยน้ำเสียงกระเส่า หลังจากที่โดนซอยแบบนั้นไปได้ซักพัก พยาบาลสาวก็ลืมตาขึ้นมา

เธอเห็นแท่งเสียว อันใหญ่สองอัน กำลังพลัดกันยัดเข้าออกปากของเธอ พอพยาบาลสาวมองไปที่หน้าของชายหนุ่ม เธอก็เห็นใบหน้าของชายหนุ่มนั้น ลายเป็นสัตว์ประหลาด หน้าตาน่ากลัว เธอร้องกรี๊ดออกมาเสียงดัง ชายหนุ่มทั้งสามเมื่อเห็นแบบนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขาคิดว่าพยาบาลสาวกำลังเสียวและฟินสุดๆ ชายหนุ่มยิ่งออกแรงกระแทกเข้ามาแรงๆ ส่วนอีกสองคน ก็ป้อนแท่งเสียวเข้าปากเธออย่างเมามัน

“ไม่นะ! อย่า อย่า!”

“ไม่มมมมม อย่าาาาา ไม่เอาาาาา อ้า!”

“ไม่! อย่านะ อ้า! อย่าาาาาา”

แม้พยาบาลสาวจะร้องออกมาเสียงดังขนาดไหน ชายหนุ่มทั้งสามก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พวกเขายังคงมอบความเสียวให้เธอต่อ ส่วนพยาบาลนั้น ก็ยังคงเห็นภาพสัตว์ประหลาดน่ากลัว ที่กำลังล้อมรอบตัวเธออยู่ หลังจากที่กรีดร้องอยู่นาน พยาบาลสาวก็ช็อกแล้วก็หมดสติไป พวกชายหนุ่มก็ยังคงเอาไม่หยุด พวกเขาคิดว่า พยาบาลคงเหนื่อยแล้วก็หลับไป พวกเขาไม่ได้เอะใจ ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพยาบาล ไม่นานนัก

พวกชายหนุ่มก็ทำกันจนเสร็จ เขาปลุกและเรียกพยาบาล แต่เธอก็นอนหลับและไม่ยอมตื่น พวกเขาจึงปล่อยเธอไว้ ในสภาพที่เปลือยกายนอนหมดสภาพ หลังจากที่ชายหนุ่มทั้งสามออกไปแล้ว ก็มีหญิงสาวคนหนึ่ง ใส่รองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาจากมุมมืด เธอมองไปที่ร่างของพยาบาลสาว ที่กำลังนอนหมดสภาพ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ และน้ำแห่งความสุขของชายหนุ่ม เธอมอง แล้วก็หยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาจด

“ตัวอย่างที่ 17 โมเดลที่ 2”

“ทดลองกับเพศหญิง อายุ 27 ปี”

“ออกฤทธิ์เร็ว แต่มีผลข้างเคียง”

“ใช้เวลา 5 นาที ถึงออกฤทธิ์”

“หลังจากนั้น 1 ชั่วโมง เริ่มมีผลข้างเคียง”

“ความเสถียรกลางๆ”

“เห้อ! อีกนิดสินะ”

“คงใกล้แล้วล่ะ”

“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือนะคะ”

หลังจากพูดจบ ผู้หญิงคนนั้นก็เดินออกไปจากห้องเอการ เธอเดินกลับออกไปที่ทางเดิน ตรงไปเคาน์เตอร์ของตึกผู้ป่วย ที่มีพวกพยาบาลกำลังนั่งทำงานกันอยู่ หลังจากเดินไปถึง เธอก็ยื่นเอกสารให้กับ พยาบาลพวกนั้น

“อันนี้เอกสารของคนไข้ค่ะ”

“ค่ะ”

“เหนื่อยไหมคะเนี่ย หมอเพียง” พยาบาลคนหนึ่งพูดขึ้น

“ใช่ คุณหมอทำงานไม่หยุดเลย” พยาบาลที่นั่งข้างๆ คน ก็พูดขึ้นมา

“ไม่หรอกค่ะ ได้พักซักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น” หมอเพียงตอบ พร้อมกับส่งยิ้มให้พวกเธอ

“มานั่งพักก่อนสิคะ เดี๋ยวนู๋ไปเอาน้ำให้ดื่ม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันมีแล้ว” หมอเพียงหยิบขวดน้ำในมือขึ้นมาเปิด แล้วก็ดื่ม

หลังจากดื่มน้ำเสร็จ หมอเพียงก็เดินจากไป พยาบาลคนหนึ่งที่กำลังนั่งทำงานอยู่ ก็บิดขี้เกียจ แล้วก็ลุกขึ้นมา

“ฉันก็พักบ้างดีกว่า หิวน้ำจัง”

เธอเดินออกมา แล้วก็หยิบแก้วน้ำของพยาบาลสาว ที่แต่งหน้าในตอนแรก เธอได้วางทิ้งไว้ พยาบาลคนนั้นหยิบมัน แล้วก็เดินไปที่ตู้กดน้ำด้านหน้าเคาน์เตอร์ เธอยื่นแก้วออกไป แล้วก็กดน้ำใส่แก้ว

“นั้นมันแก้วของ พยาบาลอิง หนิ”

“อืมใช่ทำไมหรอ” พยาบาลคนนั้นตอบออกมา ก่อนจะยกแก้วแล้วดื่มน้ำลงไป

“ไม่กลัวติดโรคไง ใครก็พูดถึงเธอบ่อยๆ”

“พูดว่าอะไรหรอ” พยาบาลที่ดื่มน้ำถาม

“ก็เธอมั่วซะขนาดนั้น”

“ระวังเหอะ เดี๋ยวก็ติดโรคสาวร่านจากเธอหรอก”

“โรคนี้มันติดง่ายขนาดนั้นเลยหรอ ฮ่าๆ” พยาบาลที่ดื่มน้ำพูดออกมา

“หรือไม่ก็มียาพิษ เธอไม่กลัวไง”

“อืม ใช่ๆ ฉันเคยดูในหนัง ถ้ามีใครวางยาพิษในแก้วน้ำจะทำไง”

“พวกเธอเนี่ยนะ ใครเขาจะมาวางยาพิษในโรบาลบ้า”

“แค่นี้ ยังบ้ากันไม่พอไง” พยาบาลที่ดื่มน้ำ เธอหัวเราะออกมาเสียงดัง

หลังจากนั้น พยาบาลสาวก็กดน้ำให้เต็มอีกครั้ง ต่อจากนั้นก็เดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์ ที่มีเพื่อนๆ พยาบาลของเธอนั่งอยู่ 4 คน พอเดินมาถึงเธอก็กระดกแก้ว แล้วก็ดื่มน้ำเข้าไปหลายอึก

“อ๊า! สดชื่น” พยาบาลสาว ยกแก้วโชว์เพื่อนๆ พยาบาล แล้วก็ยิ้มออกมา ด้วยสีหน้าที่สดใส

บทที่11 ความเสียวคือ…นิรันดร์

เพราะความบ้าคลั่ง ถึงทำให้คนเรา ก้าวไปข้างหน้า เพราะมีคนกล้าทำเรื่องบ้าๆ ถึงแม้ใครจะบอกว่าบ้า จึงทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา จริงๆ แล้วโลกใบนี้ ขับเคลื่อนด้วยความบ้า เพราะความบ้าคลั่งของมนุษย์ เราถึงได้เห็นและมีสิ่งใหม่ ถูกพัฒนา เพื่อนำมาใช้เพื่อความสะดวก เพราะฉะนั้น จงเป็นบ้าซะ เป็นบ้ากันให้หมด ตราบใดที่ยังมี… ลมหายใจ

ณ ปัจจุุบัน ในตอนนี้ ที่ฟินาเล่ เริ่มเกิดเหตุการณ์แปลกๆ หมอ พยาบาล และคนไข้ต่างๆ หลายคน พวกเขาพากันเห็นภาพหลอน ผู้คนมากมายต่างเห็นคนรอบข้าง กลายเป็นสัตว์ประหลาดไปหมด ทำให้เกิดความวุ่นวายเป็นอย่างมาก จากปกติ ที่จะหาคนมีสติดีๆ ก็ยากอยู่แล้ว ตอนนี้เหมือนทั้งโรงพยาบาล มีแต่คนบ้าเต็มไปหมด หมอและพยาบาล กลับกลายเป็นคนไข้ซะเอง ทำให้เกิดความโกลาหลมากมาย จนเกินจะควบคุม

“เอาไงดีคะ พ.อ.” หมอแก้ว ถาม พ.อ. กิ่ง ขณะที่ยืนมองกันอยู่หลังลูกกรง ตรงประตูทางเข้า หอผู้ป่วย

“เรียกทุกคนที่ยังมีสติ กลับมาให้หมด”

“ปล่อยพวกคน ที่จิตหลุดไปก่อน”

“เอาคนที่มีสติกลับมา แล้ววางแผนกัน”

“ประกาศฉุกเฉิน ขอให้ทุกคนที่ยังมีสติ กลับมายังตึกรับรองด้านหน้า ด่วน ย้ำ! ด่วน!” เสียงประกาศออกลำโพงดังขึ้น

เหล่าผู้คน ที่ยังติดอยู่ในตึกผู้ป่วย ทุกคนต่างวิ่งหนีตาย แบบไม่คิดชีวิต มีแค่หมอกับพยาบาลเท่านั้นที่วิ่งออกมา ส่วนคนไข้ต่างๆ พวกเขาจำใจต้องทิ้งเอาไว้ เพราะพวกเขาไม่รู้เลยว่า คนไหนบ้าแบบสุจริต หรือแบบเพราะเกิดจากเหตุการณ์แปลกๆ นี้ บางคนที่ติดอยู่ข้างในออกมาไม่ได้ พวกเขาก็รวมตัวกัน ช่วยเหลือทำที่กำบัง กันพวกคนสติหลุดไม่ให้เข้ามา บางคนก็ซ่อนตัว ไม่ว่าคนไข้หรือหมอ คนที่กลัวสุดขีด

และวิ่งไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ไม่ทัน พวกเขาก็แยกตัว แล้วไปซ่อนตามที่ต่างๆ ที่คิดว่าปลอดภัย ส่วนพวกคนที่สติหลุด พวกเขาก็ถืออาวุธ ไม่ว่าจะเป็นแท่งเหล็ก มีดผ่าตัด เลื่อยตัดเฝือก และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเอามาใช้ทำร้ายคนอื่น เพราะพวกเขาเห็นภาพหลอน คนที่ยังอยู่และปลอดภัย พวกเขาไปรวมตัวกันอยู่ที่ ชั้น 5 ของตึกผู้ป่วย บนนั้น สามารถมองลงมาเห็นชัดเจน แถมมีทางเข้าออก เพียงแค่ทางเดียวเท่านั้น

ไม่มีบันไดหนีไฟ หรือทางออกอื่น ในตอนนี้เริ่มมีตำรวจ และเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ แต่ทว่าจำนวนของคนที่สติหลุดนั้น มันช่างมากเหลือเกิน พ.อ. กิ่ง บอกว่า จะยังไงก็แล้วแต่ พยายามจับเป็น เพราะเธอต้องการ ตรวจร่างกาย หาสาเหตุจากพวกคนเหล่านั้น ตำรวจและเจ้าหน้าที่ต่างๆ พวกเขาเตรียมตัว พร้อมที่จะเข้าไป รวมไปถึงบุรุษพยาบาล ที่ยังมีสติหลายคน หมอแก้ว บอก พ.อ. ว่า เธออยากเข้าไปด้วย

แต่ พ.อ. ก็ปฏิเสธเสียงแข็งด้วยความโมโห พร้อมกับขอร้องหมอแก้ว ว่าอย่าเข้าไปเลย ถึงแม้จะอยากเข้าไปเพียงใด แต่เมื่อ หมอแก้ว เห็นสภาพของ พ.อ. ที่กำลังล้มตัวคุกเข่า และร้องไห้ออกมา หมอแก้วจึงจำใจ และบอกกับ พ.อ. ไปว่า เธอจะไม่เข้าไปที่นั่น ไม่นานนัก ก็มีเสียงระเบิดดังสนั่น ออกมาจากตึกผู้ป่วยด้านใน เปลวไฟสีแดงเพลิงลุกโชนขึ้น ทุกคนตกใจกับเสียงระเบิด หมอแก้ว จึงพา พ.อ. กิ่ง กลับไปพัก

ยังห้องทำงานของเธอ พอไปถึง ทั้งคู่ ก็ซัดหล้าเข้าปากด้วยความกระหาย พ.อ. กิ่งหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ ส่วนหมอแก้วนั้น ก็นั่งคิดถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น พวกเธอปรึกษากัน พูดถึงความน่าจะเป็น วิเคราะห์สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้

“พ.อ. คิดว่าไงคะ” หมอแก้วถาม พ.อ. ด้วยสีหน้าที่ตรึงเครียด

“ไม่ รู้ สิ” พ.อ. กิ่ง ตอบออกมาพร้อมกับส่ายหน้า

“มันเหมือน การแพร่ระบาด” หมอแก้ว เดินไปพูดไป

“และถ้าจะให้ได้ผล บวกกับเป็นวงกว้างแบบนี้”

“มันต้องเป็นอะไร ที่ไม่ใช่การฉีดเข้าตัว หรือจะเป็นอากาศ”

“ไม่สิ! เพราะทุกคน ต้องสูดอากาศหายใจ”

“กินงั้นหรอ ใช่! ใช่แน่ๆ ต้องเป็นการกินแน่นอน”

“แต่… กินอะไรล่ะ?”

“น้ำ…? น้ำ! ต้องเป็นน้ำแน่ๆ”

“คนไข้กินยาต้องกินน้ำ”

“น้ำคือสิ่งที่ทุกคน กินบ่อยที่สุด”

“แถมคนที่สติแตกหรือติดเชื่อ ก็มีแค่คนที่ทำงานตอนเช้า”

“หมอหรือพยาบาลที่ทำกะกลางคืน ถึงยังไม่ติดเชื่อ”

“มันเป็นช่วงเวลาเดียวกับ ที่หมอเพียงทำงาน

“ต้องใช่แน่ๆ”

“พ.อ. คะ ฉันคิดออกแล้ว”

พ.อ. ถามหมอแก้วว่า มั่นใจขนาดนั้นเลยหรอ หมอแก้วอธิบายให้ พ.อ. เข้าใจ ถึงความน่าจะเป็น ที่ทุกคนสติแตกกันหมด แล้วต้นต่อทั้งหมด ก็มาจากหมอเพียง ทุกอย่างเริ่มประติดประต่อ และมีความเป็นไปได้ที่สูงมากๆ หมอแก้วจึงไปที่ห้องวงจรปิด แล้วก็ดูพฤติกรรมของหมอเพียง เขาเห็นเธอ เดินไปที่แท้งน้ำ เธอทำท่าเหมือนจะดื่มน้ำ แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ เธอใช้เข็มฉีดอะไรบางอย่าง เข้าไปในแท้งน้ำ แถมหันมายิ้มให้กล้องด้วย

“เป็นฝีมือของหมอเพียง จริงๆ สินะ” พ.อ. พูดขึ้นมาพร้อมกับถอนหายใจ ขณะที่กำลังยืน ดูภาพจากกล้องวงจรปิด กับหมอแก้ว

“แล้วทำไม เธอกับฉันถึงไม่ติดเชื้อล่ะ” พ.อ. หันมาถามหมอแก้ว

“ทั้งๆ ที่ ทำงานกะเดียวกับ หมอเพียง”

“ฉันมี ขวดน้ำส่วนตัวค่ะ” หมอแก้วตอบ พ.อ. ขณะที่เธอกำลั่งยุ่งกับการดูภาพจากกล้องวงจรปิด

“ฉันจะกดน้ำ เข้าไปกินตลอด จากหอนอน”

“ส่วน พ.อ. ฉันคิดว่า คงไม่ได้ดื่มน้ำ พวกนั้นเข้าไปหรอกค่ะ”

“หึ! ทำไมล่ะ” พ.อ. หันมาถามหมอแก้ว ด้วยสีหน้างงงวย

“ก็วันๆ ฉันเห็นแต่ พ.อ. กระดกเหล้า”

“คงไม่แปลกหรอกค่ะ”

“ฮ่าๆๆ” พ.อ. หัวเราะก๊ากออกมา

หลังจากได้ข้อสรุป พ.อ. ก็ออกไปบอกทุกคน ว่าอย่าพึ่งกินน้ำ เดี๋ยวเธอจะสั่งน้ำเข้ามาใหม่ ตอนนี้ให้ทุกคนอดทนรอไปก่อน แต่ถ้าไม่ไหว ก็สามารถกินเหล้าของเธอแทนได้ ทุกคนดูแตกตื่น แถมมีบางคนหัวเราะออกมาเบาๆ และแล้ว เหล่าบุรุษพยาบาล ตำรวจ เจ้าหน้าที่ต่างๆ ก็เปิดประตูรั้ว แล้วก็พากันเดินเข้าไปข้างใน หอผู้ป่วย เพื่อช่วยเหลือทุกคน ขณะที่พวกเขากำลังเดินเข้าไปนั้น พอผ่านสนามหญ้าข้างหน้าตึกไปได้ซักพัก

ก็มี ผู้ป่วยคลุ้มคลั่ง วิ่งเข้าใส่พวกเข้า พร้อมอาวุธอันตรายที่ถือในมือ ตำรวจยิงยาสลบใส่คน ที่สติแตกพวกนั้น ใช้เวลาไม่ถึง 5 วินาที หลังจากกระหน่ำยิงเข้าไป พวกคนที่กำลังคลุ้มคลั่งก็หมดสติ เจ้าหน้าที่ทั้งหมด ค่อยๆ เดินเข้าไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายมากไปกว่านี้ และแล้ว พวกเขาก็เข้ามาในตึกผู้ป่วย ภายในนั้น มีเสียงร้องโหยหวน ตามมาด้วยเสียง เหล็ก ที่ฟาดไปฟาดมากับ กำแพงและประตู ของกระจัดกระจาย

และเต็มไปด้วยคราบเลือด พอเจ้าหน้าที่ขึ้นไปชั้นสองของตึก พวกเขาก็ต้องวิ่งหนีสุดขีด เพราะมีคนสติแตกเต็มไปหมด เมื่อพวกนั้นเห็นเหล่าเจ้าหน้าที่ พวกมัน ก็วิ่งใส่ความเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอาวุธที่ถืออยู่ในมือ เจ้าหน้าที่ต่างพากันยิงสกัด แต่มันก็ไม่ค่อยช่วยอะไรเท่าไหร่ แถมทำให้พวกเขา เคลื่อนตัวช้าอีกด้วย เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจ วิ่งขึ้นไป ชั้น 5 ให้เร็วที่สุด เพื่อไปสมทบกับผู้รอดชีวิต ข้างบนที่หลบอยู่ในห้อง

หลังจากที่ เจ้าหน้าที่เข้าไปด้านใน ได้นานพอสมควร หมอแก้ว ก็แอบเข้าไปในห้อง พ.อ. แล้วก็ขโมยปืนออกไป เธอขึ้นไปยังชั้น 2 ของหอพัก แล้วก็กระโดดลงไป ข้ามลูกกรง เพื่อที่จะเข้าไปยังตึกชั้นใน หลังจากกระโดดลงไปได้ หมอแก้ว ก็รีบวิ่งๆๆๆ วิ่งแบบไม่คิดชีวิต เพื่อเข้าไปยังตึกด้านใน เธอวิ่งไปแบบมีจุดหมาย เธอรู้ว่า หมอเพียงอยู่ที่ไหน หมอแก้ว ค่อยๆ แอบ และคลาน เธอต้องผ่านกลุ่มคนเสียสติ มากมาย

ยิ่งเป็นคนไข้ที่น่าเป็นห่วงอยู่แล้วตอนแรก เมื่อได้รับเชื้อเข้าไป มันจะทำให้คนไข้เหล่านั้น บ้ามากขึ้นไปอีก เมื่อไม่มีหมอและพยาบาลดูแล คนไข้บางคน ก็ใช้ช่วงเวลานี้ ทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ บางคนรู้สึกไม่ดีกับ บุรุษพยาบาล ที่ตัวเองโดนกลั่นแกล้ง คนไข้เหล่านั้น ก็จับ บุรุษพยาบาล หมอ แล้วก็พยาบาล มัดห้อยไว้ แล้วก็รุมทำร้าย ทรมานพวกเขาอย่างซะใจ บางคนที่แอบชอบ หมอหรือพยาบาลสาว

พวกเขา ก็ฉุด แล้วก็ลาก พยาบาลสาวกับหมอสวยๆ หน้าตาดี ไปข่มขืน คนไข้บางคนถึงขั้นเอากับศพ พยาบาลสาวที่ตายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ร่างไร้วิญญาณ คนไข้สาวบางคน ที่อดอยากปากแห้ง พวกเธอ ก็ไปหาคนไข้ชายหนุ่ม ที่ตัวเองต้องการ พวกเธอชวนให้คนไข้ชายพวกนั้นมามีอะไรด้วย หมอแก้วเห็นหมดทุกอย่าง ระหว่างที่กำลัง มุ่งหน้าไปหาหมอเพียง และแล้ว หมอแก้วก็มาถึง ตึกผู้ป่วยชั้นใน ทางไปคุกใต้ดินใหม่

เสียงเหล็กลากกับพื้น ลากมาเรื่อยๆ จากด้านขวา ทางไปคุกใต้ดินใหม่ และแล้ว ก็มีร่างผู้หญิงผมบาง ปรากฏขึ้นหลังจากที่ ผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านพ้นกำแพงออกมา หมอแก้ว ยืนประจันหน้ากับคนไข้ผู้หญิง ที่มีเหล็กแท่งใหญ่อยู่ในมือ เธอเอียงคอแล้วมองหมอแก้ว

“ส วัส ดี คุณ หมอออ” คนไข้ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้น หลังจากเธอเห็นหมอแก้ว ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ อยู่เบื้อหน้าตัวเอง

“หา อะ ไร อยู่ หรอค่ะ” คนไข้ผู้หญิง พูดกับหมอแก้ว พร้อมกับ ค่อยๆ ก้าวเข้ามาหาเธออย่างช้าๆ

หมอแก้วหันไปมองด้านหลัง เพื่อที่จะถอยแล้วหนีไปก่อน แต่เธอก็ต้องคิดหนัก เพราะมี คนไข้ผู้หญิงอีกคน ถือแท่งเหล็กอันใหญ่อยู่ในมือ แถมตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเธออีกด้วย

“ทำไม ไม่ตอบฉันล่ะคะหมอ” คนไข้หญิงที่อยู่หน้าหมอแก้ว เธอถามขึ้น

“คุณหมอข๋า! คุณหมอออออ” หลังจากพูดจบ เธอก็พุ่งเข้าใส่หมอแก้ว

หมอแก้ว ถอยหลังหนึ่งก้าว แล้วเบี่ยงหลบไปทางซ้ายอย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะหลบพ้น แต่ก็ยัง มีคนไข้หญิงอีกคน พุ่งมาทำร้ายจากด้านหลัง หมอแก้ว หันตัวกลับมา แล้วม้วนหลังอย่างรวดเร็ว หลบแท่งเหล็กที่โจมตีมา ได้อย่างหวุดหวิด ในระหว่างที่กำลัง หลบการโจมตี้ของคนไข้สาว ทั้งสองคนอยู่นั้น หมอแก้ว ก็สังเกตเห็นว่า คนไข้หญิงที่โจมตีเธอจากด้านหลังตอนแรก มีแต่พละกำลัง ไม่ค่อยมีสติหรือความคิดมากเท่าไหร่

หมอแก้ว จึงวิ่งเข้าไปประชิดตัวคนไข้หญิง ที่ประจันหน้ากับเธอตอนแรก หมอแก้ววิ่งเข้าไป แล้วเข้าปะทะกับเธอ หมอแก้ว ใช้มือขวาจับไปที่ไหลของคนไข้หญิง ส่วนอีกมือก็จับแท่งเหล็กเอาไว้ เพื่อไม่ให้คนไข้หญิง ใช้เป็นอาวุธทำร้ายตัวเองได้ คนไข้หญิงอีกคน พุ่งตัวมาจากด้านหลังด้วยความเร็ว เธอออกแรง ยกแท่งเหล็กขึ้นสูง หมอแก้วใช้สัญชาตญาณ พุ่งตัวหลบไปด้านขวา แท่งเหล็กที่คนไข้หญิงนั้นถือ

ฟาดหัวเข้าเต็มแรงคนไข้หญิงอีกคน จนทำให้เธอหมดสติ ลงไปนอนอาบเลือดบนพื้น เมื่อคนไข้หญิงที่พุ่งมาเห็นแบบนั้น เธอจึงสติแตกไม่ทันระวังตัว หมอแก้วใช้จังหวะนี้ ลุกขึ้นและรีบวิ่งเข้าไป ผลักเธอไปข้างหน้าจนตกระเบียง หลังจากที่จัดการคนไข้หญิงทั้งสองได้ หมอแก้ว ก็เดินหน้าต่อ ไปยังคุกใต้ดินใหม่ เพราะเธอคิดว่า หมอเพียงต้องอยู่ในนั้นแน่ๆ เธอเดินทางเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาถึงคุกใต้ดินใหม่ ที่เธอเคยมา

ข้างล่างนี้ ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายอะไรเกิดขึ้น คนไข้ทุกคน ยังถูกขังอยู่ในห้องกระจกเหมือนเดิม หมอแก้วโล่งใจมากๆ เพราะระหว่างทางที่มา เธอคิดว่า หากคนไข้ที่นี่ ถูกปล่อยตัวออกมา เธอคงจะลำบากแน่ๆ หมอแก้วมองไปรอบๆ เธอเดินตรงเข้าไป มันเป็นกำแพงป่าว รอบๆ ในคุกใต้ดินนั้น ไม่มีส่งไหน ที่จะบ่งบอกได้เลยว่า มีประตูทางเข้าไปอีก หมอแก้วดูเหมือนจะหมดหวังเพราะเหนื่อยฟรี แต่แล้ว… เธอก็สังเกตเห็น

พื้นที่เธอกำลังเหยียบอยู่นั้น มันเหมือนมีใครเดินมาตรงนี้แล้วเหยียบบ่อยๆ ซึ่งพอมองไปที่พื้นอื่นๆ รอบๆ ในคุกใต้ดิน ก็ไม่ค่อยเห็นรอบเหยียบ หรือรอยถลอก หมอแก้ว จึงค่อยๆ ใช้เท้า เหยียบลงไปบนพื้นแถวๆ นั้น หลังเหยียบไปได้ซักพัก เธอก็ได้ยินเหมือนกำแพงกำลังเคลื่อนตัว ไม่นานนัก ก็ปรากฏประตูเหล็กบานใหญ่สีดำ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดและเดินเข้าไป หลังประตูบานใหญ่นั้น มันเป็นห้องกว้างขนาดใหญ่

เมื่อเดินตรงเข้าไปได้ซักพัก เธอก็เห็น ตู้กระจกขนาดใหญ่ ที่ใส่ร่างมนุษย์เอาไว้ทั้งชายและหญิง พวกเขาถูกแช่อยู่ในน้ำ ไร้ซึ่งสติแต่ยังมีชีพจรอยู่ ภายในที่แห่งนี้ อากาศเย็นยะเยือก ถึงจะตกใจ แต่หมอแก้ว ก็ยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง เธอเริ่มเห็นใครบาง กำลังยืนอยู่ไกลๆ ทำอะไรซักอย่าง กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดยักษ์ เมื่อเข้าใกล้และมองดีๆ เธอจึงรู้ว่า นั้นคือ หมอเพียง คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด

“Welcome! หมอแก้ว… มาถึงจนได้สินะ” หมอเพียงพูดขึ้นมา ขณะที่เธอกำลังกดเจ้า คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่

“เป็นเธอจริงๆ ด้วย” หมอแก้วตะโกนบอกหมอเพียง

“คนที่อยู่เบื้องหลัง เรื่องเฮงซวยทั้งหลาย”

“ถึงจะเห็นหน้าไม่ชัด แต่ฉันก็จำเธอได้”

“เธอคือคนที่ฉัน เห็นที่คุกใต้ดิน”

“แม๋ๆ แม๋! เก่งจริงๆ ต้องขอชม” หมอเพียง หันมาพูดกับหมอแก้ว พร้อมกับ ปรบมือให้เธอ

“แต่… เธอจะทำอะไรฉันล่ะ”

“ไหน ลองบอกแผนของเธอมาสิ”

“ว่าเธอ… จะทำอะไรฉันต่อ”

สิ้นเสียงพูดของหมอเพียง หมอแก้ว ก็กระเด็นไปไกลถึง 10 ฟุต ด้วยแรงตบมหาศาลอันรวดเร็ว ที่เข้ามาปะทะใบหน้าของเธอ

“ไหนมาแล้ว ฉันขอใช้เธอ ให้เป็นประโยชน์หน่อยแล้วกัน” หมอเพียง เดินเข้ามาหาหมอแก้ว แล้วก็ยิ้มแบบชั่วร้าย

ในตอนนี้ หมอแก้วไม่มีแรงที่จะพูดหรือขัดขืน เธอแทบจะหมดแรงอยู่แล้ว ก่อนที่จะมาถึงที่นี้ หมอเพียง ใช้มือซ้ายจับไปที่แขนของหมอแก้ว แล้วก็ลากตัวเธอ เดินไปยังเตียง หลังจากนั้น ก็ยกเธอขึ้น ปล่อยให้เธอนอนลงไปบนเตียงที่เตรียมไว้ พอหมอเพียง ทิ้งตัวหมอแก้วลงบนเตียง เธอก็ล็อกแขนและขาของเธอ ก่อนจะเดินไปที่ชั้น หยิบกล่องปริศนาออกมา เธอปลดล็อกมัน แล้วก็หยิบเข็มฉีดยาแท่งใหญ่ขึ้นมา

เธอเดินไปหาหมอแก้ว ที่กำลังนอนหายใจอย่างโรยราอยู่บนเตียง พอไปถึงหมอเพียง ก็ใช้เข็มฉีดยาในมือที่ถือมา ฉีดเข้าไปที่แขนของหมอแก้ว ไม่นานนัก หมอแก้วก็ชักแล้วก็ตาเหลือก นั้นเป็นยาตัวเดียว กับที่หมอเพียง ฉีดเข้าแท้งน้ำ เพื่อให้คนอื่นๆ ดื่ม หมอแก้วเริ่มหอบแรงขึ้น

“เธออยากรู้ไหมหมอแก้ว ว่าฉันคืออะไร”

“แล้วทำไม ฉันถึงต้องทำแบบนี้”

“เมื่อ 20 ปี ที่แล้ว ฉันค้นคว้า เพื่อหาเซรุ่ม”

“ที่จะทำให้คน ไม่เจ็บ ไม่แก่ แล้วก็ไม่ตาย”

“แต่คนที่ให้ฉันทำ มันเป็นพวกมีอิทธิพล”

“นายของพวกมัน ไม่อยากตายเพราะโรคร้าย”

“มันจึงให้ฉัน ทำการค้นคว้า”

“และแล้ว มันก็สำเร็จ ฉันดีใจมากๆ แต่…”

“มันอยากเก็บเอาไว้คนเดียว เลยสั่งคนมาฆ่าฉัน”

“ฉันจึง ฉีดเซรุ่มเข้าตัวเอง แล้วก็ไล่ฆ่าพวกมันจะหมด”

“จนไม่เหลือ…”

“ใคร”

“ซักคน”

หมอเพียง พูดกับหมอแก้ว ขณะที่เธอ กำลังตั้งใจกดคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ตรงหน้า หมอเพียงบอกว่า นั่นมันแค่จุดเริ่มต้น จริงๆ เซรุ่มที่ได้มานั้น มันมาจากการสังเคราะห์ ที่ได้จากคนที่ช่วยตัวเอง เราได้สารแห่งความสุข หลังจากที่ผู้คนเหล่านั้น ช่วยตัวเองจนเสร็จ เราจึงนำมาพัฒนาและทำเป็นเซรุ่ม เพราะสารที่ออกมา ตอนที่ตัวเองกำลังฟิน และขึ้นสวรรค์นั้น มันช่วยชะลอความแก่ได้ ทำให้หน้าดูเด็กลง หมอเพียงบอกว่า

เธอจึงใช้คนจำนวนมาก ทั้งชายและหญิง ให้มามีอะไรกัน รวมไปถึงช่วยตัวเอง แบบไม่มีพักและหยุด หากใครเหนื่อย ก็จะให้ยาเพิ่มความต้องการ แล้วก็ให้เอากันต่อ หลังจากนั้นก็ดูดสารพวกนั้น ตอนมันกำลังออกมาจากร่างกายของ ผู้คนที่กำลังช่วยตัวเองและมีเซ็ก เธอบอกหมอแก้วว่า เธอรู้อะไรไหม ว่ามีคนต้องขาดใจตายเพราะมีเซ็กและช่วยตัวเองกี่แสนคน ถึงจะได้ เซรุ่มมาหนึ่งเข็ม หลังจากพูดจบ หมอเพียงก็หัวเราะ

หมอเพียงยังบอกอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้ เธอพึ่งคิดอะไรดีๆ ออก หากน้ำความฟินจากเซ็ก มารวมกับความกลัว ที่ได้จาก อะดรีนาลีน ตอนที่คนกำลังหวาดกลัว มันจะทำให้คนที่ได้เซรุ่มเข้าไป กลายเป็นยอดมนุษย์เลยแหละ เก่งและว่องไว มีพละกำลัง มากกว่าที่เป็นฉันอยู่ณตอนนี้ ถึงแม่จะใกล้เคียงคำว่าอมตะ แต่ฉันขอใช้คำว่านิรันดร์แล้วกัน ไม่ว่าจะมีบาดแผล ก็สามารถฟื้นตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ไม่เจ็บ ไม่แก่ ไม่ตาย

หากไม่ตายโง่ๆ อะนะ แล้วหมอเพียง ก็หันไปยิ้มให้กับหมอแก้ว เธอลูบหัวหมอแก้วเบาๆ แล้วก็มองหน้าเธอ พร้อมกับบอกหมอแก้วว่า

“จุ๊ๆ ไม่ต้องกลัวนะ”

“ฉันสัญญา ว่าจะใช้ร่างกายของเธอ”

“ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด”

“ตอนนี้ เธอได้รับสาร ที่ทำให้เธอกลัวสุดขีด”

“เหลือเพียงแค่เสียวเท่านั้น”

“เพราะฉะนั้น…”

“เรามาเสียวกันเถอะ”

“ไม่น๊าาาา” หมอแก้ว กรีดร้องออกมาเสียงดังลั่นห้อง

“อ๊า!”

ใครว่าตาย แล้วจะไม่ได้…เกิดใหม่

ย้อนไป เมื่อสี่สิบกว่าปี หมอเพียง ได้คิดค้นและพัฒนาเซรุ่ม ที่จะช่วยรักษาโรคร้าย รวมไปถึงทำให้ ผู้ที่ได้รับยาตัวนี้มีชีวิตยืนยาวและมีพละกำลังมหาศาล หลังจากใช้เวลาอยู่แรมปี เธอก็สามารถทำเซรุ่มได้สำเร็จ หลังจากนั้น ก็นำมันไปฉีดให้กับคน ที่ขอให้เธอช่วยคิดค้น เขาเป็นชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในช่วงนั้น ชายแก่ อายุ 60 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็ง กำลังใกล้จะตายอยู่รอมร่อ แถมเซรุ่มนั้น ก็ยังไม่ได้ทดลองกับใคร

“ท่านคะ พร้อมไหม ฉันจะฉีดมันเข้าไปแล้วนะ” หมอเพียง ยืนถามชายแก่ข้างๆ เตียง ที่กำลังนอนหายใจพะงาบๆ

“เอา… เลย” ชายแก่ ตอบออกมา ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

“เป็นไงบ้างคะ รู้สึกยังไงบ้าง” หมอเพียง ถามชายแก่ หลังจากที่ฉีดเซรุ่มเข้าไป

ชายแก่ เริ่มมีอาการชักและกระตุก เขานอนชักอยู่บนเตียงอย่างรุนแรง ร่างกายของเขาบิดไปมา เหมือนคนกำลังขาดใจตาย เสียงกระดูกดังก๊อบแก๊บ ไม่นานนักหลังจากอาการกระตุกและชัก ชายแก่ก็หมดสติลง ผ่านไป 1 นาที หลังจากได้รับเซรุ่มเข้าไป ชายแก่ก็ลืมตาตื่นขึ้น เพียงไม่ถึง 10 นาที ร่างกายของเขา ก็กลับมามีชีวิตชีวา ดูหนุ่มขึ้น ร่างกายแข็งแรง กล้ามใหญ่เป็นมัดๆ เขาดื่มด่ำกับช่วงเวลานั้น เหมือนได้เกิดใหม่

ชายแก่ลุกขึ้นมาจากเตียง เขาบิดไปบิดมาด้วยความสดชื่น เขาหันมาขอบคุณหมอเพียง เธอยิ้มรับคำขอบคุณ แต่หลังจากนั้น ชายแก่ ก็เข้าจู่โจมเธอ เขาใช้มือทั้งสองข้าง จับไปที่ไหลของหมอเพียง แล้วก็ดันเธอ กดลงไปกับโต๊ะทำงาน

“ท่านคะ จะทำอะไรน่ะ” หมอเพียง ถามด้วยสีหน้าที่นิ่งเฉย

“เธอรู้ไหม ว่ามันรู้สึกดีแค่ไหน” ชายแก่ พูดกับหมอเพียง ด้วยสีหน้าที่ซะใจ

“มันเหมือน ได้เกิดใหม่”

“ได้กลับมา กระชุ่มกระชวยอีกครั้ง”

“ถึงแม้จะอยากทำแค่ไหน แต่ร่างกายในตอนนั้น”

“มันก็ไม่สามารถ ทำตามอยาก ที่ใจต้องการได้”

“นานมากแล้ว ที่ฉันไม่ได้สัมผัส ความสาว และความเสียว จากหญิงสาว”

“อย่านะคะ ไม่เอา อ๊า!” หมอเพียง บอกกับชายแก่พร้อมกับขัดขืน

ถึงแม้จะออกมาแรงมากเพียงใด แต่หมอเพียง ก็มิอาจสู้แรงชายแก่ ที่ได้รับเซรุ่มและมีพลังมหาศาล หลังจากที่ชายแก่ กดหมอเพียงลงไปกับโต๊ะทำงาน เขาก็ฉีกกระชาก เสื้อผ้าของหมอเพียงออก ทั้งข้างบนและข้างล่าง จนเนื้อตัวของหมอเพียง เหลือเพียงถุงน่องสีดำ ชายแก่ยกขาหมอเพียงขึ้น พร้อมกับอ้าขาเธอออกกว้าง ต่อจากนั้น ก็ใช้แท่งเสียวอันใหญ่ของตัวเอง มุดเข้าไปในรูหอยของหมอเพียง เธอครางออกมาเสียงหลง

“อ๊าาาาา!” หมอเพียงหลับตา พร้อมกับครางออกมาเสียงดัง

“ทำไมกันคะ อ๊ะ อ๊ะ ท่าน… อ๊ะ ต้องทำกับฉันแบบนี้ อ๊ะ อ๊ะ”

“เอาน่ะ ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี” ชายแก่ พูดกับหมอเพียง ขณะกำลังค่อยๆ ยัดแท่งเสียวของตัวเอง เข้าออกรูของเธอ

“รู้ไหม ว่าฉันอยากมีอะไรกับเธอมานานแค่ไหนแล้ว”

“ติดที่ร่างกายของฉัน มันไม่สามารถทำได้”

“อ๊า อ๊า อ๊า พอแล้ว! ไม่เอา อิ๊ อิ๊”

“วันๆ ที่ผ่านมา ฉันได้เอาแต่ เฝ้ามองผู้คน”

“ที่เอามาทดลอง เพื่อสกัดเซรุ่ม”

“มองพวกเขาช่วยตัวเอง หรือเอากัน”

“ฉันอยากทำแบบนั้นบ้าง จนแทบจะขาดใจ”

“อ๊า อ๊า พ พอแล้ว อิ๊ อิ๊ อิ๊”

หลังจากที่ค่อยๆ ยัด และเสียบเข้าไปอย่างละเมียดละไม ชายแก่ก็ชักแท่งเสียวออกมา พลิกตัวหมอเพียงกลับหลัง แล้วก็ยัดมันกลับเข้าไปในรูของหมอเพียงอีกรอบ จากทางด้านหลัง ต่อจากนั้น ชายแก่ก็เริ่ม ซอยแท่งเสียวเข้าออกรู และกระแทกแรงขึ้น เขาจับแขนของหมอเพียงยึดเอาไว้ แล้วก็ออกแรงที่เอว กระแทกแรงๆ จนน้ำลื่นๆ ไหลออกมาจากรู ตรงหว่างขาของเธอ มันไหลออกมาไม่หยุด พร้อมกับเสียงคราง สุดสยิว

หมอเพียง ไม่มีแรงที่จะขัดขืนต่อไป เธอทำได้แค่ ครางออกมาเพราะความเสียว ที่กำลังเข้าปะทะรูของเธออย่างหนักหน่วง ชายแก่เริ่มซอยถี่ขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก เขายกตัวหมอเพียง ขึ้นมาจากโต๊ะทำงาน แล้วก็เอื้อมมือทั้งสองข้าง จับไปที่เต้าคู่ใหญ่ของหมอเพียง ก่อนจะกระแทกเสยแท่งเสียวเข้ามาลึกๆ มันทำหมอเพียงเสียวมากๆ เธออ้าปากค้างมองหน้าขึ้นเพดาน ก่อนจะครางออกมาด้วยความเสียว

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ส ส… เสียว”

“อ๊ะ อ๊ะ ท่านคะ ยังไม่เสร็จอีกหรอ”

“พอได้แล้ว พอเถอะ อ๊ะ อ๊ะ ฉันจะ… ม ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ อ๊ะ”

“อ๊า อ๊า อ๊า รุนแรงเหลือเกิน รับไม่ไหวแล้ว อ๊าาาาา”

ถึงแม้ว่าหมอเพียง จะอ้อนวอนชายแก่ ด้วยสีหน้าที่กำลังอ่อนเพลียจากความสยิว ให้หยุดความเสียวเอาไว้แค่นั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ชายแก่ หยุดความบ้าคลั่งของตัวเองลงได้ มิหนำซ้ำ เขายังเพิ่มแรง และซอยแท่งเสียวเข้ามาไวขึ้นด้วยความซะใจ ไม่นานนัก หลังจากที่ความเสียวหลั่งไหลเข้ามาในรูของหมอเพียงแบบไม่มีพัก เธอก็กระตุกแรงๆ หลายที พร้อมกับมีน้ำพุ่งสวนออกมาจากรูของเธอ ขณะที่แท่งเสียว

กำลังมุดเข้าออกรูอย่างสนุกสนาน หลังจากที่น้ำของหมอเพียงพุ่งออกมา ชายแก่ ก็ดึงแท่งเสียวออก จับเธอพลิกตัวกลับมา แล้วก็ก้มลงไปดูดดื่ม น้ำแห่งความสุขที่หมอเพียงปล่อยออกมาจากหว่างขา เขาเลียแล้วก็ดูดมันเข้าไปในปาก เขาใช้ลิ้น รัวไปที่เม็ดของหมอเพียง ตรงหว่างขา เขาตวัดลิ้นไปมาเร็ว มันทำให้หมอเพียงเสียวมาก จนเธอครางออกมาไม่หยุด ชายแก่ดูดหอยใหญ่ๆ อวบอิ่ม ที่กำลังชุ่มน้ำ ของหมอเพียง

เข้าไปในปากเต็มคำ สีหน้าของเขาดูซะใจมากๆ ไม่นานนัก ชายแก่ก็ลุกขึ้นมา จับไปที่ขาของหมอเพียงทั้งสองข้าง แล้วก็ยกตัวเธอขึ้นมา แล้วก็ปล่อยตัวเธอ กระแทกลงไปกับแท่งเสียวของตัวเอง เขาจับเธอยกอยู่แบบนั้น แล้วก็ใช้แรงที่เอว กระแทกเสยแท่งเสียวของตัวเองขึ้นมา เสียงดัง ตับ ตับ ตับ หมอเพียงเริ่มกลับมาครางอีกครั้งด้วยความเสียว ครั้งนี้มันเสียวและฟินกว่าเดิม เพราะแท่งเสียว มันเข้าไปมิดด้าม

“อ๊ะ อ๊ะ ท่านคะ ยังไม่พออีกหรอ”

“พอได้แล้ว จากหอยดำกลายเป็นหอยแดงแล้ว”

“อ๊า อ๊า ไม่นะ อ๊า อ๊า ท่านคะ ท่านนนนนน อ๊าาาา”

“มันลึกไปแล้ว ท่านี้มันลึกมาก ลึกเกินไป”

“ไม่นะ ไม่ อ๊า อ๊า อ๊าาาา!”

ชายแก่ เสยแท่งเสียวขึ้นไป เสิร์ฟเข้ารูหอยของหมอเพียงแบบไม่หยุด เขากระแทกแบบนั้น พร้อมกับดูดปากกับหมอเพียงไปด้วย ถึงแม้จะไม่อยากทำ แต่หมอเพียง ก็ทำไปเพราะกำลังเคลิบเคลิ้ม พวกเขาดูดปากแลกลิ้นกันอย่างดุเดือด ขณะที่แท่งเสียว กำลังเข้าออกรูหอยแบบฟินๆ หลังจากที่ยืนทำอยู่นาน ชายแก่ ก็พาตัวหมอเพียง ไปที่โซฟา เขาเอาตัวเธอพิงไปบนโซฟา หมอเพียง มองหน้าชายแก่ที่กำลังหื่นเต็มที่

ด้วยสายตา และใบหน้าที่อ้อนวอน ต่อจากนั้น ชายแก่ ก็ยกขาของหมอเพียงขึ้นหนึ่งข้าง ก่อนจะเสียบแท่งเสียว เข้าไปในรูของเธอ หมอเพียงหลับตา แล้วก็ร้องออกมาดังๆ ในลำคอด้วยความเสียว พร้อมกับเอามือปิดปากเอาไว้ ชายแก่ เริ่มกระแทกแรงๆ เขามองหน้าหมอเพียงที่กำลังเสียว ขณะที่กำลังกระแทกรูของเธออย่างเมามัน หมอเพียง เธอกลั้นเสียงครางเอาไว้ในลำคอ ด้วยสีหน้ากำลังฟิน เธอกะจะไม่ครางออกมาดังๆ

เพื่อทำให้ชายแก่นั้นได้ใจ แต่มันยิ่งทำให้ชายแก่ กระแทกแรงขึ้น จนเธอกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ จนต้องครางออกมาดังๆ ด้วยความเสียว หมอเพียง เอามือพาดหลังไปบนโซฟาเพื่อยึดเอาไว้ ขณะที่เธอกำลังโดนชายแก่กระแทก ร่างกายของทั้งคู่เต็มไปด้วยเหงื่อ หลังจากกระแทกอยู่นาน ชายแก่ก็เริ่มออกแรงมากขึ้น เขากระหน่ำซอยเข้ามาในรูของหมอเพียงไม่หยุด เขาเอามือข้างหนึ่ง บีบหน้าอกหมอเพียงเอาไว้ แล้วก็กระแทกเข้ามาเร็วๆ

“อ๊า อ๊า ท่านคะ ท่านนนนน”

“อีกนิดนะหมอ ฉันกำลังจะเสร็จแล้ว อ้า! ซี๊ด”

“อ๊า อ๊า อ๊า จะเสร็จยังคะ ฉันจะเสร็จอีกแล้ว”

“อ๊า อ๊า อ๊า จะถึงแล้วๆ อ๊า อ๊า”

“ใกล้แล้วหมอ อ้า ซี๊ด อ้า เป็นหนุ่มนี่มันดีจริงๆ”

“อ๊า! ท่านคะ ท่าน อ๊า อ๊า อ๊าาาาา ถึง… แล้ววววว”

หลังจากที่ชายแก่ กระหน่ำซอยแท่งเสียวแบบไม่หยุด หมอเพียงก็เสร็จไปอีกแล้ว เธอหลับตาปี๋ แล้วก็กระตุกแรงๆ ไม่นานนัก ชายแก่ก็ตามมา เขากระแทกแรงๆ ครั้งสุดท้าย ก่อนจะปล่อยน้ำพุ่งเข้ารูหอยของหมอเพียง ตอนที่ชายแก่ ดึงแท่งเสียวออกมาจากรูของหมอเพียง น้ำขาวขุ่นนั้น ก็ไหลเยิ้มออกมาจากรูของเธอด้วย มันไหลย้อยออกมา เลอะเต็มปากหอยของเธอไปหมด หมอเพียงนอนหายใจแรงๆ อย่างหมดสภาพ

ชายแก่ลุกขึ้นไปใส่กางเกง แล้วก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาพูดกับหมอเพียงว่า ถ้าหายเหนื่อยแล้ว ก็ให้ใส่เสื้อผ้า แล้วก็กลับบ้านไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน หลังจากพักหายใจได้ไม่นาน หมอเพียงก็ใส่เสื้อคลุมสีขาว ที่เหลืออยู่ตัวเดียว เพราะไม่ได้โดนฉีก หลังจากใส่เสื้อคลุม เธอก็มัดผมตัวเอง ก่อนจะหยิบรองเท้าส้นสูงของเธอ แล้วก็เดินออกจากห้องไป เธอเดินไปตามทาง ด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าและอ่อนเพลียสุดๆ

สีหน้าของเธอ เหมือนคนกำลังจะเป็นลมให้ได้ เธอแข็งใจเอาไว้ แล้วก็พาร่างของตัวเองมาถึงที่ลานจอดรถ เธอรีบเปิดประตู แล้วก็เข้าไปพักหายใจหลังพวกมาลัย หลังจากตั้งสติได้ เธอดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เวลาตอนนี้ ตีสองนิดๆ เธอสตาร์ทรถ แล้วก็ขับออกไป หลังจากเธอขับรถออกไปได้ไม่นาน ชายแก่ก็ยกโทรศัพท์ขึ้น เขาบอกให้คนของเขา ตามหมอเพียงไป แล้วก็ฆ่าเธอซะ พอพูดจบ เขาก็นั่งลง แล้วก็จิบเหล้าชิวๆ

หมอเพียง ที่กำลังขับรถกลับบ้าน เธอก็สังเกตเห็นว่า มีรถยนต์สีดำสองคัน กำลังเร่งความเร็ว และขับเข้ามาประชิดที่รถของเธอ พอขับเข้ามาใกล้ๆ พวกมันก็เริมยิง และสาดกระสุนมาที่รถของหมอเพียง เธอขับหลบด้วยอารมณ์โมโหและหัวเสียสุดๆ เธอรู้เลยว่า คนพวกนี้เป็นของชายแก่ ถึงจะคิดไว้แล้ว ว่าชายแก่คงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ บนถนนโล่งในใจกลางเมือง รถยนต์สามคัน กำลังขับไล่ลากัน หมอเพียงขับไปตรงถนนใหญ่

ที่โล่งที่สุด ในระหว่างทางนั้น เธอก็คิดอะไรภายในใจ ก่อนจะทำหน้าเซ็งๆ แล้วก็พูดว่า แม่งเอ้ย! ไม่นานนักเธอก็หักพวกมาลัย ขับรถพุ่งใส่เสาสะพานยกระดับ กลางสี่แยกไฟแดงในเมืองใหญ่ ปัง! เสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่ว รถยนต์สีดำสองคันที่ตามมาติด ก็หยุดรถแล้วลงมาดู รถของหมอเพียงเริ่มมีไฟลุก ไม่นานนักมันก็ระเบิด เศษซากรถกระจัดกระจายเต็มพื้นถนน พอเห็นแบบนั้น พวกมันก็ขับรถ กลับไปรายงานชายแก่

พอไปถึง พวกมันก็บอกชายแก่ว่า รถของหมอเพียงเสียหลัก แล้วก็ชนเข้ากับเสาในเมือง จนรถเกิดระเบิด แรงระเบิดนั้น ทำให้ซากรถกระจายไปทั่ว ไม่ต้องห่วงเลยว่า คนจะเป็นยังไง ขนาดสภาพรถยังเป็นแบบนั้น เมื่อชายแก่ได้ยิน เขาก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เขาไล่พวกคนรับใช้ให้ไปพัก ก่อนจะนั่งจิบเหล้าต่ออย่างสบายใจ เขามองดวงจันทร์ ที่กำลังส่องแสงสว่างผ่านกระจกบานใหญ่ ในห้องทำงานของเขา

ไม่นานนัก ก็มีอะไรพุ่งมาอย่างรวดเร็ว ผ่านประตูเข้ามาในห้องทำงานของชายแก่ เขารู้สึกตัวแล้วก็ลุกขึ้นมา หันจับมันไว้อย่างรวดเร็ว มันคือมือของหมอเพียง ที่กำลังถือเข็มฉีดยา

“นี่เธอ… หรือว่า?” ชายแก่พูดออกมา ด้วยความตกใจ

“อย่าบอกนะ…”

“ใช่ค่ะ… ฉันก็ฉีด เซรุ่มเข้าไปเหมือนกัน” หมอเพียงบอกชายแก่ พร้อมกับมองหน้าเขา

ชายแก่ทำหน้าตกใจ พร้อมกับใช้มืออีกข้าง พักหมอเพียงจนกระเด็นติดกำแพง ชายแก่ดึงเข็มฉีดยา ออกมาจากหน้าอกตัวเอง มันว่างเปล่า และไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ชายแก่ตัวเราะออกมาดังๆ ก่อนจะโยนเข็มฉีดยานั้นทิ้ง แล้วก็ค่อยๆ เดินมาหาหมอเพียง ที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น

“นี่หมอ เธอกะจะฆ่าฉันด้วยเข็มฉีดยางั้นหรอ” ชายแก่พูดกับหมอเพียง ด้วยสีหน้าที่เยาะเย้ย

“ทั้งที่ฉลาดขนาดนั้น แต่ทำไมถึงใช้ วิธีโง่ๆ ล่ะ”

“งั้นหรอ แกคงไม่รู้สินะ ว่าฉัน ฉีดอะไร เข้าไปในหัวใจของแก” หมอเพียงบอกชายแก่ พร้อมกับยิ้มมุมปาก

ชายแก่ทำหน้าตกใจ ก่อนจะรู้ความจริงว่า สิ่งที่หมอเพียงฉีดเข้าไปเมื่อกี้ มันคือเลือด ของคนที่ติดเชื้อ HIV (เอดส์) หมอเพียงบอกว่า คนที่ติดเชื้อ HIV นั้นจริงๆ ก็เป็นคนปกติ เพียงแต่ว่า ไม่มีภูมิคุ้มกันก็เท่านั้นเอง มันจึงเป็นยาพิษร้ายแรง สำหรับ คนที่แข็งแรงแบบเราๆ คนแบบฉันกับท่านยังไงล่ะ หลังพูดจบหมอเพียงก็หัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความซะใจ เมื่อเห็นสีหน้าของชายแก่ ที่กลับมากลัวตายอีกครั้ง ในตอนที่หมอเพียง

พุ่งเข้ามาหาชายแก่ เธอได้ถือเข็มฉีดยาเอาไว้ ในความเร็วแบบนั้น ที่คนธรรมดา มิอาจรู้สึกหรือมองเห็นได้ ถึงแม้ชายแก่จะรู้สึกตัวทัน แล้วจับมันไว้ได้ แต่มันก็ช้าเกินไป เข็มฉีดยามันได้ทิ่มผ่านผิวหนัง แล้วหมอเพียงก็ฉีดมันเข้าไปได้พอดี ไม่นานนัก ชายแก่ก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เลือดกำดำไหล พร้อมกับกล้ามเนื้อ ที่ค่อยๆ หดตัวลง เขาเริ่มหายใจติดขัด ก่อนจะเดินถอยหลัง แล้วก็ทรุดตัวคุกเข่าลงไปบนพื้น หมอเพียงลุกขึ้นมา

“ในขณะที่ฉัน กำลังโดนของแกไล่ล่า” หมอเพียงเดินเข้ามาช้าๆ แล้วก็พูดกับชายแก่

“ฉันคิดหนักมากๆ ว่าจะฉีดมันเข้าไปดีไหม”

“หรือจะตาย… ให้มันจบๆ กันไป”

“ถึงจะอยากตายแค่ไหน มือของฉัน…”

“มันก็ไปคว้าเข็มฉีดยา แล้วก็ฉีดลงไปที่ขา”

“ยังไงก็ขอบคุณแกนะ ที่ช่วยออกเงิน และทำให้ฉัน…”

“สามารถสร้างเซรุ่มขึ้นมาได้”

“ลำพังแค่ฉัน คงทำไม่ได้แน่ๆ และเพื่อเป็นการขอบคุณ”

“ฉัน… จะส่งแกไปสู่สุคติเอง”

หลังจากพูดจบ หมอเพียง จิกไปที่ปลายเท้าข้างขวาของตัวเอง ที่กำลังอยู่อยู่บนรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่ใจ ก่อนจะออกแรง ซัดมาที่หัวของชายแก่ ขณะที่เขา กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมกับยกมือห้ามเธอเอาไว้ ด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว ปัก! เสียงกระแทกจากปลายขาของหมอเพียง ที่กระทบเข้ากับ ศีรษะของชายแก่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง หัวของชายแก่นั้น หลุดออกจากบ่าอย่างรวดเร็ว กระเด็นลอยทะลุกระจกออกไปข้างนอกตึก

หลังจากจัดการชายแก่ หมอเพียง เดินไปหยิบเหล้าของชายแก่ที่อยู่บนโต๊ะ เอามากระดกเข้าปาก ก่อนจะเทราดลงไปบนร่างของชายแก่ที่ไร้ศีรษะ เธอหยิบบุหรี่ของชายแก่ขึ้นมาสูบ แล้วก็โยนไฟแช็คที่กำลังติดไฟ ลงไปบนร่างของเขา มันทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ต่อจากนั้น หมอเพียง ก็เดินสูบบีหรี่ออกมา แล้วเริ่มไล่ฆ่าคนของชายแก่ทั้งหมด รวมไปถึงทุกคน ที่อยู่ที่นั้นจนหมด ไม่เหลือ… ซักคน

ณ ปัจจุบัน ที่ฟินาเล่ หมอเพียง กำลังใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์เสียวทุกชนิด เพื่อสกัดทำเซรุ่มขึ้นมา จากตัวของหมอแก้ว เธอใช้แท่งเสียวที่ทำขึ้นมาพิเศษ ยัดเข้าไปในรูของหมอแก้ว เธอค่อยๆ ยัดเข้าไป แล้วก็ดึงเข้าดึงออกด้วยมือของตัวเอง หมอแก้วเริ่มครางออกมาด้วยความเสียว บวกกับอารมณ์ ที่กำลังสับสนที่เกิดจากความกลัว หลังจากโดนสารพิษเข้าไป หมอเพียงใช้อุปกรณ์หลายอย่าง เพื่อกระตุ้น ให้หมอแก้ว

เสียวมากขึ้น หมอแก้วร้องครางไม่หยุดด้วยความฟินและเสียว หมอเพียงทำให้ หมอแก้ว เสร็จไปแล้วหลายสิบครั้ง ด้วยอุปกรณ์ที่เธอทำขึ้นมา หมอแก้ว หันไปมองที่คอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ มันบอกว่า ระดับเป็นที่น่าพอใจ กำลังประมวลผล เหลืออีก 70% ก็จะเสร็จสมบูรณ์ หมอเพียงจึง มอบความเสียวให้กับหมอแก้วเรื่อยๆ โดยผ่านอุปกรณ์เสียวพิเศษของเธอ หมอเพียงยื่นหน้าไป หอมแก้มหมอแก้ว พร้อมกับบอกว่า

ให้เธอเป็นเด็กดีอย่าดื้อ หมอเพียงเปลี่ยนอุปกรณ์เสียว เป็นขนาดใหญ่ขึ้น และมีผิวที่ขรุขระ เธอกำลังจะยัดมันเข้าไปในหอยของหมอแก้ว แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนดังขึ้น ลูกกระสุน พุ่งเข้ามาปะทะที่ใบหน้าของหมอเพียง ด้วยความแรจากลูกปืน ทำให้หน้าของเธอส่ายเล็กน้อย หลังจากนั้นหมอเพียง ก็หันหน้ามามอง ตรงทิศที่กระสุนพุ่งมา เธอค่อยๆ เดินถอยออกมา จากร่างของหมอแก้ว ที่กำลังนอนเสียวอยู่บนเตียง

“ปืนงั้นหรอ…?” หมอเพียง พูดด้วยสีหน้าเยาะเย้ย

“ตอนแรก ก็คิดว่าโง่จริงๆ แต่ไม่คิดว่าจะโง่ขนาดนี้”

“แต่ก็ขอชมนะ อุตส่าห์ท่อมาถึงนี้ได้ ด้วยสภาพแบบนั้น”

“แต่…”

“จะฆ่าฉันทั้งที กับเอาปืนก็อกแก็ก มายิงเนี่ยนะ”

“ฮ่าๆ ฮ่า! น่าขำสิ้นดี”

“งั้นฉัน จะให้แก ได้ตายอีกคน”

“ฉันจะฟาดแกให้ตาย”

“ด้วยกระเจี๊ยวปลอมนี่แหละ”

“เตรียมตัว”

“รับความเสียวได้เลย”

“นางหมอ… ร่านนิ้ว”

บทสรุปของ…ความบ้าคลั่ง

1 ชั่วโมง ก่อนเหตุการณ์ในคุกใต้ดิน

“มีใครเห็น หมอแก้วไหม”

“เธอ… เห็นหมอแก้วไหม”

“ไม่ค่ะ”

“เธอล่ะ เห็นไหม”

“โอ้ย! ฉันจะบ้าตาย”

“เธอไปมุดหัว อยู่ที่ไหนกันนะ”

พ.อ. กิ่ง เปิดประตูห้องทำงานของตัวเอง เพื่อเข้าไปดูว่า หมอแก้ว อยู่ข้างในหรือป่าว แต่พอเปิดประตูเข้าไป เธอก็เจอแต่ความว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ในนั้น พ.อ. เดินไปที่โต๊ะทำงาน เธอเปิดลิ้นชักออก เพื่อจะหยิบปืน แต่มันก็หายไปด้วย พ.อ. คิดว่า หมอแก้ว คงเข้ามาหยิบปืนของเธอไป แล้วก็หนีเข้าไปใน ฟินาเล่ พ.อ. จึงรีบไปที่ห้องวงจรปิด เพื่อไปดูภาพที่บันทึกไว้ แล้วมันก็จริงๆ หมอแก้ว วิ่งหนีเข้าไปข้างใน

แถมเธอยังเข้ามา เอาปืนในห้องทำงานของ พ.อ. ด้วย หลังจากที่ดูภาพ จากกล้องวงจรปิดที่บันทึกไว้ พ.อ. กิ่ง ก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที่ ตรงไปที่ตึกผู้ป่วยชั้นในของฟินาเล่ เพื่อผ่านไปให้ถึงคุกใต้ดินอันใหม่ ถึงจะมีคนห้ามหลายคน แต่ พ.อ. ก็ไม่ยอมฟัง เธอรีบเดินและวิ่งออกมาทันที ในระหว่างทางที่กำลังเข้าไป พ.อ. ก็เจอกับผู้รอดชีวิต ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ พวกเขาพากันเดินลงบันไดมา ผู้คนทั้งหมด

ถูกช่วยเหลือ และกลับมาอย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่รีบพาพวกคนเหล่านั้น ออกมาจากตึกผู้ป่วยชั้นใน เพื่อกลับไปยังตึกรับรองด้านหน้า หมอคนหนึ่งถาม พ.อ. ว่า กำลังจะไปไหน พ.อ. กิ่งบอกว่า เธอกำลังไปหาหมอแก้ว ถึงแม้จะถูกห้ามไว้อีกครั้ง แต่เธอก็ไม่ยอมฟัง รีบวิ่งต่อไปยังตึกคุกใต้ดินใหม่ หลังจากวิ่งมาซักพัก พ.อ. กิ่ง ก็มาถึงยังทางเข้า ตึกคุกใต้ดินใหม่ เธอเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง

พ.อ. กิ่ง เห็นมีปืนตกอยู่ เธอจึงก้มลงไปดูและเก็บมันขึ้นมา ปืนนั้นเป็นของตัวเธอเอง ปืนที่หมอแก้วเอามาตอนแรก มันตกอยู่ตอนที่ต่อสู้กับคนไข้หญิงสองคน พอหยิบปืนขึ้นมา พ.อ. ก็เดินเข้าไปในตัวตึก ภายในนั้นเงียบมาก และไม่มีใครอยู่เลย พ.อ. กิ่ง จึงรีบวิ่งไปตามทาง เพื่อลงไปยังคุกใต้ดิน หลังจากวิ่งผ่านประตูหลายผ่าน ลงบันไดหลายชั้น พ.อ. กิ่ง ก็ลงมาถึงยังคุกใต้ดิน เธอยื่นปืนไปข้างหน้าตัวเอง แล้วค่อยๆ เดิน

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จู่ๆ ก็มีนักโทษชายคนหนึ่ง เดินออกมาจากห้องขัง ที่กระจกแตก เขาเดินออกมามือเปล่า ที่เต็มไปด้วยเลือดทั้งสองข้าง ทั้งคู่ประจันหน้ากัน พ.อ. ทำหน้าตกใจ พร้อมกับหันปืน ไปยังนักโทษชายคนนั้น เพียงแค่นักโทษคนนั้นเห็น พ.อ. เขาก็วิ่งเข้าใส่ พ.อ. กิ่ง อย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเลยว่า เธอกำลังถือปืนอยู่ พ.อ. ตกใจจนไม่กล้ายิง นักโทษชายพุ่งหมัดขวาไปที่ใบหน้าของ พ.อ. กิ่ง ตามด้วย

หมัดอีกข้าง แล้วก็เตะเข้าที่ชายโครง ด้วยความรุ่นแรงจากการโดนเตะ ทำให้ร่างของ พ.อ. ปลิวไปกระแทกกับห้องขังที่อยู่ใกล้ๆ เธอกระอักเลือดออกมา พร้อมกับดิ้นทุรนทุราย ด้วยความเจ็บปวด นักโทษชาย รีบเดินเข้ามา แล้วก็เตะซ้ำเข้าไปที่ตัวของ พ.อ. หลังจากนั้น นักโทษชาย ก็บีบคอของเธอ พ.อ. พยายามดิ้น แต่มันก็ไม่ยอมหลุด เธอจึงยกเท้าขึ้นมา แล้วก็ถีบไปที่หน้าของนักโทษชาย จึงทำให้เขาเสียหลัก

หลังจาก พ.อ. หลุดออกมาได้ เธอก็รีบคลาน เพื่อไปหยิบปืนที่ตกอยู่ แต่มันก็ช้าเกินไป นักโทษชายตั้งหลักขึ้นมาได้ แล้วก็ตามมาจับตัวของ พ.อ. ขึ้นมา ก่อนจะใช้หมัดขวา ซัดเข้าไปที่ใบหน้าของเธอ จนกระเด็นลอยไป พ.อ. กิ่ง ล้มลงไปนอนกับพื้น นักโทษชาย ตามมาแล้วก็คร่อมไปบนตัวเธอ แล้วเขาก็ใช้ทั้งสองมือ บีบคอของ พ.อ. เอาไว้ พ.อ. กิ่ง ใช้แรงที่ยังเหลือ ทุบและตีไปที่หัวของ นักโทษชาย อย่างเอาเป็นเอาตาย

แต่เขาก็ไม่สะทกสะทานเลย เธอใกล้จะขาดอากาศหายใจ มือของเธอแทบจะยกไม่ขึ้น ในขณะที่ทุกอย่างดูเหมือนจะหมดหวัง ตรงนั้นอยู่ใกล้กับห้องขังที่กระจกแตก แล้วบริเวณนั้น ก็มีเศษกระจกแตกเต็มไปหมด เธอจึงหยิบเศษกระจกที่แตก แล้วใช้แรงที่เหลือเฮือกสุดท่าย กระหน่ำแทงไปที่คอของนักโทษชาย หลังจากแทงอยู่หลายสิบครั้ง นักโทษชายก็ไม่ยอมปล่อยมือ แต่จริงๆ แล้ว นักโทษชาย ตายตั้งแต่โดนแทง 3 ทีแรก

พ.อ. กิ่ง ยังคงใช้กระจก แทงไปที่คอของนักโทษชายไม่หยุด จนกระทั่งเธอเหนื่อยแล้วก็รู้สึกว่า นักโทษชายได้หมดลมหายใจไปแล้ว เธอจึง ผลักร่างของนักโทษชายที่อยู่บนตัวออก แล้วก็ค่อยๆ ลุก ไปหยิบปืนที่ตกอยู่ ก่อนจะเดินหน้า ไปที่ประตูบานใหญ่สีดำแบบหมดสภาพ พ.อ. กิ่งเปิดประตูเข้าไป แล้วก็ค่อยๆ เดิน เธอตั้งใจเดินตรงเข้าไป ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แล้วเธอก็เห็น หมอแก้ว กำลังนอนหมดสติอยู่บนเตียง

โดยมี หมอเพียง กำลังทำอะไรแปลกๆ ที่หว่างขาของหมอแก้ว พ.อ. กิ่ง ยกปืนขึ้นมา แล้วก็เหนี่ยวไก ไปที่หมอเพียง ลูกกระสุนพุ่งออกจากปากกระบอกปืน 1 นัด เข้าปะทะที่ใบหน้าของหมอเพียงอย่างจัง แม้หน้าของหมอเพียงจะสะบัดเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย เธอค่อยๆ เดินออกมาจากตัวหมอแก้ว แล้วก็มองไปที่ พ.อ. กิ่ง ในสภาพที่โลยลาเต็มไปด้วยเลือด หมอเพียง ยิ้มมุมปาก พร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ

“ไม่น่าเลย…”

“แทนที่จะเก็บกระสุน”

“เอาไว้ยิงตัวเองให้ตายๆ ไปซะ”

“จะได้ไม่ต้องมาทรมาน”

“กลับเอามาใช้ไร้สาระ”

หมอเพียง เคลื่อนตัวมาหา พ.อ. กิ่งอย่างรวดเร็ว โดยที่ถืออุปกรณ์เสียวในมือ เพื่อเอามาใช้เป็นอาวุธ พ.อ. กิ่ง รัวปืนใส่ไม่ยั้ง ถึงแม้จะมองไม่ทัน แต่เธอก็พยายามยิงให้โดน จนกระทั่ง หมอเพียงมายืนอยู่ตรงหน้า พ.อ. กิ่ง เหนี่ยวไกออกไป แต่ลูกกระสุน มันก็หมดซะแล้ว หมอเพียง ต่อยไปที่ท้องของ พ.อ. อย่างรุนแรง แล้วก็เอาอุปกรณ์เสียวที่อยู่ในมือ ฟาดไปที่หลังของ พ.อ. หมอเพียงโยนอาวุธทิ้ง หลังจากใช้มัน

ต่อจากนั้นเธอก็จับตัว ยก พ.อ. ขึ้นมา แล้วก็ทุ่มลงพื้น พ.อ. กิ่ง ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หมอเพียง เลิกสนใจเธอ แล้วเดินกลับไปที่คอมพิวเตอร์ ตอนกำลังจะเดินกลับไปนั้น พ.อ. กิ่งก็พยายามลุกขึ้นมา เธอหยิบขวดเหล้าที่ซ้อนเอาไว้ออกมา แล้วก็ใช้ไฟแช็กจุด ก่อนจะโยนใส่หลังของหมอเพียง หลังจากที่โนออกไป ไฟก็เริ่มลุกไหม้ท่วมตัวหมอเพียง เธอหันมามอง พ.อ. แล้วก็ก้มดูเศษขวดเหล้าที่แตก

ไฟเริ่มลุกไหม้แรงขึ้นบนตัวของหมอเพียง เธอค่อยๆ เดินถอยหลัง แล้วก็ยกมือขึ้นมา มองไปที่ร่างกายของตัวเอง ที่กำลังโดนเผาไหม้ แต่เธอไม่ได้กรีดร้อง หรือส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวดเลย หมอเพียงแค่มองและสังเกตร่างกายของตัวเองเท่านั้น ไม่นานนัก ไฟที่กำลังลุกไหม้อยู่บนตัวของหมอเพียง ก็ค่อยมอดและดับลง เหลือไว้เพียงแต่ร่างกายที่เปลือยเปล่า ไร้ซึ่งเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา

“แม่งเอ้ย!”

“นั้นเสื้อตัวโปรดฉันเลยนะ”

หมอเพียง มองไปที่ พ.อ. กิ่ง ก่อนจะพุ่งตัว แล้วก็ต่อยไปที่ท้องของ พ.อ. กิ่ง หลังจากต่อยเสร็จ เธอก็เตะไปที่หลังของ พ.อ. จนกระเด็นไปข้างหน้าแถวคอมพิวเตอร์ หมอเพียงเดินตามไป คอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณว่า ประมวลผลเสร็จสมบูรณ์ 100% พร้อมสร้างเซรุ่ม หมอเพียงเดินไปที่คอมพิวเตอร์ เพื่อจะกดสั่งสร้างเซรุ่มขึ้นมา พ.อ. กิ่งที่อยู่ตรงนั้น เธอก็ค่อยๆ คลาน แล้วก็รีบช่วยหมอแก้วออกมา หลังจากแก้มัดหมอแก้ว

หมอเพียง ที่สั่งสร้างเซรุ่มเสร็จ ก็เดินตรงมาหา พ.อ. กิ่ง แล้วก็บีบคอยกเธอขึ้นมา พ.อ. ดิ้นอย่างรุนแรงเพราะขาดอากาศหายใจ จู่ๆ หมอแก้วก็ลุกขึ้นมาจากเตียง แล้วก็กระโดนรัดคอหมอเพียง เธอใช้แขนรัดคอหมอเพียงข้างหนึ่ง แล้วก็ใช้อีกมือ สาวหมัดรัวๆ ไปที่ใบหน้าของเธอ จากทางด้านหลัง หมอเพียงยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน ด้วยความรำคาญ หมอเพียงจึงปล่อยมือออกจากคอของ พ.อ. แล้วก็ดึงปิ่นปักผม ที่อยู่บนหัว

ของ พ.อ. กิ่ง แทงเข้าไปที่หัวใจ พ.อ. หลังจากนั้น หมอเพียง ก็ผลัก พ.อ. กิ่ง ไปไกลๆ หมอแก้ว ตะโกนออกมาเสียงดัง ด้วยความโมโห หมอเพียง เอื้อมมือไปข้างหลังตัวเอง แล้วก็คว้าตัวหมอแก้วมาข้างหน้า เธอบีบคอหมอแก้วเอาไว้ หมอแก้วดิ้นไปดิ้นมา พร้อมเอาเท้าเตะ

“มนุษย์นี่น่าสมเพชเนอะ” หมอเพียง พูดขึ้นมา ขณะที่เธอกำลัง บีบคอหมอแก้วอยู่

“กิน นอน แล้วก็เซ็ก”

“ไม่คิดจะทำอย่างอื่นบ้างหรือไง”

“เพลิดเพลินไปกับเซ็ก ทั้งๆ ที่ มันมีอะไรให้ทำตั้งเยอะ”

“ฉันถึงได้บอกไง มนุษย์ คือสิ่งมีชีวิตที่เลวร้ายที่สุด”

“เพราะฉะนั้น ฉันจะฆ่าให้หมดทุกคน”

“แล้วคืนโลกใบนี้ ให้กลับคืนสู่ อ้อมกอดของธรรมชาติ”

หลังจากที่หมอแก้ว ดิ้นทุรนทุราย อยู่ในกำมือของหมอเพียง เธอก็ตัดสินใจ ใช้ปาก กัดไปที่มือของหมอเพียง เธอกัดคาเอาไว้แบบนั้น ในตอนแรก หมอเพียงไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลย แต่ว่า… ไม่ถึง 1 นาที หลังจากที่ฟันของหมอแก้ว คาอยู่ที่มือของเธอ หมอเพียงก็เริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด จากการโดนกัด เธอซี๊ดแล้วก็ร้องโอ้ยเบาๆ ออกมา ก่อนจะปล่อยหมอแก้วออกจากมือ หมอแก้วที่เห็นแบบนั้น ก็รีบพุ่งตัว กระโดดเข้าไป

กัดไปที่แขนขวาของหมอเพียง เธอกัดคาอยู่แบบนั้น หมอเพียงพยายาม ใช้มืออีกข้างทุบไปที่หลังของหมอแก้ว แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อย แม้จะสะบัดแขนแรงซักเพียงใด หมอแก้ว ก็ไม่ยอมปล่อย จนกระทั่งหมอเพียงตัดสินใจ ถีบไปที่ตัวของหมอแก้ว จึงทำให้หมอแก้ว กระเด็นออกไป

“นี่แก! ทำอะไรกับฉัน” หมอเพียงจับไปที่แขนขวาตัวเอง แล้วก็ถามหมอแก้วด้วยความโมโห

“ไม่รู้สิ หรือว่า…” หมอแก้ว ตอบออกมา ในขณะที่กำลังหอบ ด้วยความเหนื่อยล้า

“อาจจะเป็น… อย่างที่ฉันคิด”

“อะไร! อีหมอร้อย_วย” หมอเพียง ตะโกนถามด้วยความโมโห

“ตอนแรกฉันก็แค่ กัดเฉยๆ เพื่อให้แกปล่อย” หมอแก้ว บอกออกมา พร้อมกับยิ้มมุมปาก

“แต่หลังจากที่แก แสดงอาการให้เห็น”

“ฉันก็คิดเลยว่า ต้องใช่แน่ๆ”

“จริงๆ แล้ว… ฉันติดเชื้อ HIV (เอดส์) “

“พึ่งรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้เอง”

“คงติดมาจาก ความร่านของตัวเอง”

“ที่มั่วกับคนในโรงพยาบาล”

“และการที่ฉันกัดแกลงไป”

“มันก็ไม่ต่างกับการ เอาเข็มพิษ”

“ทิ่มแทงลงไปบนผิวหนัง เพื่อแพร่เชื้อ”

“เป็นไงล่ะ หมอเพียง”

“ขอต้อนรับกลับ สู่โลกของ… คนอ่อนแอ ฮ่าๆ”

“คิดยังไงล่ะ กับการที่ฉัน ใช้โรคร้าย เพื่อมาฆ่าแก”

“โรคร้ายที่ได้มาจากการมีเซ็ก เหมือนพลังวิเศษไหม”

“ที่ฟ้าประทานลงมา เพื่อใช้ฆ่าแก ฮ่าๆ”

“ไม่! ฉันไม่ยอมตายโง่ๆ แบบนี้หรอก” หมอเพียง พูดกับตัวเอง เธอเริ่มมีอาการสติแตก

“แผนฉันกำลังจะสำเร็จ ฉันกำลังจะสร้างโลกใบใหม่”

“ชีวิตมันก็แบบนี้แหละ มักจะคอยแทงข้างหลังเสมอ” หมอแก้ว พูดกับหมอเพียง พร้อมแสยะยิ้ม

“ตอนที่กำลัง… ไปได้สวย”

หลังจากที่รู้ความจริง หมอเพียงก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับร่างกายของตัวเอง มันไม่ขยับแบบที่เธอต้องการ ร่างกายของเธอค่อยๆ เหี่ยวย่น เธอหันหลังเพื่อจะ ไปเอาเซรุ่มที่สกัดออกมาเสร็จแล้ว เธอเดินโซซัดโซเซ ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องใหญ่ หมอแก้ว กับ พ.อ. กิ่ง เมื่อเห็นแบบนั้น พวกเธอสองคน จึงใช้แรงเฮือกสุดท้าย พวกเธอออกแรง แล้วก็กระโดด คว้าตัวหมอเพียงเอาไว้ หมอแก้วรัดคอ ส่วน พ.อ. ก็กอดขาเอาไว้

หมอเพียง ไม่สามารถขยับได้ แทบไม่มีแรงที่จะดิ้นหรือขัดขืน ตอนนี้ สภาพของหมอเพียง เธอค่อยๆ แก่ตัวลง เพราะเซรุ่มในตัวเริ่มถูกทำลายจนหมด ร่างกายและใบหน้าของหมอเพียง เหมือนหญิงแก่วัย 70 ปี หมอแก้ว และ พ.อ. กิ่ง ใช้แรงทั้งหมดที่เหลือ เพื่อหยุดหมอเพียง ไม่นานนัก หมอเพียง ก็ขาดอากาศหายใจ แล้วก็ตายแบบคนปกติ ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า หมอแก้ว กลิ่งตัวไปข้างๆ แล้วก็คลานมาดู พ.อ. กิ่ง

“พ.อ. คะ เดี๋ยวก็มีคนมาช่วยเรา ทำใจดีๆ ไว้นะ”

“ไม่หรอก แก้ว มัน ช้าไปแล้ว”

“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ พ.อ. ” หมอแก้ว พูดพร้อมกับร้องไห้ออกมา

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะช่วย พ.อ. เอง”

หมอแก้ว วาง พ.อ. กิ่ง ลง หลังจากนั้น ก็คลานไปที่ คอมพิวเตอร์ ที่อยู่ใกล้ๆ บนนั้นมีเซรุ่ม ที่ถูกสกัดเอาไว้เสร็จสมบูรณ์ แต่ร่างกายของเธอนั้น มันก็หมดแรง เพราะด้วยฤทธิ์ยาที่ถูกฉีดเข้าไปตอนแรก รวมไปถึงการกระทำต่างๆ ของหมอเพียง และการต่อสู้ที่ผ่านมา ทำให้ร่างกายของหมอแก้วนั้น เกินจะรับไหว ตอนนี้ แรงที่จะลุกยืนแทบจะไม่มีแล้ว หลังจากพยายามคลานมาที่คอมพิวเตอร์ หมอแก้ว ก็หยุดลง เหมือนจะสลบ

พ.อ. กิ่ง ใช้แรงที่ยังพอเหลือ ลุกขึ้นยืน แล้วก็กระเสือกกระสน พาตัวเองมายังคอมพิวเตอร์ เธอหยิบเซรุ่มออกมา แล้วล้มตัวลงไปหาหมอแก้ว พ.อ. ขึ้นไปคร่อมบนตัว หมอแก้ว ที่กำลังจะสลบ พ.อ. กิ่ง เตรียมตัวที่จะฉีดเซรุ่มให้หมอแก้ว แต่ว่า… หมอแก้วก็ยกมือขึ้นมาจับมือ พ.อ. กิ่งเอาไว้ เธอพยายามจะห้าม พ.อ.

“พ.อ. คะ อย่าฉีดให้ฉัน”

“พ.อ. ฉีดเองนะคะ”

“ฉันน่ะ อีกไม่นานก็ตาย พ.อ. ก็รู้หนิ ว่าฉันเป็นอะไร”

“เพราะฉะนั้น ปล่อยฉันเถอะค่ะ ถ้าฉันจะตายตรงนั้น มันก็สมควรแล้ว”

“ไม่นะแก้ว ฉันไม่ยอมรอดคนเดียวแน่ๆ”

“อย่าดื้อสิคะ พ.อ. ครั้งนี้ พ.อ. ฟังฉันบ้างนะคะ”

“ไม่แก้ว ไม่… ฉันรับไม่ได้”

“ฉันอะนะ อยู่มาถึงขนาดนี้แล้ว”

“อีกไม่นาน ก็คงจะจากโลกนี้ไปเหมือนกัน”

“แต่เธอ อายุยังน้อย เพราะฉะนั้น อยู่ต่อเหอะนะ”

“ไม่นะคะ พ.อ. อย่า…” หมอแก้วสลบไปหลังจากพูดจบ

พ.อ. กิ่ง จิ้มเข็มลงไปที่คอของหมอแก้ว แล้วก็ฉีดเซรุ่มเข้าไปจนหมดหลอด เธอดึงปิ่นปักผม ที่อยู่ตรงหน้าอกเธอออก พ.อ. กิ่งม้วนผมให้หมอแก้ว แล้วก็ใช้ปิ่นปักผมใส่ลงไป หลังจากทำเสร็จ เธอก็หอมหน้าผากของหมอแก้วเบาๆ ก่อนจะหมดลมหายใจ แล้วก็นอนตายอยู่ข้างๆ เธอ

“ฉันยังจำได้ดี วันแรกที่ฉันเจอเธอ”

“หมอสาวไฟแรง เดินมาสมัคร เข้าโรงพยาบาลบ้าอย่างตั้งใจ”

“เธอตั้งใจทำงาน ช่วยเหลือคนไข้จริงๆ”

“ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไร เธอ… จะไปถึงคนแรก”

“อยากดู พระอาทิตย์ขึ้นด้วยกัน จังเลยน๊า”

“เห้อ! น่าเสียดายจัง”

5 นาทีผ่านไป หมอแก้วก็ฟื้นขึ้นมา เธอหายใจรัวๆ ด้วยความตกใจ หลังจากนั้นก็หันมามอง ร่างของ พ.อ. กิ่ง ที่ไร้วิญญาณ หมอแก้ว ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เธอร้องไห้และโวยวายเสียงดังไปทั่วทั้งคุกใต้ดิน เสียงของเธอนั้น ดังสนั่น ลอยไปไกลขึ้นไปถึง หน้าตึกบนคุกใต้ดิน หมอแก้ว อุ้มร่างของ พ.อ. กิ่ง ที่ไร้วิญญาณ เดินออกมาจากคุกใต้ดิน ผ่านห้องผู้ป่วยมากมาย แล้วก็ออกมาตรงสนามหญ้าข้างนอก เธอคุกเข่าลง

พร้อมกับร้องไห้อีกครั้ง น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด เจ้าหน้าที่ รีบเข้ามาหาเธอเพื่อทำการช่วยเหลือ แสงอาทิตย์อ่อนๆ สาดส่องลงมา เพื่อบอกเวลาเช้า สำหรับวันนี้ของหมอแก้ว มันช่างเป็นเช้าที่โศกเศร้า แม้ไอแดดจากดวงอาทิตย์ ก็มิอาจปลอบประโลม ความเศร้าที่อยู่ในใจเธอได้ หมอแก้ว นอนร้องไห้อยู่บนสนามหญ้า โดยที่มีร่างของ พ.อ. กิ่ง อยู่ตรงหน้า ที่หมอเพียงพูด มันก็ถูกอย่างหนึ่ง หมอแก้วคิดในตอนนั้น

“ถึงแม้จะหยุด หรือกำจัดความบ้าคลั่งลงได้”

“ก็จะมีความบ้าคลั่งใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีก”

“เราไม่สามารถ ทำให้มันหายไปได้หรอก”

“เพราะมนุษย์คือ…”

“ความบ้าคลั่ง”

เคส…44

ประสบการณ์และความทรงจำ เป็นของมีค่าสำหรับคนหนุ่มสาว ยิ่งเยอะยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย แต่อย่างน้อยมันก็คือประสบการณ์ เพื่อให้เราได้เติมโต แต่สำหรับคนอายุมากๆ ถ้าหากมีความทรงจำที่เลวร้ายเยอะๆ มันไม่ต่างอะไรกับฝันร้าย ที่จะคอยหลอกหลอน จนกว่าจะหมดลมหายใจ เพราะเราไม่สามารถเติบโตได้ ไปได้มากกว่านี้ ได้แต่รอเวลา เพื่อให้ร่างกายนี้กลายเป็นปุ๋ยผง เพราะแบบนี้

หากทั้งชีวิตคุณไม่ค่อยมีเรื่องดีๆ การที่ความจำเสื่อม มันคงไม่ใช่เรื่องแย่ซะทีเดียว หากยังมีเวลาและอายุยังน้อย ฉันแนะนำ… ควรสร้างความทรงจำดีๆ ไว้เยอะๆ แม้จะเป็นความสุขเพียงเล็กน้อย ก็จงเก็บเกี่ยวมันไว้เถอะ เพื่อเก็บเอาไว้ สำหรับดื่มด่ำในช่วงบั้นปลายชีวิต ขอเตือน! ในฐานะ คนที่อายุหกสิบกว่า แต่ร่างกายเหมือนคนอายุยี่สิบต้นๆ อยากจะตายแต่ก็ตายไม่ได้ แถมความทรงจำดีๆ นั้น ก็ช่างน้อยนิดเหลือเกิน

แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ยังดีใจ ที่ได้ใช้… ชีวิต หลังจากยุติความบ้าคลั่งลงได้ ฉัน… หมอแก้ว ได้รับตำแหน่ง พ.อ. ของโรงพยาบาลจิตเวช ที่ชื่อว่า ฟินาเล่ แหล่งพักพิงสุดท้าย ของคนที่หัวใจแตกสลาย คนที่เข้ามาที่แห่งนี้ แทบจะน้อยมากๆ สิบปีจะมีซักคนที่ได้ออกไปแล้วใช้ชีวิต นอกจากจะดูแลคนไข้แล้ว ฉันต้องดูแลเรื่องอื่นๆ ด้วย พึ่งรู้ว่ามันเหนื่อยมากๆ พ.อ. กิ่ง คงจะเหนื่อยแบบนี้แน่ๆ แถมมีหมอที่ดื้อแบบฉันด้วย

คงจะประสาทเสียสุดๆ ฉันคิดถึงเธอจัง เวลามักจะสั้นเสมอ เมื่อเรารู้สึกรักหรือชอบใครขึ้นมา นี่เวลาก็ผ่านมานานแล้วกว่าสามสิบปี ฉันยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม ทำงาน ดูแลคนไข้ และคนอื่นๆ ในฟินาเล่ ช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันเห็นผู้คนมากมาย บางคนได้ออกไปใช้ชีวิตสร้างครอบครัว บางคนก็เจ็บป่วย หรือไม่ก็ตายจากไป บางคนก็หายไปเฉยๆ แล้วไม่ได้เจอกันอีก คนในเมืองที่ฉันเคยเห็น เด็กตัวน้อยๆ ที่ช่วยแม่ขายของในวันนั้น

ตอนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานมีสามีและลูก ที่อายุพอๆ กับแม่ของเธอเอง ที่ฉันเคยเห็นเมื่อวันเก่า ฉันเข้าไปซื้อของอยู่บ้าง เพื่อเดินสำรวจ บางคนถึงกับตกใจ พวกเขาเคยเห็นฉันเมื่อตอนยังเด็ก แต่ถึงเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ร่างกายของฉันก็ไม่แก่ลงเลย ได้แต่แก้ตัว ว่าดูแลตัวเองดีๆ กินอาหารดีๆ ทั้งๆ ที่ฉัน เอาแต่กระดกเหล้า พอๆ กับ พ.อ. กิ่ง แถมสูบบุหรี่จัดอีกด้วย วันหนึ่งไม่ต่ำกว่าสองซอง ตั้งแต่ที่รับพลังนี้มา

จะเรียกพลังได้ไหมนะ พลังวิเศษหรือคำสาปกันแน่ เอาเป็นพลังวิเศษนั่นแหละ อย่างที่รู้กัน ว่าพลังนี้มันสามารถสลายไปได้ หากได้รับเลือดของผู้ป่วย HIV (เอดส์) ฉันจึงไม่ค่อยได้มีอะไรกับใคร ในโรงพยาบาล ถ้าเกิดอารมณ์ ฉันจะช่วยตัวเอง หากว่าจะมีจริงๆ ก็ใส่ถุงป้องกันตลอด คงไม่ต้องบอกนะว่าถุงอะไร คงไม่ใช่ถุงใส่แกงแน่นอน แถมในยุคปัจจุบัน ก็มีของเล่นสนุกสุดหรรษามากมาย ที่สามารถเอามาใช้ เพื่อสนองความหงี่

คนเรานี่ก็ช่างคิดเนอะ สันหาสร้างสิ่งแปลกใหม่ขึ้นมา เพื่อทดแทนอะไรบางอย่าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ถ้าหากฉันไม่มีพลังนี้ คงแก่ตายหรือไม่มีโอกาสได้ใช้ อุปกรณ์เสียวสุดหรรษาพวกนี้ ฉันหวังว่าวันหนึ่ง หากฉันตายไปแล้ว และได้มีคนอ่านไดอารี่นี้ จงรู้ไว้ว่า…

ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตู

“พ.อ. คะ พ.อ.! พ.อ. แก้ว” พยาบาลคนหนึ่ง ยืนเรียกชื่อ หมอแก้ว หน้าห้องทำงาน

“จ้า! เข้ามาได้เลย”

“เอกสาร ส่งตัวผู้ป่วยใหม่ค่ะ”

“ขอบคุณนะ”

“นี่ พ.อ. เมาอีกแล้วหรอค่ะ”

“ไม่นิ! ทำไมหรอ”

“ฉันเข้ามาทีไร ก็ไดแต่กลิ่นเหล้า”

“เอาน่ะ คิดซะว่า กลิ่นน้ำหอมใหม่แล้วกัน”

“ค่ะ ค่ะ!”

หลังจากรับเอกสารมา หมอแก้ว ก็ออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก เธอหายใจเอาควันเข้าปอด พร้อมกับดูตึกผู้ป่วยใหม่ ที่เธอตั้งใจสร้างเองกับมือ จากเหตุการณ์สุดสลด เมื่อสามสิบปีก่อน หลังจากที่เธอได้เป็น พ.อ. หมอแก้ว ก็สั่งทุบตึกทิ้ง แล้วสร้างใหม่ทั้งหมด ไม่มีห้องลับ ไม่มีที่แปลกๆ หลังจากทุบ เธอก็เดินสำรวจ ค้นหาทุกซอกทุกมุมในฟินาเล่ แม้แต่ห้องขังพิเศษ หรือคุกใต้ดิน ก็เดินลงบันไดไปแค่ชั้นเดียว ห้องผู้ป่วยส่วนใหญ่

จะเป็นกระจกหนา และอุปกรณ์ต่างๆ ก็ปลอดภัย สำหรับหมอและคนไข้ เพื่อไม่ให้เกิดอันตราย และเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ถึงทุกอย่างจะเปลี่ยนไป แต่ก็ยังมีคนแอบไปมีอะไร ไม่ว่าจะเป็น หมอ พยาบาล หรือคนไข้ ซึ่งตัวหมอแก้วเอง ก็รู้และเห็นมาตลอด แต่เธอก็ไม่ได้ว่าหรือห้ามอะไร เพราะเธอรู้ดี มันเป็นเรื่องธรรมชาติ คนที่ทำงานในนี้ ไม่ต่างอะไรกับการโดนเอามาปล่อยเกาะ ถึงแม้จะมีมือถือ มีอินเตอร์เน็ต ก็ไม่ได้ช่วย

คลายเหงามากซักเท่าไหร่ หลังจากสูบบุหรี่เสร็จ หมอแก้ว ก็เดินเข้าไปยังตึกชั้นใน เดินดูผู้ป่วย และการทำงานของ หมอและพยาบาล ทุกคนที่อยู่ที่นี้นั้น เป็นคนใหม่แทบจะ 100% ไม่เหลือคนเก่าๆ ที่เคยทำงานกับ หมอแก้ว จะเหลือก็แต่ ยามหน้าประตู กับบุรุษพยาบาลหนึ่งคน บุรุษพยาบาลคนนี้เรียกได้ว่า เป็นมือขวาของ หมอแก้วเลยก็ว่าได้ เพราะเขารู้เรื่องของหมอแก้ว แถมยังคอยช่วย คนที่จะเข้ามาหาเรื่องกับหมอแก้วด้วย

หลังจากที่เดินสำรวจเสร็จ หมอแก้ว ก็กลับไปนอนพักที่ห้อง ในคืนนั้นเธอรู้สึกเปลี่ยว อยากจะได้ใครมานอนข้างๆ พร้อมกับช่วยให้ความอบอุ่นเธอ หมอแก้ว อยากออกไปหาใครซักคน เธอนอนพลิกตัวไปมาบนเตียง เธอดึงปิ่นปักผมบนหัวออก หมอแก้วมองมัน แล้วก็คิดถึง พ.อ. กิ่ง เธอกำมันไว้แน่น หลังจากนั้นก็เอามาหอม พร้อมกับใช้มือขวา ร่วงลงไปที่หว่างขาของตัวเอง ก่อนจะใช้นิ้วทั้งสาม สอดเข้าไปในรูของเธอ

ทำไปได้ซักพัก มันก็เริ่มแฉะและเปียกได้ที่ หมอแก้ว ดึงนิ้วออกมาจากรูของเธอตรงหว่างขา แล้วก็ละเลงน้ำเมือกใสๆ ลงบนปากทางเข้ารูเสียวของเธอ หมอแก้วทามันจนทั่ว แล้วถูพร้อมกับขยี้ไปที่เม็ดของเธอ เพื่อน้ำเมือกซึมลงไปบนเม็ดชมพูอ่อน เธอเริ่มส่งเสียงครางออกมาเบาๆ เพราะมีอารมณ์ พอนิ้วเริ่มเข้าออกรูได้อย่างสะดวก หมอแก้ว ก็เริ่มรัวนิ้วเข้าไปในรูด้วยความเมามัน เธอถ่างขาออกกว่าง พร้อมกับแอ่นตัวขึ้น

สีหน้าของเธอดูฟินและเสียวมากๆ หมอแก้วครางออกมาดังๆ เมื่อนิ้วทั้งสามของเธอยัดเข้าไปสุดโคน หลังที่รัวนิ้วเข้าออกรูอยู่นาน เธอก็เปลี่ยนมาใช้ปิ่นปักผมที่ถืออยู่ในมือ ยัดเข้าไปในหอยของตัวเอง พอยัดเข้าไป เธอก็ใช้ปิ่นปักผม วนเป็นวงกลมในรูของเธอ มันทำให้หมอแก้วเสียวมากๆ หลังจากนั้นเธอก็ออกแรงที่มือ กระซวกปิ่นปักผม เข้าออกรูของเธออย่างรวดเร็ว หมอแก้วอ้าปากค้าง พร้อมกับครางเสียงดังเพราะความเสียว

ไม่นานนัก ก็มีน้ำพุ่ง ออกมาจากรูหอยของหมอแก้ว เธอกระตุกแรงๆ หลายครั้ง นอนบิดไปบิดมาบนเตียง ก่อนจะเผลอหลับไปเพราะความเพลีย หมอแก้วตื่นมาในตอนเช้า ในตอนที่จะลุกไปอาบน้ำ เพื่อไปทำงาน มือของเธอก็ยังคงถือปิ่นปักผมอยู่ เธอมองมันแล้วก็ยิ้ม หมอแก้วลุกไปเข้าห้องน้ำ หลังจากปิดประตูห้องน้ำได้ไม่ถึงนาที ก็มีเสียงครางออกมาจากห้องน้ำ หมอแก้วเปิดฝักบัวจนสุด พร้อมกับนั่งลงบนพื้นห้องน้ำ

น้ำอุ่นๆ ที่ไหลออกจากฝักบัวแรงๆ หมอแก้วเอามาไว้หว่างขาของตัวเอง แล้วก็จ่อไปที่หอยใกล้ๆ แรงดันน้ำที่พุ่งออกมานั้น มันช่างทำให้เธอฟินซะเหลือกิน หมอแก้วเอาฝักบัวเอาไว้ใกล้ๆ หอยของตัวเอง แล้วก็ถูไปถูมาตรงนั้น เธอเอามือแตะไปที่กำแพงห้องน้ำ แล้วก็ครางออกมาดังๆ พร้อมกับทำหน้าเสียวสุดขีด น้ำอุ่นๆ ที่ไหลออกมาแรงๆ จากฝักบัว มันทำให้เธอฟินหอยจนทนไม่ไหว ไม่นานนักเธอก็ถึงสวรรค์ หลังจากเสร็จกิจ

เธอก็แต่งตัวไปทำงาน ในระหว่างที่กำลังเดินลงบันไดไปกินข้าว เธอก็ได้ยินเสียง ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังบวกกันในห้องอย่างเมามัน ฝ่ายหญิงดูเหมือนว่า จะโดนของใหญ่มากๆ เธอครางออกมาด้วยความฟิน จนเสียงนั้น ดังลั่นสนั่นไปทั่วทางเดิน หมอแก้ว แอบขำเบาๆ แม้กระทั่งกำลัง สั่งอาหาร เธอก็หลุดขำออกมา จนคนแถวนั้น ถามหมอแก้วว่า เป็นอะไร เธอยิ้มพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเอาอาหารไปนั่งกิน

ในช่วงเย็นก่อนจะเลิกงาน บุรุษพยาบาลคู่ใจ เขาเดินเข้ามา พร้อมกับถามหมอแก้วว่า ได้ดูเอกสารหรือยัง วันนี้จะมีคนไข้ใหม่เข้ามา หมอแก้วยิ้มแห้ง พร้อมกับบอกว่ายังเลย บุรุษพยาบาลถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะลื้อเอกสารบนโต๊ะของเธอ แล้วก็ยื่นเอกสารชุดหนึ่งให้เธอ

“เคส 44 งั้นหรอ”

“ใครกันนะ” หมอแก้ว พลิกเอกสารไปมา ด้วยความสงสัย

“ไหนขอดูสิ อืมมมม สาวสวยคนนี้ เธอเป็นใครกันนะ”

“หึ! อายุยังน้อยอยู่เลย ทำอะไรมาเนี่ย” หมอแก้ว รีบพลิกเอกสารอ่าน เพื่ออยากรู้

“อ่าาา ฆ่าคนตายงั้นหรอ”

“แถมบอกด้วย! ว่าตั้งใจฆ่า”

“ไม่เบานะเนี่ย ชักอยากเจอตัวจริงแล้วสิ”

“ระวังหน่อยก็ดีนะครับ พ.อ.”

“ผมได้ข่าวมาว่า เด็กคนนี้ กว่าจะจับมาได้”

“เล่นเอาตำรวจ หมอ พยาบาล เจ็บหนักกันเป็นแถวเลย”

“เก่งขนาดนั้นเลยหรอ!”

เมื่อถึงเวลา ประตูเหล็กบานใหญ่เก่าๆ ของฟินาเล่ถูกเปิดขึ้น มีรถคันหนึ่งขับเข้ามา แล้วก็จอดที่หน้าตึก เด็กสาวตัวเล็กๆ ผมสั้นผอมบาง เนื้อตัวและใบหน้าขาวซีด เดินเข้ามาช้าๆ อากาศเริ่มอบอ้าว ท้องฟ้ามืดครึ้มเหมือนฝนจะตก ไม่นานนัก ฝนก็ตกลงมาเบาๆ หมอแก้วเดินลงบันได แล้วเข้าไปหา เด็กสาวคนนั้นใกล้ๆ เด็กน้อยที่ก้อมหน้าอยู่ เธอมองรองเท้าส้นสูงสีแดง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ แล้วก็มองไปที่ หมอแก้ว ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์

“หมอแก้วครับ เด็กใหม่ ได้ข่าวว่าคนนี้เอาเรื่องเลย ไงก็ระวังด้วยนะครับ” ผู้คุมบอก หมอแก้ว ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันระวังตัวอยู่แล้ว”

“โถ่! คุณหมอครับ แต่เด็กนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ เล่นเอาทั้งตำตรวจและหมอเหมอ เจ็บสาหัสไปหลายคนเลย”

“เก่งขนาดนั้นเชียวเลยหรอคะ เด็กคนนี้ ไหนดูซิ สาวน้อยเธอเป็นอะไรมา”

“ฉัน…ฆ่าคนตาย” เด็กสาวตอบเบาๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

หลังจากที่เธอพูดจบฟ้าก็ผ่าลงมา ราวกับหนังสยองขวัญ ที่ฉันเคยดูในทีวี เวลาตัวร้ายพูดอะไร น่ากลัวๆ ออกมา แต่ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก เพราะนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรก ที่มีคนไข้พูดหรือข่มขู่ หรือทำให้ฉันกลัว

“จริงหรอจ๊ะคนสวย ภายใต้ใบหน้า ที่น่ารักของเธอ คงมีอะไรที่อัตรายซ่อนอยู่สินะ”

“คุณเอง… ก็คงเหมือนกันสินะ ภายใต้ใบหน้า และรูปร่างที่สวยงาม คงซ่อนอะไรเอาไว้เหมือนกัน”

“งั้นเรามาสนิทกันไว้ดีกว่าเนอะ เธอคงไม่อยากเอาอีกด้านออกมา ฉันเอง… ก็เหมือนกัน”

หมอแก้ว พูดพร้อมกับยื่นมือออกไป เพื่อที่จะจับมือกับเธอ ส่วนตัวเธอเองนั้น ก็ยื่นมือออกมา แล้วก็…

แป๊ะ!

เธอตบเข้ามาที่หน้าของหมอแก้วอย่างจังหนึ่งที ก่อนที่จะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

“ค่ะ!…คุณหมอ”

ฉันหันหน้ากลับไปยิ้มให้เธอ พร้อมกับพูดว่า

“ค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่ฟินาเล่”

“ฉัน… หมอแก้ว ส่วนเธอล่ะสาวน้อย ชื่ออะไร” หมอแก้วถาม พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ สาวน้อย

“ฉันชื่อ…”

“ขิ๋ม”

ชมรมสยองหลังเที่ยงคืน

ภายในฟินาเล่อันกว้างใหญ่นี้ ได้ถูกปรับเปลี่ยน ถูกทำลาย และถูกสร้างขึ้นใหม่ เพื่อกลายเป็นความหวัง ของผู้คนอีกมากมาย ที่หวังพึ่งพาที่แห่งนี้ โรงพยาบาลจิตเวช ที่แสนห่างไกลความเจริญ ห้อมล้อมไปด้วยผืนป่า ทุ่งหญ้าและภูเขา ยิ่งเวลาผ่านไป ก็ยิ่งค้นพบว่า มีคนไข้แปลกๆ อีกมาก ที่ยังไม่ถูกค้นพบ เวลาเปลี่ยน ประสบการณ์ก็เปลี่ยน บางคงโดนกระทำ หรือไม่ก็สะสมความเครียดจากงาน และครอบครัว แต่ถึงอย่างนั้น

ปัญหาหลักๆ มันก็มาจากความรัก รักในหลายๆ รูปแบบ เขาถึงบอก ความรักทำให้คนเป็นบ้า ขิ๋ม คนไข้คนใหม่ เธอดูน่าสนใจพอสมควร เธอกลายเป็นฆาตกร ทั้งๆ ที่อายุยังน้อย ปัญหาของเธอนั้น มาจากเรื่องรักและเซ็ก หมอแก้ว ค่อยๆ คุยและสัมภาษณ์เธอ ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นคนหยิ่งและอารมณ์ร้าย แต่ลึกๆ แล้ว คนเราไม่มีใครอยากเป็นคนไม่ดีหรอก ในช่วงแรกที่เธอมาถึงที่นี่ ขิ๋มเอาแต่เก็บเนื้อเก็บตัว ไม่ค่อยพูดหรือสุงสิงกับใคร

วันๆ เธอจะเอาแต่นั่งเหม่อ มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ฉันไม่เคยเห็นเธอยิ้มเลย พอเริ่มคุยกัน ถึงได้รู้ว่า เธอผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง ชีวิตของเธอนั้น ก็ลำบากไม่แพ้ใคร ทั้งๆ ที่เกิดมาในครอบครัว ที่ดีออกจะเพียบพร้อม ฉันเลยแอบสงสัย ขิ๋มก็เป็นเด็กเรียนดี ฉลาด แถมนิสัยดีด้วย แต่มันเกิดเรื่องเมื่อเธอ แอบไปรักแม่ของตัวเอง ไม่ใช่แม่แท้ๆ หรอก เขาเป็นแฟนใหม่ของพ่อ ส่วนเรื่องเซ็กนั้น ฉันมองว่า เธอเป็นทั้งคนกระทำและถูกกระทำ

ตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ก็สามเดือนพอดี ได้คุยกันจริงๆ จังๆ ไม่กี่ครั้ง แล้วก็… พวกเราสองคน เคยมีอะไรกันครั้งหนึ่ง ตอนนั้นฉันแอบเผลอใจด้วยความสงสาร ตอนที่เธอกำลังเล่าเรื่องราวในชีวิต ฉันมองเข้าไปในตาของเธอ ฉันมองเห็นแต่ความโศกเศร้า ที่ถูกบดบังไว้ด้วยความแค้น ฉันจึงปล่อยตัว และลองให้เธอทำตามใจอยากที่ต้องการ มันก็รู้สึกดีนะ เพราะฉันก็ไม่ได้มีอะไรกับใครมานานแล้ว หลังจากนั้น พวกเราก็สนิทขึ้น

พูดคุยกันมากขึ้น เธอเปิดใจมากขึ้น จนเราสองคน สามารถก้าวข้ามผ่านระหว่างคนไข้กับหมอ เราคุยกันอย่างสนิทใจและเป็นกันเอง เธอเริ่มสดใสร่าเริง และมีเพื่อนในโรงพยาบาลเยอะขึ้น จะว่าไป จริงๆ แล้ว ขิ๋มไม่ใช่คนป่วยหรอกนะ แค่พฤติกรรมของเธอ มันสุ่มเสียง แม่ของเธอเลยตัดสินใจ นำเธอมารักษาที่นี่ แทนที่จะไปสถานพินิจ ฉันหวังว่าขิ๋มจะดีขึ้น แล้วได้ออกไปจาก ฟินาเล่แห่งนี้ในไม่ช้า ได้ใช้ชีวิตอิสระอีกครั้ง

“แก้วจ๋า”

“จ๊ะว่าไงขิ๋ม”

“วันนี้ท้องฟ้า สวยจังเลยเนอะ”

“หรอ แต่ฉันว่า ขิ๋มสวยกว่านะ” หมอแก้ว พูดพร้อมกับเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆ ขิ๋ม

“อื้มมม จริงหรอ ปากหวานนะเดี๋ยวเนี้ย”

“รู้ได้ไง เคยชิมแล้วหรอ”

“เคยแล้วสิ ไม่ได้หวานแค่ปากด้วย” ขิ๋ม พูดออกมาพร้อมยิ้มอ่อนที่มุมปาก

ขิ๋ม ยื่นหน้าเข้ามาหาหมอแก้วใกล้ๆ แล้วก็ใช้ริมฝีปาก ประกบเข้าไปที่ปากของหมอแก้วเบาๆ ก่อนจะเอาลิ้นดุนเข้าไปแล้วก็ตวัดไปมาในปากของหมอแก้ว ทั้งคู่นั่งเล่นตรงสนามหญ้า หน้าตึกผู้ป่วย พวกเธอยิ้มและมีความสุขกันมาก จนคนไข้คนอื่นๆ แอบอิจฉา และชอบล้อพวกเธอสองคนบ่อยๆ บอกให้แต่งงานกันเลย พวกเธอมักจะหัวเราะเป็นประจำ หมอและพยาบาลคนอื่นๆ ก็รู้ดีว่า ขิ๋มกับหมอแก้ว มีอะไรกันบางอย่าง

แต่คนอื่นก็ไม่พูดอะไร เพราะหมอแก้วบอกว่า ให้ทำกับขิ๋มเหมือนกับคนไข้คนอื่นๆ ไม่ต้องเกรงใจหรือให้สิทธิพิเศษอะไร แต่ขิ๋มก็เป็นเด็กดี เป็นที่รักของทุกคน ใครๆ ก็ต่างพากันชม และชอบขิ๋มเอามากๆ ทั้งเพื่อนคนไข้เอง หรือหมอและพยาบาล เธอมักจะหยอกล้อเพื่อนๆ คนไข้ อย่างน่ารัก ถึงเธอจะไม่ได้ป่วย แต่เธอก็รู้ดีว่า คนไข้ที่นี้เป็นยังไง เธอเข้าใจดี และไม่เคย หวาดกลัวหรือรังเกียจเลย จะว่าไปแล้วนี้คือความรัก

ระหว่างคนอายุหกสิบกว่า กับเด็ก อายุยี่สิบ หมอแก้วดูจะรักและชอบเธอมากๆ เพราะหมอแก้ว อยากจะช่วยให้ขิ๋ม กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างปกติ อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น สภาพจิตใจของเธอ ก็จะดีขึ้น โดยไม่ต้องกินยา วันนั้น ทุกคนกินข้าวอาบน้ำเสร็จ พอถึงช่วงดึกหลังจากที่เข้านอนกันหมดแล้ว ขิ๋ม และเพื่อนๆ คนไข้อีก สามคน พวกเธอนัดกัน จะมาเล่าเรื่องผี ตอนกลางวันขิ๋มถามคนไข้ว่า ใครกลัวผีบ้าง บางคนเมื่อได้ยินคำว่าผี

ก็วิ่งหนี แล้วก็ไปแอบมุมห้อง บางคนถึงกับส่ายหน้าแล้วก็ร้องว้ายๆ มีอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้น ขิ๋มเลยชวนหาอะไรสนุกๆ ทำ ในคืนนั้น เหล่าเพื่อนๆ ที่นัดกันไว้ ก็ลุกออกจากเตียง คลานไปที่หลังห้อง ขิ๋มแอบเอาไฟฉายมาได้ 1 อัน พวกเขาเอาผ้าผืนใหญ่มา แล้วก็คลุมเอาไว้ พวกเขาทั้งสี่คนผลัดกันเล่าเรื่องผี หนึ่งในนั้นเล่าว่า เมื่อก่อนก็เคยมีชมรมแบบนี้เหมือนกันที่นี่ พวกเขาจะมารวมตัวกันเพื่อเล่าเรื่องสยอง หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ

โรงพยาบาลแห่งนี้ พวกขาเล่าและบอกต่อๆ กันมา เกี่ยวกับเรื่องชมรม ชายคนนั้นบอกว่า เขาเคยได้ยิน คนสวนที่นี่เล่าให้ฟังว่า ที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นแบบที่เห็น เมื่อก่อนจะมีห้องลับ และที่แปลกๆ มากมาย ห้องของชมรมสยองจะอยู่ชั้นสองติดระเบียง ตรงสวนดอกไม้ ที่เมื่อก่อนเป็นตึกเก็บเอกสาร ในนั้นจะเป็นห้องว่างๆ เข้าออกผ่านประตูลับ ชายคนนั้นเล่าต่อว่า แต่เรื่องนี้มันยังไม่แปลกพอ มีคนเคยเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับ

ผีพยาบาล ที่จะออกมาหา คนไข้ที่ไม่ยอมนอน

“ใครเล่าให้ฟัง หมอหรือพยาบาล”

“เพราะเขา อยากให้เรานอนไว้ๆ ล่ะสิ” ขิ๋มพูดขึ้นมา

“ด ด ด เดี๋ยว สิ ขิ๋ม อย่าพูดแทรก” ชายที่กำลังเล่าเรื่อง พูดกับขิ๋ม

“ใช่! ขิ๋มเด็กเลว อย่าพูดแทรกสิคะ” ผู้หญิงในกลุ่มบอกกับขิ๋ม

“จ๋าๆ เดี๊ยนขอโทษนะคะ กราบขออภัย อะๆ เล่าต่อ”

ชายคนนั้นเล่าต่อ ผีพยาบาลคนนั้น จะออกมาหาคนไข้ที่ยังไม่นอน รวมไปถึง บุรุษพยาบาล และหมอที่เขาเวรดึก เธอจะมาหลอกล่อในสภาพที่สวยและดูดี เซ็กซี่น่าขยี้ เพื่อให้คนที่เธอหลอก ไปมีอะไรด้วย หลังจากมีอะไรกันเสร็จ คนๆ นั้นก็จะสลบไป แล้วไปฟื้นอีกที่ ที่บันไดหนีไฟ

“ร่านจัง! ขนาดเป็นผี ยังจะร่านอีก”

“สงสัยตอนทำบุญ ต้องใส่ดิลโด้ ไปให้แล้วมั้ง”

“โถ่วววว คุณขิ๋ม!”

“อะๆ โทษๆ เล่าต่อเลย ฉันจะไม่พูดล่ะ”

ชายคนนั้นเล่าต่อว่า เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในหมู่พวก หมอและบุรุษพยาบาล ใครที่เขาเวรดึก พวกเขาจะไม่เดินไปแถวบันไดหนีไฟ แต่ก็ยังมีคนที่ชอบแอบไปสูบบุหรี่ วันหนึ่งมีบุรุษพยาบาล แอบไปสูบบุหรี่แถวบันไดหนีไฟ ถึงจะกลัวแต่ด้วยความเสี้ยนบุหรี่ เขาจึงไปแอบสูบที่บันไดหนีไฟ เพราะกลัวคนว่า ในขณะที่สูบ เขาก็ระแวงไปด้วย ไม่นานนัก เขาก็ได้เสียงเดิน เป็นเสียงรองเท้าส้นสูง เดินมาช้าๆ ตรงมาที่บันไดหนีไฟ

ชายคนนั้น รีบสูบบุหรี่ให้หมดในรวดเดียว แล้วก็วิ่งออกมาไม่มองไปข้างหลัง แต่ก่อนจะเลี้ยวเขาหันกลับไปมอง เขาจึงเห็น พยาบาลสาว เดินท่าหกสูง โดยที่มือของเธอ ใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ พอบุรุษพยาบาลคนนั้นหันไปมอง ผีพยาบาลคนนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับใช้มือ วิ่งมาบุรุษพยาบาลเร็วๆ นี่คือเรื่องแรก เรื่องที่สองก็คือ มีคนเคยมีอะไรกับ ผีพยาบาลสาวนั้นจริงๆ ในคืนหนึ่ง หมอผู้ชายที่เข้าเวรดึก เขาหน้าตาดีพอสมควร

เขาได้นัดพยาบาลคนหนึ่ง เพื่อไปมีอะไรด้วยตอนดึก หมอชาย เดินไปรอก่อน พวกเขาเลือกที่จะไปทำในห้องเก็บยา แต่ห้องนั้น อยู่ใกล้ๆ บันไดหนีไฟ พยาบาลสาวบอกกับหมอว่า เธอกลัวให้เปลี่ยนที่ แต่หมอชายบอกว่า ที่นี้แหละเงียบดี ไม่ต้องกลัวผีหรอก พยาบาลเลยตอบตกลง หมอชายเดินไปรอที่ห้องเก็บยา ไม่นานนัก พยาบาลก็เดินเข้ามา หมอชายกำลังยืนหันหลังอยู่ พยาบาลสาวกอดเข้ามาจากด้านหลัง

พอหมอชายคนนั้นหันไปดู เขาก็ต้องแปลกใจ เพราะไม่ใช่พยาบาลคนเดียว กับที่เขานัดไว้ พยาบาลคนนั้นบอกหมอว่า เธอคนนั้นไม่มาหรอก มีแต่เธอเท่านั้นแหละ เธอถามหมอว่า อยากมีอะไรด้วยกันไหม พยาบาลคนนั้นบอกว่า เธอได้ยิน หมอกับพยาบาลคุยกัน ว่าจะแอบมาทำอะไรเสียวๆ ในห้องเก็บยา เธอจึงแอบตามมา หมอชายคิดอยู่ซักพัก ก่อนจะตอบตกลง จากนั้นทั้งสอง ก็เริ่มบรรเลงเพลงรักกันอย่างเมามัน

โดยที่หมอเข้าไปจูบดูดปาก และแลกลิ้นกับพยาบาล มือของเขา ก็ล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ ส่วนพยาบาล ก็ล้วงกลับ เธอล้วงเข้ามาในกางเกงของหมอ แล้วก็ถูๆ แท่งเสียว ดึงขึ้นดึงลงช้าๆ หมอชายทำหน้าเสียว ก่อนจะถอดกางเกง แล้วก็จับหัวของพยาบาลสาว ให้ลงไปใช้ปากทำให้กับเขา หมอชาย จับหัวพยาบาลสาว แล้วก็โคกหัวของเธอไปที่เป้าของตัวเอง พยาบาลสาว ใช้ปากอมเข้าไป พร้อมกับลิ้นอันแพรวพราว

เลียและตวัด ไปทั่วทั้งแท่งเสียวของหมอ ในขณะที่กำลังอมอยู่นั้น พยาบาลสาวก็คอยก็มือสวยๆ ของเธอ ชักและรูดขึ้นรูดลงไปด้วย ทำให้หมอ ครางออกมาดังขึ้นเพราะความเสียว ไม่นานนัก พยาบาลสาว ก็ค่อยๆ ถอดเสื้อและประโปรงของเธอออก ไม่เหลือแม้แต่ชุดชั้นใน

“คุณหมอคะ ฉันร้อนจังเลย ถอดเสื้อนะ” พยาบาลสาว พูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า

“คุณหมอไม่ร้อนหรอคะ ฉันช่วยถอดให้นะ” พอพูดจบ พยาบาลสาวก็ค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าของหมอออก

“ร้อนจังเลย เมื่อไหร่หมอ จะแทงเข็มเข้ามาซักที” พยาบาลสาว ทำหน้ายั่วยวน ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“ฉันทำ จนกรามจะค้างแล้วนะ”

หลังจากที่ พยาบาลสาวอ้อนวอนความเสียวอยู่ซักพัก หมอชายคนนั้น ก็จับเธอหันหลัง แล้วก็ยัดแท่งเสียว เข้ารูของเธอจากด้านหลัง ก่อนจะซอยถี่ๆ หมอคนนั้น จับก้นของพยาบาลสาว ที่กำลังร้องครวญครางด้วยความเสียว แล้วก็กระแทกแรงๆ แบบไม่ยั้ง เสียงดัง ตับ ตับ ตับ ดังลั่นไปทั่วทั้งห้องเก็บยา หลังจากที่ยืนทำท่าหมากันอยู่นาน หมอก็จับพยาบาล พลิกตัวกลับมา หันหน้าเข้าหาตัวเอง ก่อนจะยัดแท่งเสียวเข้ามาใหม่

หมอคนนั้น เริ่มกระแทกเร็วขึ้นและแรงขึ้น ส่วนพยาบาล ก็ยังคงครางด้วยความเสียว หมอชายเข้าไปดูดปากเธอ แล้วก็ซอยแท่งเสียวเข้ามาด้วย พยาบาลสาวทำหน้าเสียว เอามือจับไปที่ชั้นเก็บยาข้างหลังเพื่อยึดไว้ น้ำของเธอเริ่มไหลออกมาเยอะขึ้น หมอชายยังคงซอยถี่ๆ ไม่หยุด

“อ๊อย อ๊อย เสียวจัง เข็มหมอใหญ่มากเลย”

“อ๊อย ลึกอะ! ทำไมของหมอใหญ่จัง อ๊า อ๊า อ๊า” พยาบาลสาวทำตาโตตื่นเต้น ตอนพูดกับหมอชาย

“อ๊อย หมอข๋า นู๋เสียว อ๊า อ๊า อ๊า”

“หมอข๋าชอบไหม ของนู๋ ฟิตหรือป่าว”

“ฟิตจ๊ะ อุ๊ย! ตอดดีจัง อ้า ซี๊ด”

“อ๊อย! เสียว แน่นจัง คับมากเลย อื้มมมม”

“หมอคะ หมอออ อ๊า อ๊อยหมอ อ๊า อ๊า อ๊า”

หลังจากที่หมอชาย ยืนซอยรูของพยาบาลสาวอยู่นาน เขาก็นอนลง แล้วเปลี่ยนมาให้พยาบาลสาว เป็นคนควบคุมความเสียว พอหมอลงมานอน พยาบาลสาวก็คร่อมไปที่ตัวเขาทันที่ ก่อนจะจับแท่งเสียวอันใหญ่ ยัดเข้าไปในรูของตัวเอง แล้วก็เริ่มโยกรัวๆ ด้วยความมัน เธอโยกไปพร้อมกับครางออกมาเสียงดัง ขณะที่กำลังโยกด้วยความเสียวอยู่นั้น หมอชาย ก็เอามือทั้งสองข้างขึ้นมาบีบหน้าอกเธอไว้ เขาลุกขึ้นมา

แล้วก็ใช้ปากดูดเข้าไปเต็มคำ พยาบาลสาวร้องซี๊ดออกมาด้วยความฟิน ก่อนจะจิกหัวหมอชายคนนั้นแรงๆ แล้วก็โยกไวขึ้น เธอโยกรัวๆ เข้ามาที่แท่งเสียว ทำให้หมอเสียวมากๆ เขาเปลี่ยนเอามือทั้งสองข้าง มาจับที่เอวของพยาบาลสาวเอาไว้ แล้วก็ช่วยออกแรง กระแทกเข้ามาที่แท่งเสียวของเขา ดูเหมือนเขาจะเสียวมากๆ พยาบาลสาวก็เสียวไม่แพ้กัน เธอหลับตาปี๋อ้าปากค้าง ก่อนจะครางออกมาดังๆ ด้วยความมันและซะใจ

“อ๊อย เสียว เสียวอะ เสียวสุดๆ เลย”

“มัน_ีจัง มันมากเลย อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

“หมอคะ เสียว เสียว เสียวจัง อ๊าาาาา เสียวววว”

ไม่นานนัก หมอคนนั้นก็ทนความเสียวไม่ไหว ปล่อยน้ำใส่รูของพยาบาลสาว ก่อนจะเอนหลังลงไป แล้วก็ปล่อยให้พยาบาลทำต่อ พยาบาลสาวคนนั้น ถามหมอว่าเสร็จแล้วหรอ หมอชายพยักหน้า พยาบาลสาวเมื่อได้ยิน เธอก็ออกแรงกระแทกแท่งเสียวแรงขึ้น เธอเอามือแตะไปที่หน้าอกของหมอ แล้วก็หวดเอวลงมาที่แท่งเสียว เธอมองไปที่หน้าของหมอ แล้วก็บอกว่า ให้หมอทนอีกแปบจะเสร็จแล้ว หมอชายที่หลับตา

นอนพักอยู่ เขาก็พยักหน้า ซักพักหนึ่งหมอชายคนนั้น รู้สึกเปียกๆ เขาคิดว่าพยาบาลสาว คงจะเสร็จแล้ว พอลืมตาขึ้นมาดู เขาก็ตกใจจนร้องไม่ออก เพราะมีเลือดไหลออกมา จากตัวพยาบาลสาวเต็มไปหมด มันออกมาจากช่องคลอดของเธอ จมูก ตา และปาก มันไหลออกมาเต็มไปหมด หมอชายช็อกจนทำอะไรไม่ถูก พยาบาลสาวยังคงโยก และขย่มแท่งเสียวนั้น ด้วยสีหน้าที่กำลังฟิน และเสียวได้ที่ แถมบอกกับหมอว่า

“หมอคะ ชอบไหม ถ้าชอบก็มาเอากันอีกนะ”

“หมอคะ นู๋เสียวจัง อ๊า เสียว”

“อีกนิดนะ จะเสร็จแล้ว จะเสร็จ! เสร็จแล้ว”

หลังจากพูดจบ พยาบาลสาวก็เอาหน้าเข้ามาจูบหมอ ด้วยเลือดท่วมตัว ตอนเช้ามีคนพบหมอชายคนนั้น นอนสลบอยู่ที่บันไดหนีไฟ

“เรื่องทั้งหมด มันก็เป็นแบบนี้แหละ”

“มึงเล่าเหมือนเห็นทุกอย่างอะ” ขิ๋มพูดออกมาด้วยสีหน้าสงสัย

“มึงแอบดูเขาเอากันใช่ไหม ยอมรับมาซะดีๆ”

“ป่าวนะะะะะะะ คุณขิ๋ม” ชายที่เล่าเรื่องพูดออกมา

ในขณะที่คุยกันอยู่นั้น ก็มีคนเดินมาเปิดผ้าคลุมของพวกเขา พวกเขาทั้งสี่ยกใจมาก พร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมอง คนที่เดินมา

“คนไข้ครับ ถ้ายังไม่นอน พรุ่งนี้หมอจะบอกให้พยาบาล ไม่ให้ขนมนะ”

“ครับๆ”

“ค่ะๆๆๆๆ”

“ไปแล้วครับบบบบ”

“ป ป ป ไป แล้ว ครับ”

“เห้อ! พวกคุณเนี่ยนะจริงๆ เลย”

“ขิ๋มนะ! เธอ แทนที่จะห้ามเพื่อน”

“ค่ะๆๆ”

หลังจากที่หมอ ไล่ให้พวกเขาเข้านอนกันหมด หมอคนนั้น ก็เดินออกไปด้วยสีหน้าเซ็งๆ พอเดินพ้นออกประตูไปแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงรองเท้า เดินเข้ามาใกล้ๆ พอหันไปมอง เขาก็เจอเข้ากับ พยาบาลสาวคนหนึ่ง

“นี่! มาก็ดีแล้ว ยังไง คุณช่วยดูหน่อยนะ”

“คนไข้ดื้อ ไม่ยอมนอน”

“ลุกมาคุยกันเสียงดัง”

“ยังไง ก็ฝากดูด้วยล่ะ”

“คะ…” พยาบาลสาว ยิ้มไปที่มุมปาก

“คุณหมอ…”

เสียว!…เกินไป

เวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน นี้ก็เข้าเดือนที่ 4 แล้ว ที่ฉันได้มีขิ๋ม คนไข้เด็กสาวที่น่ารัก เข้ามาอยู่ในชีวิต ช่วยให้ฉันมีชีวิตชีวาขึ้น ฉันค่อนข้างจะมีความสุขมากๆ ขอบอกตามตรง แต่… มีเรืองดีก็ย่อมมีเรื่องร้าย หลังจากที่ขิ๋มเริ่มดีขึ้น ฉัน… เริ่มเห็นอะไรแปลกๆ เหมือนเป็นสัญญาณอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะช่วงหลังมานี้ ฉันกับขิ๋มมีอะไรกันบ่อยมากๆ แทบจะไม่ได้พักเลย ถ้าจะให้พูดตรงๆ มันก็ดีหรอก แต่…

จริงๆ ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย รู้สึกผิดมากๆ ทั้งกับตัวเองและกับขิ๋ม ฉันจึงวางตัวและห่างๆ เธอเอาไว้ แต่… แต่อีกแล้ว มันก็อดไม่ได้ในเวลาที่เราเจอกันจังๆ ไม่ในห้องน้ำ ก็ใต้บันได หรือไม่ก็ในห้องทำงานของฉัน เรามักจะมีอะไรกันบ่อยๆ จนฉันเริ่มชิน เหมือนจะขาดมันไม่ได้ด้วยซ้ำ ช่วงเวลาที่เธออยู่ที่นี้ พวกเราสองคน ก็มีอะไรในยามว่าง แต่..มันไม่ใช่กับฉันเพียงคนเดียว ฉันไม่แน่ใจว่าเธอแค่ติดเซ็กหรือป่าว แต่มันมากเกินไป

เธอทำแบบนี้กับเพื่อนไข้คนอื่นๆ ยิ่งกับเด็กใหม่ เหมือนเป็นของเล่นชิ้นโปรดเลยก็ว่าได้ กับนางพยาบาล บุรุษพยาบาล เธอก็ทำ ฉันมักจะเห็นอยู่บ่อยครั้ง ในห้องเก็บยาห้องเก็บเอกสาร หรือตามซอกและมุมตึกต่างๆ เวลาเธอไม่ได้อยู่ในสายตาฉัน ฉันก็รู้เลยว่า เธอจะไปอยู่ตรงไหนและทำอะไรอยู่ แทบจะไม่ต้องเปิดกล้องวงจรปิด ก็สามารถรู้ได้เลย วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังยืนอยู่ริมหน้าต่าง ก็เห็นเธอกับคนสวน กำลังยืนไซร้คอ

บวกกันอย่างเมามันในพุ่มไม้ ฉันไม่ได้หึงนะ แต่ห่วงมากกว่า ห่วงทั้งคนรอบข้างและตัวเธอเอง เพราะตั้งแต่ที่เธอเริ่มมีอิสระมากขึ้น ที่แห่งนี้จากสถานที่พักพิง มันได้กลายเป็นซ่องไปแล้ว และก่อนที่มันจะหนักมากกว่านี้ ฉันคงต้องทำอะไรซักอย่าง เพื่อที่จะรักษาความสงบที่แห่งนี้เอาไว้ และแล้วก็ถึงวันที่เราต้องคุยกัน ฉันเดินไปรับเธอเองถึงห้อง พร้อมกับจับมือเธอเดินไปตามทางเดิน ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่คงต้องทำล่ะ

“หมอคะ นี่…เราจะไปไหนกันคะ”

“แก้ว! แก้วจ๊ะ เราจะไปไหน”

“วันนี้เราจะเปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อย” หลังจากพูดจบ เราเดินกันไปซักพัก จนถึงที่หมาย

“นี่มันอะไรกันคะหมอ กุญแจมือ? ไม่มีหน้าต่าง? ประตรูลูกกรง? หมอ! เอานู๋ขังทำไม… นู๋ทำอะไรผิด”

“แก้ว! แก้วตอบเราสิ เอาเค้ามาขังทำไม!”

“ขิ๋มไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ ขิ๋มแค่ป่วย ต้องทำการรักษากินยา แล้วบำบัด”

“กูไม่ได้ป่วยหมอ กูแค่เ_ี่ยน ปล่อยกูออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

“เดี๋ยวๆๆ ขอร้องล่ะนะ แก้วจ๋า ปล่อยขิ๋มออกไปนะ น๊าาา”

“ไม่ค่ะ”

“ไม่ๆๆ ไม่นะ ปล่อยฉันออกไปนะ ไม่!”

“แก้ว! กลับมาก่อน กลับมาก่อนนนน”

“อีแก้ว! ปล่อยกูออกไป”

หลังจากนั้นเธอก็คลุ้มคลั่งด่ากราดไปทั่ว ฉันทำได้แค่หันหลังแล้วเดินจากมา ผ่านไปหลายปี ฉันพาเธอออกมาแล้วมานั่งคุยกัน เธอดูไม่สดใสเหมือนแต่ก่อน ลอยยิ้มแบบเดิมเริ่มกับมา สีหน้าที่ไร้ความรู้สึกที่สามารถฆ่าคนได้โดยตาไม่กะพริบ เธอเริ่มเล่าเรื่องของเธอ ตั้งแต่ก่อนเข้ามหาลัยจนกระทั่งถึงจุดเปลี่ยนของชีวิต ที่เธอต้องมาลงเอยที่นี้ เธอเล่าไปพร้อมกับหัวเราะและยิ้มอย่างซะใจ หลังจากที่เราคุยกันจบ

จากเรื่องคดีความและเทคนิคทางกฎหมาย ขิ๋มถูกส่งตัวบำบัดจากโรคประจำตัวที่เป็น และการคาดเดาต่างๆ ของหมอ บอกว่าขิ๋ม เป็นบ้า! ตอนแรกแม่อยากรับขิ๋มไปอยู่ด้วย แต่ศาลตัดสินให้ขิ๋มต้องเข้าบำบัด และชดใช้กรรมในสิ่งที่ทำ ก็ฆ่าพ่อนิเนอะ แต่เขาจะรู้ไหม ว่าพ่อแกฆ่าขิ๋มทั้งเป็น และเขาไม่ได้ฆ่าขิ๋มแค่คนเดียว ชีวิตมันก็ต้องแลกด้วยชีวิตก็ถูกแล้วหนิ จะทำอะไรให้มันวุ่นวาย ถ้าขิ๋มสมควรตาย ทำไมไม่ฆ่าขิ๋มทิ้งซะละ

“จริงไหมคะ…คุณหมอ!” ขิ๋มพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบอีกมวน

“ไม่หรอกค่ะ ต่อให้คนที่เลวที่สุดบนโลกใบนี้ ก็ยังสมควรมีมีชีวิตอยู่”

“และที่สำคัญ สำหรับที่ฟินาเล่ของเรา สถานบำบัดและศูนย์พักพิง”

“ทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่ที่นี้ได้ค่ะ ถ้าหาก…ยังมีลมหายใจ”

“เออ…ฉันสงสัยมานานละ ทำไมต้องฟินาเล่ด้วย ไม่เห็นจะอลังการตรงไหน ก็แค่รูหนูสกปรก”

ขิ๋มพูดขึ้นมา พร้อมกับทำหน้ากวนโอ้ย และพ้นควันบุหรี่ใส่หมอ

“มันก็แปลตามตัวนั้นแหละค่ะ ตอนสุดท้าย ฉากสุดท้าย ตอนจบ”

“คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี้ แทบจะไม่มีใครได้ออกไปเลย มันถึงมีชื่อว่าฟินาเล่ ตอนสุดท้ายของชีวิต”

“ไม่คิดว่ามันสวย และงดงามหรอกหรอคะ”

คุณหมอสาวสวยเซ็กซี่ หมอแก้ว พูดพร้อมกับยิ้มและยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ขิ๋ม

” OK ค่ะคุณขิ๋ม ขอบคุณมากๆ นะคะ ที่สละเวลามาคุยกับหมอ เชิญค่ะ”

พยาบาลเข็นรถพาขิ๋มกลับไปที่ห้อง พร้อมกับคุณหมอที่เดินไปส่ง เธอพาขิ๋มเข้าไปในห้อง จับนั่งลงบนเตียงก่อนจะออกมาล็อกประตูและเดินจากไป

“เดี๋ยวค่ะคุณหมอ”

“ว่าไงคะ”

“ฉันอยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้วนะคะ”

“ถ้ารวมวันนี้ด้วยก็… 5 ปี พอดีค่ะ”

“งั้นฉันขอของขวัญครบรอบได้ไหม น๊าาาาา สุดสวย”

“อะไรล่ะคะ ถ้าให้ได้ฉันจะให้ และที่สำคัญต้องไม่อันตราย”

“ก็แค่สีกับพู่กัน ฉันจะเอามาวาดกำแพงน่ะ”

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะหาให้”

จากนั้น หมอแก้ว ก็ยื่นของที่เธอเสนอมา หมอแก้วให้ไปเพราะดูแล้ว ไม่น่าเป็นอัตราย ถึงไม่สมเหตุสมผลเท่าไหร่ก็เถอะ และวันนั้นหมอแก้ว ก็ได้เห็นสิ่งที่เธอทำ มันช่างงดงามและหดหู่ในเวลาเดียวกัน หมอแก้วคิดว่าว นี่มันคงสายไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม ขิ๋มไม่ได้ดีขึ้นหรือกำลังจะหาย

“ถ้าในตอนแรกฉันช่วยไวกว่านี้”

“และทำในสิ่งที่ต้องทำ ดีกว่าทำตามใจอยาก”

“มันคงจะดีกับตัวเธอ ฉันได้แต่หวังว่าวันหนึ่ง”

“มัน… จะดีขึ้น”

ขิ๋มเอาแต่เหม่อมองไปที่กำแพง พร้อมกับทำหน้าสงสัยก่อนจะยิ้มออกมา ไม่นานนักก็มีพู่กันและสี ส่งลอดเข้ามามาใต้ประตู ขิ๋มเดินไปหยิบ และเริ่มวาด เธอละเลงสีลงบนกำแพง เธอวาดไปพร้อมกับเต้นอย่างมีความสุข สีหน้าเธอดูมีความสุขมากๆ เธอยิ้มและหัวเราะก่อนจะสะบัดแปรงลงไปที่กำแพง ด้วยลีลาและท่าทางที่โคตรจิต เวลาผ่านไปสักพัก เธอก็วาดมันจนเสร็จ หลังจากนั้น เธอก็ใช้ลิ้นเลียไปที่กำแพงตรงภาพหญิงสาว

ที่เธอคลั่งไคล้และรักมากที่สุด เธอวาดรูปอุ๊บนกำแพง คนที่พอเธอฆ่า ในคืนนั้น คืนที่เปลี่ยนชีวิตของขิ๋มไปตลอดกาล เธอเอามือลูบไปมาด้วยสีหน้าที่มีความสุข พร้อมกับเอาลิ้นเลียไปที่แก้มของหญิงสาวในรูป แล้วก็ค่อยๆ เลียลงมาเรื่อยๆ จนถึงรูปอวัยวะเพศ แล้วเธอก็ลงไปนอน พร้อมกับถอดกางเกงออก และรัวนิ้วไปที่หอยของตัวเอง เธอจ้องมองไปที่รูปพร้อมกับช่วยตัวเองๆ ไปด้วย เธอกระตุกและมีน้ำไหลออกมาเต็มพื้นห้อง ขิ๋มร้องเสียงครวญครางด้วยความเสียว เสียงร้องนั้น

ดังไปทั่วโถงทางเดิน ผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่ได้ยินก็ออกมาเกาะลูกกรง พร้อมกับยิ้มและหัวเราะ บางคนถึงกับช่วยตัวเองตามและร้องครวญครางออกมาเหมือนกัน ทั้งโถงทางเดินเต็มไปด้วยเสียงครางของเหล่าหญิงสาว และเสียงหัวเราะชอบใจของบรรดาผู้ป่วย สำหรับฟินาเล่ค่ำคืนนั้น คือค่ำคืนที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา ครึกครื้นและครื้นเครง เหมือนมีงานสังสรรค์รื่นเริงเกิดขึ้น เวลาผ่านไปสักพัก เสียงได้เงียบลง พยาบาลสาว

เดินเข้ามาดูอาการของขิ๋ม เธอมองด้วยความสงสัย หญิงสาวที่หน้าตาดี กลับกลายเป็นผู้ป่วยที่น่าสงสาร นอนอ้อนวอนร้องครวญครางขอให้พยาบาลสาวเข้าไปมีอะไรด้วย

“เธอนะสุดสวย เข้ามานี่สิ ฉันมีอะไรจะให้”

“มันงดงามและตื่นเต้น เธอต้องชอบแน่ๆ เลย” พยาบาลสาวเดินเข้าไปใกล้ๆ ประตูลูกกรง หลังจากนั้นขิ๋มก็วิ่งเข้ามา พร้อมกับยื่นแขนออกมาจนสุดหวังจะคว้าตัวเธอ พยาบาลสาวหลบได้ทันและถอยหลังออกไป

“คุณพยาบาลข๋าาาา คุณพยาบาลสุดสวยยยยย”

“ช่วยฉันหน่อยเถอะนะ ฉันหงี่มากๆ เลย จะลงแดงตายอยู่แล้ว น๊าาา”

หลังจากเธอพูดจบก็หัวเราะออกมาดังๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มที่น่าสะพรึงกลัวให้กับพยาบาลสาว

“คุณพยาบาลข๋า… ไม่อยากมาสนุกด้วยกันหรอ”

“ที่ฉันพูดไม่ได้ยินหรือไงอีแรด นู๋ไม่น่ารักหรอคะ ฮ่าาาาา” เธอพูดพร้อมกับสลับเสียงไปมา ระหว่างเสียงออดอ่อนกับโมโห

“ถอยค่ะคุณพยาบาล ถ้าไม่อยากเจ็บ…ี”

หมอแก้ว เดินเข้ามาพร้อมกับบุรุษพยาบาล หลังจากนั้นก็ลากขิ๋มเข้าไปและล็อกเธอไว้กับกุญแจมือที่ติดริมผนัง

“ฮ่าๆๆๆๆ ฮ่ะๆๆๆๆๆ”

“มาเอากับฉันหน่อยสิคุณหมด ฉันอยากโดนฉีดยาจังเลย ฮ่ะๆๆๆ”

หลังจากล็อกเธอติดกับกำแพงทุกคนก็ออกมา ยืนมองหญิงสาวสวยแสนน่ารักที่กลายเป็นสัตว์ประหลาด ที่จ้องจะล่าสวาทเหล่าสาวๆ ที่อยู่ในฟินาเล่

“ตกลงเธอเป็นโรคอะไรคะคุณหมอ”

“ใช่ฮิสทีเรียหรือป่าว”

“ป่าวหรอก เธอแค่เ_ี่ยนหนะ แค่หงี่หนักกกว่าคนอื่นไปหน่อย”

“ฉันว่าไม่หน่อยละมั้งคะคุณหมอ”

“อืม…ก็นั้นสินะ”

“แล้วแบบนี้เขาจะหายไหมคะ”

“เธอคิดว่าคนเราบนโลกนี้จะหายหงี่กันไหมหละ หรือไม่รู้สึกเลย”

“ก็จริงนะคะคุณหมอ”

“อ่ะแฟ้มเคส 44 เอาไปเก็บ แล้วก็ปิดเคสนี้ไปได้เลย”

“นี่เคสคุณขิ๋มนิคะ”

“อืม…ใช่”

“เห้อ! หวังว่าเธอจะพักผ่อนและมีความสุขอยู่ในนี้นะ…ขิ๋ม”

“…แล้วเจอกัน”

หลังจากนั้นหมอแก้ว ก็ปิดเคสลง ไม่ทำการรักษาขิ๋ม จนกว่าอาการของเธอจะกลับมาดีขึ้น คงต้องปล่อยให้เธอรักษาตัวเองซักพัก ฉันว่ามันคงจะดีกว่าใช้ยา และบังคับกดอารมณ์ตัวตนที่แท้จริงของเธอไว้ มันแค่ช่วยได้ในระยะหนึ่งเท่านั้น เหมือนระเบิดเวลา รอวันที่เธอตื่นขึ้น

“ขอโทษนะขิ๋ม”

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่รักเธอนะ”

“แต่สิ่งที่เราทำกัน มันเหมือน…”

“กำลังหลอกตัวเองกันทั้งคู่”

“จริงๆ แล้วเธอเป็นคนแบบไหน”

“ช่วยทำให้ฉันเห็นที”

หมอแก้ว ถอนหายในพร้อมกับสูบบุหรี่อยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอคิดวนไปมาเกี่ยวกับเรื่องของขิ๋ม หญิงสาวที่เห็น และได้รู้จักในวันนั้น ที่เดินเข้ามาในฟินาเล่แห่งนี้ รอให้เธอช่วยเหลือ แต่หมอแก้ว กลับเป็นคนที่ทำร้ายเธอทางอ้อม แทนที่ขิ๋มจะมีความสุขในสวรรค์แห่งนี้ แต่ตัวหมอแก้วนั้นกับเป็นคนที่กดให้เธอ ลงไปในขุมนรกหนักกว่าเดิม

“บางทีฉันอาจจะคิดผิดไปก็ได้”

“ฉันลังเลเหมือนกัน”

หลังจากนั้นก็หยิบกุญแจ แล้วเดินไปที่ห้องขังของขิ๋ม เพื่อที่จะให้เธอกลับไปอยู่ในห้องปกติ ในระหว่างที่เดินไปจะถึงนั้น ก็เจอเข้ากับเธอ ขิ๋มหญิงสาวที่น่าสงสารกับผู้หญิงดูดีมีอายุคนหนึ่ง กำลังจับมือกันเหมือนกำลังจะหนี เขาสองคนดูตกใจมากเมื่อเจอหมอแก้ว พวกเขารีบหันหลังกลับ และวิ่งอย่างสุดแรงเกิดแบบไม่คิดชีวิต หมอแก้วรีบวิ่งตามแต่มันก็ลำบากมากๆ เพราะใส่ส้นสูง พวกเขาวิ่งหนีขึ้นบันได แล้วกระโดดลงหนีไปทางหน้าต่าง หมอแก้วมิอาจทำตามได้ เลยวิ่งย้อนกลับลงไป และวิ่งไล่ตามอย่างไม่ลดละ

ฉันโดนผู้หญิงคนนั้นเอามีดไล่แทง เธอบอกให้ขิ๋มวิ่งหนีไปก่อน ส่วนตัวเธอจะขวางไว้ให้ ฉันจำเป็นต้องวิ่งหนีเอาชีวิตรอดก่อน ถึงแม้จะต้องตามตัวเธอกลับมาให้ได้ก็ตาม ผู้หญิงคนนั้น วิ่งไล่มาที่ฉันพร้อมกับมีดคมยาว ราวกับว่าหวังจะเอาชีวิตฉันจริงๆ ฉันวิ่งไปที่ห้องทำงาน พร้อมกับหยิบปืนขึ้นมา ยิงไปหนึ่งนัด มันได้ผล เธอเริ่มกลัวและวิ่งกลับออกไปทางเดิม ฉันวิ่งตามออกไป ฉันเห็นขิ๋มกำลังรออยู่บนรั้วพร้อมกับยื่นมือลงมา

เพื่อช่วยพาผู้หญิงคนนั้นหนีไปด้วย ฉันด้วยความลังเล จึงยิงปืนออกไปหนึ่งนัด กะจะให้โดนขาของขิ๋ม แต่มันไกลมากๆ จึงทำให้ลูกปืนไปโดนหัวของผู้หญิงคนนั้นแทน จนทำให้ตัวเธอหลนลงมา ขิ๋มด้วยความเป็นห่วง เธอกระโดดกลับลงมา พร้อมกับกอดผู้หญิงคนนั้นไว้และร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

“อาจารย์อิ๋ม!…” เธอตะโกนพร้อมกับร้องไห้ออกมา

ฉันได้แต่อึ้งและทำตัวไม่ถูก ฉันและปืนที่ถืออยู่ในมือ ได้ตัดสินชีวิตคนๆ หนึ่งไปแบบไม่ได้ตั้งใจ

“ขิ๋มที่รักของเมีย…ดีใจจังที่ได้เจอ” หลังจากหญิงสาวคนนั้นพูดจบ เธอก็สิ้นใจ

“ไม่ มมมมมมมม!” ขิ๋มตะโกนออกมาด้วยความโมโหและเสียใจ

เธอมองมาที่หน้าของฉันพร้อมกับพูดว่า

“พ่อ!… คุณพ่อจะฆ่าทุกคนที่นู๋รักหมดเลยใช่ไหม” แล้วก็ร้องไห้ออกมา

ฉันที่ตกใจขาสั่นจนไม่มีแรงยืน ล้มตัวลงนั่งไปกับพื้นรู้สึกเวียนหัว ใจเต้นแรงเหมือนจะเป็นลม มีแต่เสียงตะโกนอยู่ในหัวว่า ฉันทำอะไรลงไป ซ้ำไปซ้ำมา ฉันไม่สนใจอะไรที่อยู่ตรงหน้าแล้ว ทำได้แค่พาตัวเองกลับห้อง อย่างกระเสือกกระสน ในวันนั้นขิ๋มหนีไปได้ พร้อมกับร่างหญิงสาวที่ไร้วิญญาณ ฉันได้ข่าวว่ามีการเผาศพ แต่ฉันก็ไม่เจอตัวขิ๋มอีกเลยนับจากนั้น จากวันที่ฉันลั่นไก เรื่องราวผ่านไปสองสามเดือน ฉันคิดในใจ

ไม่น่าเลยจริงๆ ฉันคิดทบทวนไปมา ใช่แหละฉันว่าฉันคงทำผิดจริงๆ วันนั้นฉันไม่น่ายิงเลย ฉันน่าจะยิงขิ๋มให้ตายตั้งแต่วันนั้น นั่นแหละคือความผิดพลาดของฉัน ถ้าฉันยิงเธอให้ตายในวันนั้น ฉันคงไม่ต้องมานั่งระแวง นั้นคือสิ่งที่ฉันทำพลาดที่สุดในชีวิต ฉันไม่น่าปล่อยให้เธอรอดออกไปเลย ทั้งๆ ที่ฉันมีพลังที่ได้จากเซรุ่ม ฉันควรจะใช้มัน แต่เพราะฉันไม่เคยคิดจะใช้ตั้งแต่ได้มันมา ก็เลยไม่เคยใช้พลังนั้นออกไป ถ้าหากวันนั้น

ฉันออกแรงใช้พลังซักนิด เรื่องรายๆ เหล่านี้ก็คงไม่เกิด ฉันแค่ออกแรงนิดเดียว ก็สามารถจับตัวเธอไว้ได้แล้วแท้ๆ แต่ก็ไม่ยอมทำ ไม่ยอมใช้พลังนั้น หลายเดือนต่อมาฉันได้จดหมายปริศนา ในจดหมายไม่ได้มีข้อความอะไรยาวเหยียด มีแค่ลอยจูบจากริมฝีปากหญิงสาวสีแดง

แต่มันไม่ได้มาจากลิปสติก แต่มันคือเลือด พร้อมกับข้อความในจดหมายที่เขียนว่า

“แล้วเจอกันนะ…ที่รัก”

ยอมเป็น…บ้าดูซักครั้ง

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น หมอแก้ว ก็มานั่งคิดนัก ว่าจะออกไปตามล่าขิ๋มดีไหม หรือควรปล่อยให้เธอ ได้ไปใช้ชีวิต ถึงแม้สภาพของเธอจะเป็นแบบนั้นก็ตาม แต่ลึกๆ ภายในใจของหมอแก้ว อยากจะไปลากตัวเธอกลับมา เพื่อทำการรักษา เพราะมันไม่ได้อันตรายกับแค่ตัวเธอ แต่มันรวมถึงคนอื่นด้วย คนบ้าเซ็กแบบนั้น คนที่มีความต้องการสูง คุณคงจะจินตนาการไม่ออกแน่ๆ ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง

แดดอ่อนๆ ยามบ่าย พร้อมสายลมหนาว ที่พัดผ่านมาแวะเวียน หมอสาวแสนสวยนั่งอยู่ริมหน้าต่าง เหม่อลอยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเธอสูบบุหรี่และทำหน้าเบื่อหน่ายชีวิตเหมือนใครหลายๆ คน ไม่นานนักก็มีเสียงจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

“สวัสดีค่ะ”

“ว่าไงจ๊ะที่รัก… สบายดีไหม”

“ข ข ขิ๋ม ฉันสบายดี แล้ว ว ว เธอล่ะ”

“แม๋ที่ร๊ากกก ทำไมใช้คำพูดห่างเหินจังเลย ไม่เหมือนตอนที่เรามีความสุขด้วยกันเลยนะ”

“เธอต้องการอะไรว่ามาเลยดีกว่า”

“ฉันหวังว่าเธอคงยังไม่ลืมนะ”

“ไม่หรอก ฉันไม่มีทางลืม ฉันรู้ตัวว่าฉันผิด กับสิ่งที่ฉันทำ”

“แม๋ๆ แม๋… รู้ตัวก็ดีแล้วนังหมอบ้า อีโรคจิตเอ้ย เตรียมตัวไว้เถอะ”

“ใครกันจ๊ะ…เธอหรือป่าวที่โรคจิต”

“ก็คงงั้นละมั้ง รู้ไหมว่าฉันถืออะไรอยู่ในมือนอกจากมือถือ อะไรน่ะ… อะไรเอ่ย”

“…อะไร”

“ปืนไงหละ แต่ไม่ใช่อันที่เธอใช้ฆ่าคนหรอกนะ”

“ตกลงจะเอายังไง”

“เอาหรอ…แม๋ ทำไมพูดเหมือนคนทำไม่เป็นอย่างนั้นล่ะคะ หมออออ”

“ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในชุดวันเกิด รู้ไหมว่าฉันจะทำอะไรต่อ…”

หลังจากขิ๋มพูดจบ เธอลงไปนั่งที่โซฟาพร้อมกับใช้ปากอมไปที่ปากกระบอกปืน เธอใช้ลิ้นเลียจนเปียกโชก แล้วนำมาวนที่หน้าอกของเธออย่างช้าๆ

“อ๊อย! หมอข๋า…ฉันเริ่มมีอารมณ์แล้ว”

ขิ๋มจับปืนไว้อย่างแน่น พร้อมกับพามันเตะไปทั่วทั้งร่างกาย หลังจากนั้นเธอพามันไปที่ข้างล่างตรงหว่างขา เธอเอาปืนถูไปที่เม็ดเสียวของเธออย่างนุ่มนวล เธอถูไปถูมาพร้อมกับส่งเสียงครางเบาๆ แบบเสียวๆ

“อ๊อย เสียวจัง หมออยากเสียวแบบฉันบ้างไหมคะ”

เธอพูดพร้อมกับจ่อปลายกระบอกปืนไปที่ปากทางเข้า หลังจากนั้นก็ยัดมันเข้าไป

” อ๊อย! อ๊อยยยย”

เธอยัดมันเข้าไปอย่างช้าๆ แล้วก็ดึงเข้าดึงออกอย่างสนุก เธอนำมือถือวางไว้ที่โต๊ะพร้อมกับเปิดลำโพง หลังจากนั้นก็เอามืออีกข้างบีบไปที่หน้าอกพร้อมกับยัดปืนเข้าออก ที่ช่องเสียวของเธออย่างเมามัน

“อ๊อย คุณหมอข๋า นู๋เสียวจังเลยค่ะหมอ”

ขิ๋มทำอยู่แบบนั้น พร้อมกับสงเสียงครวญครางออกมาด้วยความเสียว เธอเพิ่มความเร็วในการยัดเข้ายัดออก

“หมอคะ นู๋จะถึงสวรรค์แล้ว จะถึงแล้ว จะ… โอ๊ย!”

ไม่นานนักเธอก็ลั่นไกเข้าไปในรูของเธอและกระตุกสองสามที พอสิ้นเสียงครางของเธอก็มีน้ำใสๆ พุ่งออกมา เลอะทั้งมือและปืนที่เธอถือเอาไว้ เธอยกมันขึ้นมาเลียอย่างอร่อย พร้อมกับพูดว่า

“ฉันเสร็จแล้วคะหมอ คุณหมอฟังอยู่ไหมคะ”

“ฟังอยู่ ดูเหมือนเธอจะมีความสุขมากเลยนะ”

“แล้วหมออยากมีความสุขบ้างไหมล่ะคะ”

หมอแก้วไม่ตอบอะไร หลังจากนั้นขิ๋มก็วางสาย คุณหมอสาวสวยเอนหลังลงเก้าอี้ หลังจากนั้นก็นั่งถอนหายใจและเอามือขึ้นมากุมขมับ

หนึ่งเดือนผ่านไป

“คุณหมอครับ คนไข้รายใหม่ครับ”

สาวน้อยไร้เดียงสาตัวเล็กๆ เธอมองซ้ายมองขวาทำตาโตๆ และจ้องมองไปที่คุณหมอแก้วสาวสวย ด้วยสีหน้าที่เป็นมิตร

“ชื่อไรคะนู๋”

“ส้มค่ะ”

“ยินดีต้อนรับสู่ฟินาเล่นะคะ”

ส้ม ได้แฝงตัวเป็นคนไข้เข้าไปอยู่ในฟินาเล่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากขิ๋ม เธอยัดเงินและทำทุกอย่างเพื่อให้ส้มได้เข้าไปอยู่ข้างใน เพื่อเริ่มแผนแก้แค้นของเธอที่รอมานาน ส้มได้เข้าไปตีสนิทและพูดคุย ทั้งคนไข้และผู้ช่วยหมอ เพื่อที่จะช่วยให้เธอ ทำแผนนี้ให้สำเร็จ เพียงแค่คืนแรก เธอก็ออดอ้อน ผู้คุมที่พาเธอไปที่พัก ในดึกคืนนั้น ส้มแกล้งเดินออกมาที่ทางเดิน จนกระทั่งพบกับผู้คุม ผู้คุมชายหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น

เดินตรงเข้ามาหาส้ม และได้พูดจาด้วยน้ำเสียงที่ดูสุขุม

“คนไข้ออกมาทำอะไรครับ”

“พอดีหิวน้ำคะ น้ำหมดแล้ว” ส้มพูด พร้อมกับเขย่าขวดที่อยู่ในมือ

“หิวจังเลย ข้าวเย็นก็กินไปนิดเดียวเอง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อนดูไร้เดียงสา พร้อมกับทำกิริยาที่ดูน่ารัก

“ไม่มีอะไรให้กินแล้วครับ ทนหน่อยนะครับคนไข้ เดี๋ยวก็เช้าแล้ว”

“ก็ไม่ได้หิวขนาดนั้น แค่อยากได้อะไรรองท้องหน่อย” เธอพูด พร้อมกับสงสายตาที่ไปเป้าของผู้คุมชายหนุ่มร่างยักษ์

“เดี๋ยวผมเดินไปด้วย จะไปเติมน้ำใช่ไหมครับ”

“ค่ะ คุณผู้คุม” เธอพูดเบาๆ ด้วยน้ำเสียงหวานแหวว และยิ้มอ่อนๆ

หลังจากที่เธอเติมน้ำเสร็จและกำลังเดินกลับห้องพร้อมผู้คุม ในระหว่างทางเดินนั้น จะมีประตูทางลงชั้นล่างเล็กๆ คล้ายบันไดหนีไฟ ส้มหยุดยืนที่หน้าประตู และหันหน้ากลับมาหาผู้คุมพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ก่อนที่เธอจะไถตัวออกไปนอกประอย่างช้าๆ ผู้คุมเดินตามเข้ามา ส้ม ลงไปนั่งลงกับบันไดที่เก่าและทรุดโทรม มีเพียงไฟริบหรี่เก่าๆ ดวงเดียวที่คอยให้แสงสว่าง เธอเปิดขวดน้ำอย่างช้าๆ และดื่มน้ำเข้าไป หลังจากนั้นเธอก็นำมาราดไปบนตัวช้าๆ เริ่มจากหน้าอกลงไป

“อุ๊ย! เปียกหมดเลย” ส้มพูดพูดพร้อมกับยิ้มไปด้วย

หลังจากนั้นส้มก็ใช้ทั้งสองมือ ค่อยๆ ปลดกระดุม ที่ละเม็ดๆ ที่ละเม็ด จนทำให้ผู้คุมคนนั้น เห็นผิวพรรณอันขาวผ่องของเธอ ที่ซ้อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้า เธอเริ่มแหวกเสื้อทั้งสองข้างออกอย่างช้าๆ หัวสีชมพู หน้าอกเล็กๆ และกิริยาที่ไร้เดียงสาของหญิงสาว มีหรือชายหนุ่มจะอดใจไว ผู้คุมเดินเข้ามาใกล้ๆ และนั่งลงต่อหน้าเธอ พร้อมกับเอามือสองข้างเข้ามาจับ ไม่นานนักเขาก็ขยำแรงขึ้น จนกระทั่งอดใจไม่ไหว และได้เอาหน้าเข้ามาซุก

ผู้คุมคนนั้น เข้ามาซุกและไซร้ไปทั่ว ไม่ว่าจะซอกคอและร่องอก ก่อนจะเอาปากมาดูดดื่มหัวสีชมพูน่ากินอย่างอร่อย เขาเลียหัวนมทั้งสองข้างด้วยลิ้นอย่างเมามันดูดและหม่ำเข้าไปเต็มคำ ส้ม จับไปที่หัวของผู้คุมคนนั้น พร้อมกับส่งเสียครางเบาๆ ไปที่ใบหูของเขา มันเริ่มทำให้เขาเกิดอารมณ์ และไอ้นั้นของเขาเริ่มตื่นตัว หลังจากนั้นผู้คุมก็ยืนขึ้น และเอาไอ้นั้นชีหน้ามาที่ส้ม เธอรูดซิปกางเกงของผู้คุมอย่างช้าๆ

หลังจากที่เจ้านั่นเด้งออกมาสูดอากาศได้สักพัก ส้มก็ใช้มือเล็กๆ ของเธอรูดขึ้นรูดลงอยู่สักพักอย่างเบามือ หลังจากนั้นก็นำมันใส่เข้าไปในปาก เธอขยับหัวเข้าออกไปมาจนกล้วยไข่ยาวเรียวเริ่มเปียกหัวเริ่มเชื่อมได้ที่ เธอดูดไปดูดมาดังจ๊วบ ใช้ลิ้นเลียตั้งแต่โคนขึ้นไปถึงหัวหลายต่อหลายที จนผู้คุมส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ด้วยความเสียว หลังจากที่เธอใช้ลิ้นไปที่กล้วยไขของผู้คุมอยู่นาน เขาก็ดันหัวเธอออกและเริ่มถอดกางเกงเธอออกอย่างเร่งรีบ และได้เอาหน้าซุกเข้าไปพร้อมกับหอมและเลียไปที่หัวหน่าวของเธอ

ส้มเอานิ้วมือตัวเองขึ้นมายัดไว้ในปากเพื่อกลั้นเสียงร้องเอาไว้ เธอครางอยู่ในลำคอขณะที่ผู้คุมกำลังชอนไชลิ้นเข้ามาในช่องคลอดของเธอและดูดดื่มอย่างเมามัน เมื่อช่องเสียวตรงหว่างขาของเธอแฉะได้ที่ ผู้คุมคนนั้นก็ยัดเจ้ากล้วยไข่เข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาจับเอวเธอและเริ่มซอยเร็วๆ ส้มเอามือปิดปากไว้เพราะไม่อยากส่งเสียงร้องออกมาดัง เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เธอยังคงเผลอหลุดปากครางออกมาด้วยความเสียวอยู่บ่อยครั้ง ผู้คุมเริ่มเปลี่ยนมาซอยช้าๆ แต่เน้นแรงและกระแทกแรงขึ้น

เสียงดึงอึกๆ พร้อมกับเสียงร้องที่อยู่ในลำคอของส้ม

“อิ๊ๆๆๆ อิ๊ เสียวจังเลยค่ะพี่”

“แรงอีกสิคะ ทำแรงๆ เลย”

“ทำได้หรอจ๊ะ ถ้าพี่ทำแรงๆ นู๋จะทนไหวหรอ”

“อ๊อๆๆ ไหว..ค่ะพี่ ทำแรงเลย อ๊อย!”

หลังจากพูดจบ ผู้คุมก็เริ่มใส่แรงเข้ามาแบบไม่ยั้งพร้อมกับเพิ่มความเร็วในการนำเจ้ากล้วยไขเข้าออกอย่างรวดเร็ว จากที่ซอยแรงๆ ถี่ๆ อยู่สักพัก เขาก็จับส้มขึ้นมาและพลิกตัวหันหลังให้ส้มจับกับราวบันได หลังจากนั้นผู้คุมร่างใหญ่ก็นำกล้วยไขยัดสวนเข้ามาจากด้านหลังอย่างแรง จนทำให้ส้มร้องออกมาสุดเสียงลั่นไปทั่วทั้งโถงทางเดินบันได ส้มรีบเอามือมาปิดปาก ผู้คุมไม่สนใจอะไรนอกจากซอยเข้ามาแรงๆ ด้วยความบ้าคลั่ง

“อ๊อยๆๆ อ๊อย! เสียวจังเลยค่ะ”

เขายังคงใช้เอวและซอยเข้ามาแรงๆ และได้ยกขาส้มขึ้นข้างหนึ่งมาจับไว้และเสียบเจ้ากล้วยไข่นั้นขึ้นมาลึกๆ ส้มหันไปมองเขาและทำสีหน้าด้วยความเสียวแบบสุดๆ เอามือข้างหนึ่งไปจับคอผู้คุมเอาไว้ และเม้มปากเพื่อไม่ให้เสียงครางสุดเสียวเล็ดลอดออกมา หลังจากที่ทั้งสองคนกำลังเข้าได้เข้ารูกันอย่างเมามันจ้องมองหน้ากัน และไม่ทันระวังก็มีคนไข้ชายแก่คนหนึ่ง เดินลงบันไดมา ผู้คุมทำหน้าตกใจและอ้าปากค้างในขณะที่กำลังเสียวอยู่ ส้มรู้สึกแปลกๆ เลยหันหน้าขึ้นไปมองชายแก่คนนั้น ด้วยสีหน้าที่กำลังเสียวได้ทีเหมือนกำลังจะถึงสวรรค์

ชายแก่เอียงคอและยิ้มหลังจากนั้นเขาก็เดินลงมาเร็วๆ ใกล้ๆ ส้ม และได้ควักเจ้านั้นออกมายัดใส่ปากของส้ม ในเวลานั้นไม่มีใครพูดอะไร นอกจากแลกเปลี่ยนความเสียวใส่กันอย่างเมามัน ส้มและผู้คุมไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบวกกันต่อโดยมีคนไข่ชายแก่เข้ามาร่วมวงด้วย ชายแก่จับหัวส้มและกดเข้ากดออกไปที่แตงกวาใหญ่ๆ ของเขา ชายแก่ทำสีหน้าที่เสียวมากเหมือนขาดของมานาน ทั้งจากที่ทั้งสามคนยืนทำกันอยู่สักพักแบบนั้น

ผู้คุมก็บอกให้ชายแก่ถอดกางเกงและลงไปนอนกับพื้น หลังจากนั้นก็พาส้มลงไปขย่มชายแก่อย่างบ้าคลั่ง ส้มจับเจ้าแตงกวายักษ์ใหญ่เข้าไปในรูเสียวของเธอ และเริ่มขย่มบวกกับโยกอย่างรวดเร็ว เธอบีบหน้าอกตัวเองพร้อมกับเม้มปากด้วยความเสียวและมองหน้าไปที่ชายแก่ ชายแก่รู้สึกดีมาก ขณะที่ส้มกำลังขย่มอย่างสนุก ชายแก่ก็เอานิ้วโป้งไปบี้ที่เม็ดเสียวของส้ม เธอเอามือหนึ่งบีบหน้าอกและเอาอีกมือหนึ่ง ทำร้ายเจ้ากล้วยไข่ของผู้คุมอย่างสนุก บรรยากาศเริ่มร้อนบวกกับอารมณ์ที่ร้อนแรงของทั้งสองคน ทั้งสามเหงื่อท่วมตัว ผู้คุมหนุ่มร่างใหญ่จับส้มขึ้นมา

และอุ้มเธอขย่มโดยสอดเจ้ากล้วยไข่มาจากด้านหลัง ชายแก่ลุกขึ้นมาและเอาไอ้นั้นถูไปที่เม็ดของเธอ ก่อนจะใช้ปากดูดไปที่ร้องเสียวที่กำลังมีเจ้าอาวุธของผู้คุมเข้าออกอย่างซะใจ และเอามือบีบไปที่หน้าอกของหญิงสาว ที่กำลังถูกเป็นเครื่องสังเวยให้กับความเสียว ทำอยู่สักพักเหมือนผู้คุมจะเริ่มเมื่อย จึงพาสมลงมานอน และเริ่มซอยแรงๆ อย่างบ้าคลั่งและรวดเร็ว ส้มแอ่นตัวขึ้นด้วยความเสียวและร้องครางออกมาทุกครั้งที่มีเจ้านั้นยัดเข้ามา

“อ๊อยๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆๆๆ ๆ เสียว_ี”

“มัน_ีจังเลยคะ”

“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย!”

ชายแกนำแตงกว่ามายัดที่ปากส้ม เธอนำมันเข้าไปในปากเข้าออกพร้อมกับรูดมันไปด้วย ชายแก่ครางออกมาเบาๆ และแสดงสีหน้าด้วยความเสียว สักพักส้มก็ต้องเอาแตงกว่านั้นออกมาและพักหายใจ เพราะแรงกระแทกจากผู้คุมที่ส่งเข้ามานั้น มันทำให้เธอเสียวและหายใจไม่ทันเสียงคราง ไม่นานนักผู้คุมก็แทงเข้ามามิดด้ามและมีน้ำอุ่นๆ พุ่งเข้ามาในช่องเสียวของเธอในปริมาณที่เยอะสุดๆ ผู้คุมดึงมันออกมาพร้อมกับน้ำแห่งความสุข ที่ไหลเยิ้มออกมาจากรูของเธอ

ผู้คุมถอยหลังออกไปนั่ง ชายแก่ไม่รอช้ารีบยัดเจ้าแตงกว่าเข้ามาอย่างรวดเร็ว และใช้แรงกระหน่ำแทงเข้ามาอย่างสุดแรงเกิด ชายแก่ซอยถีๆ แรงๆ อย่างนั้นอยู่ไม่นาน เขาก็กระตุกและปล่อยน้ำใส่เข้ามาในรู้ของเธอ ส้มอ้าปากค้างและแอ่นตัวขึ้น ส้มนอนหอบและหมดแรงอยู่ที่พื้น จ้องมองผู้คุม ที่กำลังดุและคู่ชายแก่ ว่าอย่าไปบอกใคร ถ้าอยากทำแบบนี้อีก คร่าวหน้าจะแบ่งให้ทำอีก ชายแก่ใส่เสื้อผ้าและกลับออกไป ผู้คุมเดินเข้ามาและพยุงส้มขึ้น พร้อมกับกอดเธอก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้าย ส้มได้ความช่วยเหลือหลายอย่างจากผู้คุม โดยแลกกับความเสียวที่เธอมอบให้

เพียงไม่กี่วัน ส้ม ก็ได้เข้าไปคุยและบำบัดกับหมอสองต่อสอง สำหรับคุณหมอแล้ว ส้มดูไม่เป็นพิษเป็นภัย ดูเป็นคนเงียบๆ เหมือนคนไข้ทั่วไป ทั้งสองคุยกันอย่างปกติ จนกระทั่ง…

“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ ส้ม หมอรู้สึงเพลียง่วงๆ”

หลังจากที่เธอพูดจบและกำลังลุกเพื่อจะไปเรียกบุรุษพยาบาล คุณหมอสาวสวยเธอก็ได้เซและพิงเข้าไปกับผนังห้อง ส้ม ลุกขึ้นไปถามว่าเป็นอะไรหรือป่าวคะหมอ และจับไปที่ไหลของส้มและไม่ได้ตอบอะไร ก่อนจะล้มตัวลงนั่งกับพื้นและสลบไป

“ไงจ๊ะที่รัก ฟื้นแล้วหรอ”

“ขิ๋ม… ปล่อยหมอนะ จะทำอะไรน่ะ นี่เธอ…”

“จุ๊ๆๆๆ ไม่เอาสิจ๊ะที่รัก ไม่เอา อย่าโวยวายสิ เก็บเสียงเอาไว้ใช้ต่อจากนี้ดีกว่า”

“นี้มัน ห้องมืดนิ ที่เอาไว้ใช้ขังผู้ป่วยที่เป็นอันตราย”

“ก็ใช่ไง เธอมันอัตราย”

“ปล่อยนะ ปล่อยหมอนะขิ๋ม”

“ปล่อยแน่ แต่ขอฉันสนุกมากกว่านี้หน่อยเถอะ”

หลังจากที่ขิ๋มพูดจบ เธอเดินไปเปิดระบบ เพื่อส่งเสียงจากห้องนี้ไปที่ห้องกระจายเสียงของ ฟินาเล่

“นิเธอจะทำอะไรน่ะขิ๋ม”

“เดี๋ยวก็รู้…”

“ไม่นะขิ๋ม ม่ายยยยย….”

“อ๊อย!”

เสียงร้องนั้นดังลั่นไปทั่วฟินาเล่ คนไข้และผู้คนทั้งหมดหันมองที่ลำโพงที่มีเสียงออก

“ขิ๋มจ๋า อ๊อย!”

เสียงครางของหญิงสาวสุดสวย ดังทะลุลำโพงกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งสถานบำบัด ล่องลอยไปตามทางเดินและห้องต่างๆ ผู้คนที่อยู่ในนั้น ไม่ว่าจะเป็นหมอ พยาบาล คนไข้ ต่างให้ความสนใจและสงสัยว่า ภายใต้เสียงที่สยิวและเย้ายวนชวนหัวใจละลายนั้นเป็นของใครกัน ภายในห้องสี่เหลี่ยมไม่ใหญ่มากนักไม่มีหน้าต่าง มีเพียงแสงไฟจากหลอดนีออนดวงน้อย ที่คอยให้แสงสว่าง ในที่สงบและเงียบแบบนี้ มีเพียงแค่เธอสามคนเท่านั้นที่อยู่ด้วยกัน

หมอแก้ว ขิ๋ม แล้วก็ส้ม สองสาวยืนมองไปที่คุณหมอสุดสวย ที่กำลังฟื้นตัวจากอาการสหลบ

“ขิ๋ม ฉัน…ขอโทษ”

“ฉันไม่ต้องการคำขอโทษค่ะคุณหมอ ฉันต้องการแก้แค้น”

“ชีวิตคนเรามันสั้น ถ้าเอาแต่ให้อภัยกัน แล้วเมื่อไหร่จะได้แก้แค้นหละ”

“แต่ก่อนจะแก้แค้น มันก็ต้อง…แก้ผ้าซะก่อน”

“อุ๊ย! ขิ๋ม เธอจะทำอะไรหนะ”

หมอแก้วแสนสวย ที่ยังไม่ทันหายตกใจ เธอก็ได้โดนเด็กสาวจู่โจมไปที่หน้าอกอย่างรวดเร็ว ขิ๋มใช้มือทั้งสองข้างกระชากเสื้อเธอออกอย่างบ้าคลั่ง กระดุมกระเด็นไปคนละทิศละทางตามมาด้วยเสียงร้องของคุณหมอ ขิ๋มใช้ปากของเธอเข้าไปดูดคอของคุณหมออย่างแรงและคาอยู่แบบนั้นเป็นเวลานาน คุณหมอร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและความเสียว เธอไม่สามารถขัดขืนหรือหลุดออกมาได้ เพราะมือทั้งสองข้างโดนมัดติดกับเก้าอี้

เสียงครางนั้นดังลั่นไปทั่วทั้งฟินาเล่ ผู้คุมและบุรุษพยาบาลต่างตามหาที่มาของเสียง ส่วนคนไข้นั้นก็แปลกใจพร้อมกับส่งเสียงตบมือบางคนก็กระโดดโลดเต้น ตัดมาที่ห้องขังที่มีสามสาวอยู่ ส้มยืนสูบบุหรี่อยู่มุมห้อง มองดูขิ๋มที่กำลังลวนลามคุณหมอแก้วอย่างบ้าคลั่ง หลังจากที่เธอหาความบันเทิงจากช่วงบนเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอกคอและร่องอก เธอก็ถอดกระโปรงของคุณหมอออกพร้อมกับถ่างขา หลังจากนั้นก็เอาหน้าซุกเข้าไป

ขิ๋มใช้ลิ้นของตัวเอง ในการบรรเลงเพลงเสียวสวาท เธอชอนไชเข้าไปและดูดมันอย่างแรง น้ำของคุณหมอเริ่มเอ่อล้นออกมา ในระหว่างนั้นคุณหมอก็ร้องครางออกมาด้วยความเสียวแบบไม่หยุด เสียงครางนั้นยิ่งดังและถี่มากขึ้น ไม่นานนักขิ๋มก็ถอดช่วงล่างเธอออก และนำมันไปถูกับของคุณหมอ เธอเรียกส้มให้มาช่วยขยำหน้าอกของคุณหมอเพื่อเร้าอารมณ์ ส้มสอดมือทั้งสองข้างเข้ามาจากด้านหลังของคุณหมอ และใช้แรงบีบขยำอย่างสนุกสนาน ส่วนคุณหมอสาวสวยนั้น ก็ยิ่งครางออกมาเสียงดังขึ้นด้วยความเสียว

หลังจากที่ถูไถกันไปมาสักพัก ขิ๋มก็ให้ส้มแก้เชือกที่มัดหมอออก พร้อมกับถอดเสื้อผ้าของพวกเธอทั้งหมด และลงมาร่วมวงกันที่พื้น ขิ๋มจับคุณหมอกดลงกับพื้น และใช้สี่นิ้วยัดเข้าไปในช่องเสียวที่หว่างขา ส้มขึ้นไปนั่งค่อมที่หน้าของคุณหมอ ส้มใช้น้องสาวไร้ขนของเธอ ถูไปมาที่หน้าของคุณหมอ หมอแก้วใช้ลิ้นแยงเข้ามาและดูดอย่างเคลิบเคลิ้ม ขิ๋มเอานิ้วออกมาถ่างขาหมอออก และเอาของตัวเองขึ้นไปถูกับของคุณหมอ

เธอถูไปถูมาและเริ่มกระแทกแรงๆ ถี่ๆ บวกกับดูดปากกับส้มไปด้วย เสียงครางของทั้งสามคนประสานกัน มันทำให้ยิ่งเสียวและสยิวขึ้นไปอีก คนไข้และผู้คุมบางคน ถึงกับหามุมแอบ เพื่อทำร้ายตัวเองผ่านข้อมือของพวกเขา หลังจากที่เสียดสีและบี้กันไปมา คุณหมอก็เริ่มเครื่องติด ขิ๋มพลิกตัวเธอขึ้นมา และจับใบหน้าของคุณหมอนั้น มาจ่อที่ปากทางเข้าช่องเขาสุดเสียวของเธอ และก็ให้เธอนั้นช่วยบรรเลงเพลงรัก

คุณหมอใช้ลิ้นและนิ้วยัดเข้ามา เธอขยับนิ้วไปมาและเข้าออกในรูเสียวของขิ๋ม พร้อมกับใช้ลิ้นตวัดไปตวัดมาที่เม็ดของเธอ จนทำให้ขิ๋มครางและร้องออกมาเสียงหลง ในขณะที่คุณหมอใช้หน้าและลิ้นสร้างความบันเทิงให้กับขิ๋มอย่างไม่หยุดหย่อน ส้ม ก็ใช้นิ้วทั้งสี่ยัดเข้ามาใส่คุณหมอ

“อ๊อย! เสียวจังเลยค่ะ”

“แรงอีกๆ เร็วอีกๆ โอ๊ย!”

เมื่อส้มได้ยินเช่นนั้น เธอก็เพิ่มแรงและความเร็วในการยัดนิ้วเข้าออก คุณหมอครางออกมาสุดเสียงด้วยความเสียว ไม่นานนักทั้งขิ๋มและคุณหมอก็มีน้ำทะลักออกมาพร้อมกัน เลอะไปทั้งใบหน้าและหว่างขา ขิ๋มจับคุณหมอหันและให้ไปทำให้ส้ม คุณหมอใช้ลิ้นและนิ้วในการสร้างความเสียวให้แก่ส้ม ส่วนขิ๋มนั้นก็เข้าไปดูดปากและบีบไปที่หน้าอกของส้มอย่างสนุกสนาน ใช้เวลาเพียงไม่นานเธอก็กระตุกและมีน้ำพุ่งออกมาใส่หน้าคุณหมอเลอะเต็มไปหมด

คุณหมอนอนหมดสภาพด้วยความเหนื่อย นอนหอบถี่ๆ อยู่บนพื้น สาวสวยทั้งสองคนเช็ดเนื้อเช็ดตัวและใส่เสื้อผ้า หลังจากนั้นพวกเธอก็เปิดประตูและเดินจากไป ปล่อยคุณหมอสาวสวยให้นอนแก้ผ้าหมดสภาพอยู่แบบนั้น แต่หลังที่พวกเธอสองคนเดินจากออกไปได้ไม่นาน ก็ได้มีเหล่าคนไข้ 10-20 คนเดินเข้ามา คนไข้พวกนั้นเป็นผู้ชายทั้งหมด ทุกคนเดินเข้ามาหาคุณหมอที่กำลังนอนแก้ผ้าอยู่ หลังจากนั้นพวกเขาก็เริ่มแก้ผ้าและจับคุณหมอยกขึ้นมาหาความบันเทิง

คุณหมอโดนเหล่าคนไข้ของเธอทั้งหมด มอบความเสียวให้แบบจัดเต็มไม่มีพัก เหล่าคนไข้ทั้งหลายต่างควักอาวุธของตัวเองออกมากระซวกเข้าไปที่คุณหมอ ไม่ว่ารูไหนบนร่างกาย ถ้าสามารถเข้าได้ พวกเขาจะเอายัดมันเข้าไป คุณหมอโดนเหล่าคนไข้สร้างความเสียวแบบจุกๆ หลายต่อหลายชั่วโมง จนนอนหมดสภาพ หลายชั่วโมงผ่านไป จนมีคนเข้ามาพบและช่วยเธอออกไป ตอนที่มีคนมาพบนั้น คุณหมอนอนหอบแฮกๆ หมดสภาพด้วยร่างกายเปื่อยป่าว

เนื้อตัวเต็มไปด้วยลอยจ้ำแดงๆ จากการดูด เหนียวเหนอะหนะไปด้วยคาบน้ำจากความเสียว นับตั้งแต่นั้นคุณหมอก็ไม่เหมือนเดิม เธอกลายสภาพจากคุณหมอสาวสวยเป็นคนไข้ซะเอง จากเคยรักษาผู้อื่น เธอกลับต้องถูกรักษา เธอใช้ชีวิตต่อที่ฟินาเล่ ในฐานะ…คนไข้

ในตอนที่ได้สติ หมอแก้วคิดในใจว่า จะจัดการตอนนี้เลยไหม ฆ่าขิ๋มซะ เรื่องจะได้จบ แต่หมอแก้วก็ไม่กล้าลงมือ ปล่อยให้พวกเธอสองสาว เล่นกับเธออย่างสนุก หมอแก้วทำแค่ปล่อยตัว เพราะเธอไม่อยากจะฆ่าใครอีกแล้ว เธอคิดในใจแบบนั้น ตอนที่ทั้งสองสาวกำลังมอบความเสียวให้เธอ หลังจากที่พวกเธอจากไป หมอแก้วก็ยังคงคิดอยู่ เธอคิดขณะที่โดนเหล่าคนไข้ กระแทกความเสียวใส่เธอไม่ยั้ง คนแล้วคนเล่า

เธอไม่ยอมตอบโต้หรือสู้กลับ หมอแก้วคิดว่า การที่เธอโดนกระทำแบบนี้ มันคงจะดีแล้ว เป็นการชดใช้ความผิดที่ได้ฆ่าคนตาย เธอหลับตาลงแล้วปล่อยให้พวกคนไข้นับสิบคน บรรเลงเพลงรักใส่เธออย่างเต็มที หลังจากเธอถูกช่วยเหลือ และได้กลายเป็นคนไข้ของฟินาเล่ เธอถูกขังในห้องเดียว เธอไม่อยากออกไปเจอแสงแดด หรือผู้คน หมอแก้วตัดสินใจทำร้ายร่างกาย ทั้งคนไข้ หมอและพยาบาล เพื่อจะได้ไปห้องขังเดี่ยว

ในตอนแรกเธอได้ขอร้องไปแล้ว แต่ไม่มีใครยอมให้เธอลงไปอยู่ห้องขังเดี่ยว ในตอนนี้ หมอแก้ว เธอได้อยู่ในห้องขังเดียว เท้าของเธอถูกล่ามเอาไว้ เธอใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่สนใจเรื่องภายนอก หรือเรื่องอื่นๆ เธอเอาแต่นอน นอน แล้วก็นอน หมอแก้วเคยบอกกับตัวเองว่า หากจะต้องเป็นบ้า เธอขอตายดีกว่า แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันไม่ง่ายเลย ไม่ว่าเธอจะกรีดแขนตัวเอง วิ่งชนกำแพงแรงๆ ร่างกายมันก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว

“เห้อ!”

“รู้งี้…”

“ตายตั้งแต่ตอนนั้น”

“ก็ดีอยู่แล้ว”

ได้เวลา…เสียว

บนโลกที่แสนเฮงซวย และเส็งเคร็งใบนี้ การเป็นบ้าถือว่าเป็นเรื่องที่ดี มันจะทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นมาเล็กน้อย พอจะให้คุณได้อยากมีลมหายใจต่อไป บางทีก็อดสงสัยไม่ได้ ว่าใครเป็นคนนิยามคำว่ารักขึ้นมา ความรู้สึกที่แสนพิเศษ ที่มีให้ต่อใครซักคน ฉันว่ามันก็คงไม่แปลกหรอก ร่ายกายยังต้องการอาหารเพื่อดำรงชีวิต หัวใจเองก็เช่นกัน อาจจะต้องการความรัก เพื่อดำรงอยู่ และถ้าหาก คนเรา ได้รับความรักมากจนเกินไป

มันจะเป็นยังไงนะ… เพราะขนาดเวลาเรา กินเยอะๆ ยังอ้วนเลย ถ้าหากหัวใจ ได้รับความรักมากไป ก็คง… อกแตกตายละมั้ง?

ช่วงเวลาที่แสนยาวนาน ไม่เคยจะได้สัมผัสดวงตะวันและแสงจันทร์ทรา มีเพียงความมืดมิดเท่านั้น ที่เป็นเพื่อนคู่กาย ในหนึ่งวันจะได้กินอาหารแค่หนึ่งมื้อ ฉันอยู่ในนี้มานานจนลืมวันลืมคืน ถูกจองจำและตัดขาดจากโลกภายนอก แต่มันก็คือสิ่งที่ฉันได้เลือก การอยู่ในห้องแคบๆ มันรู้สึกปลอดภัยกว่า ถ้าหากจะได้ออกไปเจอโลกภายนอก เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ พวกผู้คุมหรือหมอคนอื่นๆ ก็จะคิดว่าฉันดีขึ้นแล้ว อาจคุยและรักษา

แต่เมื่อผ่านพ้นประตูออกไป ฉันก็จะแจกหวัดและส้นตีนให้กับพวกเขา จนต้องกลับมาอยู่ในห้องขังใหม่ เพราะฉันคิดว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร ฉันไม่ได้บ้าหรือว่าโง่ ฉันแค่เบื่อ ที่ต้องมานั่งจัดการและแก้ไขปัญหาต่างๆ แล้ว ปล่อยให้ทุกคนใช้ชีวิต และปลอดปล่อยความฉิบหายออกมา ถ้าพวกเขาตายกันหมด ไม่แน่วันหนึ่ง ฉันคงอยากออกไปจากที่แห่งนี้ เพื่อสูดอากาศหายใจข้างนอกบ้าง แต่ตอนนี้ ฉันขออยู่เงียบๆ แล้วกัน

หลังจากที่ขิ๋มบุกมาที่นี้ และหมอแก้วได้กลายเป็นคนไข้ มันก็ผ่านไปนานถึง 5 ปี เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ขิ๋มโดนขังอยู่ที่นี่ ร่างกายของหมอแก้วดูโทรมมากๆ ผอมโซ ผมยาวถึงขา วันๆ เธอจะเอาแต่นั่งกับนอน พอพวกหมอจะมาพาเธอไป แต่ก็จะแกล้งบ้า แล้วก็ทำร้ายพวกนั้น จนไม่มีใครกล้าพาเธอออกไปไหนอีก วันอาจจะน่าเบื่อไปซักหน่อย ทั้งๆ ที่มีพลังมากมาย สามารถจัดการคนเป็นร้อยได้ในคราวเดียว ลูกหรอหรือกุญแจมือ

แทบไม่มีผลเลย หากออกแรงเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำลายได้ วันนั้นขณะที่หมอแก้ว กำลังนั่งพิงกำแพง และถอนหายใจไปวันๆ ก็มีพยาบาลสาวและบุรุษพยาบาลคู่หนึ่ง เดินลงมาที่คุกใต้ดิน และเข้าไปในห้องขังข้างๆ ห้องของหมอแก้ว พอเข้าไปได้ ก็เริ่มบวกกันอย่างเมามัน

“อ๊า! ผัวข๋า ค่อยๆ สิ รีบหรอ” พยาบาลสาวพูดด้วยน้ำเสียงกระเส่า

“อ๊า! ค่อยๆ เลียสิ ตรงนั้นแหละ ตรงนั้น! เน้นๆ เลย อ๊า!”

“อ๊อย เสียว รู้สึกดีจัง”

“อ๊อย! อย่าหยุดสิคะผัว อ๊า อ๊า”

สำหรับคุกใต้ดินนั้น ไม่ค่อยมีใครลงมาหรือสนใจ ไม่มีผู้คุมที่นี้หรอก มีแค่คนสองคน แต่อยู่บนทางเข้า พวกเขามักจะใช้ที่แห่งนี้ เป็นโรงแรมม่านรูด เพื่อหลีกหนีจากสายตาขี้เสือก ของผู้คนรอบข้าง แถมคนไข้ที่โดนขังที่นี้ ก็มีแค่ฉัน กับคนไข้อีกสองคน ที่แห่งนี้เงียบมากๆ เพราะคนไข้อีกสองคน ก็ไม่ได้ส่งเสียงดัง หรือคลุ้มคลั่งอะไร พยาบาลสาวกับบุรุษพยาบาล เริ่มมีอารมณ์มากขึ้น พวกเขาถอดเสื้อผ้าออกจนหมด

บุรุษพยาบาล พาสาวสวยไปที่เตียง แล้วก็กดเธอลงกับเตียง ก่อนจะใช้แท่งเอ็นอุ่นๆ เสียบเข้าไปในรูของเธอ ที่กำลังเปียกและแฉะได้ที่ พยาบาลสาวครางออกมาด้วยความฟิน เธอครางออกมาไม่หยุด ในขณะที่แท่งเสียวอุ่นๆ กำลังเข้าออกรูอย่างสนุก หลังจากที่นอนซอยอยู่สักพัก บุรุษพยาบาล จับเธอลุกขึ้น แล้วก็พามาที่หน้าประตูห้องขัง เขาให้พยาบาลจับลูกกรงเอาไว้ แล้วเขาก็ยัด แท่งเสียวอันใหญ่ เข้ามาจากด้านหลัง

แล้วก็เริ่มซอยรัวๆ จนก้นพยาบาลสาวเด้งไม่หยุด นมเธอบี้ติดแนบชิดไปกับลูกกรง พร้อมกับเสียงครางที่ทรงพลัง ที่ครางตามจังหวะแรงกระแทกของชายหนุ่ม บุรุษพยาบาลหนุ่ม ยกขาพยาบาลสาวขึ้นมาจับไว้หนึ่งข้าง แล้วก็ซอยไม่หยุด เขาเริ่มทำแรงและเร็วขึ้น สีหน้าของพยาบาลดูเสียวสุด เธอครางออกมา พร้อมกับหันหน้าไปมองบุรุษพยาบาลหนุ่ม ที่กำลำทำหน้าซะใจตอนกระแทก เธอทำหน้าร่านๆ ใส่เขา แล้วก็ดูดปากกัน

“อ๊า! ผัวข๋า เสียวจัง ทำเมียแรงๆ สิ”

“อ๊า อ๊า อ๊า โอ๊ย! เสียวรูจัง มันมากเลย อิ๊ อิ๊”

“อ๊า ผัวข๋า มัน_ีอะ แรงๆ แรงอีก แรงๆ”

“อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า เสียว อิ๊ อิ๊ อิ๊”

ขณะที่คู่ผัวเมียสุดร่าน กำลังบวกกันอย่างเมามัน โดยไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งนั้น หมอแก้ว ที่อยู่ข้างห้อง เธอก็แอบรู้สึกรำคาญอยู่หน่อยๆ แต่ถ้าหากตะโกนออกไป ทำให้พวกเขาหมออารมณ์ และของผู้ชายหดกะทันหัน มันก็คงจะบาปอยู่ไม่น้อย หมอแก้ว เลยปล่อยให้สองคนนั้น บวกกันต่อ ส่วนเธอเองก็หาอะไรสนุกๆ ทำด้วย จะว่าไป เธอก็ไม่ได้มีอะไรกับใครมี 5 ปี แถมครั้งสุดท้ายที่ช่วยตัวเองนั้น ก็จำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่

หมอแก้ว ค่อยๆ เอามือของตัวเอง ลงไปที่หว่างขาแล้วก็ล้วงลงไปในกางเกงของตัวเอง มันรู้สึกแหงมากๆ น้ำไหลออกมาแค่นิดเดียว เธอใช้สามนิ้ว ยัดเข้าไปในปากของตัวเอง หลังจากที่อมและเปียกได้ที่ หมอแก้ว ก็เอานิ้วทั้งสามของตัวเองออกจากปาก แล้วก็ยัดเข้าไปในรูตรงหว่างขาของเธอ หมอแก้วเริ่มทำหน้าฟิน แล้วก็จินตนาการภาพตาม ภาพที่เธอโดนพยาบาลสาว ที่มีแท่งเสียว กระแทกเข้ามาในรูของเธอ

ทั้งหนักหน่วงและรุนแรง หมอแก้วเริ่มครางออกมาเบาๆ เธอทำเร็วขึ้น เอานิ้วเข้าออกรูเสียวไวขึ้น เธอทำตามจังหวะ ที่พยาบาลสาวข้างห้องร้องครางออกมา พยาบาลสาวคราง อ๊า! หมอแก้ว ก็ยัดนิ้วเข้าไปแรงๆ พยาบาลสาวครางอีก ครางรัวๆ ถี่ๆ เร็วๆ ไม่หยุด หมอแก้วก็กระซวกนิ้วเข้าไปในรูของตัวเองไวๆ พยาบาลสาวข้างห้อง เธอครางดังขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด หมอแก้วเอาแต่กระซวกนิ้วเข้าออกรู แล้วก็บีบนมตัวเอง

“อ๊า เสียว อ๊า อ๊า อ๊า อ๊า ผัวข๋า ผัววววว” พยาบาลสาวข้างห้องครางออกมา

“อ๊อย อ๊อย เสียวจัง เมียจะไม่ไหวแล้วอะ อ๊า อ๊า”

“ผัวข๋า ผัวววว แรงๆ แรงอีก แรงๆ อ๊าย! แรงๆ อย่างนั้นแหละ อ่ะ อ่ะ อ่ะ”

“อ๊อย อ๊อย อ๊อย มัน_ีจัง ไม่ไหวแล้ว อิ๊ อิ๊”

“ผัวข๋า ผัว ผัว! ผัวววววว อ๊าาาาาาาาาาาา!”

หลังจากที่พยาบาลคนนั้นน้ำแตก หมอแก้ว ก็แตกด้วยเหมือนกัน น้ำที่ไม่ได้ปล่อยออกมานาน มันพุ่งกระฉูดออกมาจากรูของเธอ หมอแก้ว ลงไปนอนกระตุกแรงๆ บนพื้น แล้วก็หลับไป ไม่นานนักเธอก็ตื่นขึ้น หลังจากได้ยินเสียงเดินของใครบางคน เขาเดินเข้ามาเรื่อยๆ ใกล้ๆ ห้องเธอ

ขณะที่เธอกำลังถูกขังอยู่ ช่องเล็กๆ ตรงประตูห้องขังก็เปิดออก มีคนโยนอะไรเข้ามา เธอหันหน้าไปดูขณะที่กำลังนอนเหม่อ มันเป็นซองสีขาวๆ หมอแก้วจึงลุกขึ้นมา แล้วก็เปิดมันออก เธออ่านข้างในจดหมาย ในนั้นเขียนว่า สวัสดีแก้วที่รัก เป็นไงบ้างหวังว่าคงจะสบายดี ส่วนตัวฉันนั้น เริ่มมีอะไรให้ทำสนุกๆ อีกแล้ว ฉันมีเซ็กไม่หยุด ฉันใช้มันเพื่อแลกกับอะไรบางอย่างที่ต้องการ แค่ฉันมี_ีไม่จำเป็นต้องมีเงิน ฉันก็ได้ทุกสิ่ง

ฉันกำลังจะได้แก้แค้น ฉันกำลังจะฆ่าคนๆ หนึ่ง มันเป็นคนที่เลวมากๆ แก้วจำส้มได้ไหม คนที่ฉันพาไปตอนกลับไปหาเธอครั้งสุดท้าย คนนั้นแหละ เธอตายแล้ว มันอาจเป็นเวรกรรมก็ได้ ทำไมกันนะ คนที่ฉันรัก ต้องตายจากฉันไปหมดทุกคน ตอนนี้ฉันไม่เหลือใครแล้ว หากเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ นั้นหมายความว่า ฉันเหลือคนที่ฉันรักอยู่หนึ่งคน นั้นก็คือเธอ ฉันขอโทษนะแก้ว ที่ทำกับเธอแบบนั้น มันคงจะเลวร้ายมากๆ

แต่เพราะเธอฆ่าคนที่ฉันรัก จะด้วยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ แต่… ฉันให้อภัยเธอแล้วนะ หวังว่า เธอคงจะให้อภัยฉันเหมือนกัน ที่ฉันเขียนมาก็จะบอกเพียงเท่านี้แหละ เพราะหากฉันตายไป ในตอนที่กำลังแก้แค้น ฉันคงไม่มีโอกาสได้บอกเธอ ว่าฉัน… รักเธอนะ ขิ๋มรักหมอแก้วนะ ให้อภัยฉันด้วยล่ะ จะได้นอนตายตาหลับ โชคดีที่รัก ลาก่อน หวังว่าคงได้เจอกัน ที่ไหนสักที่ ไม่ในความฝัน ก็ความทรงจำ ถ้าเจอกัน อย่าลืมยิ้มให้นะ

เมื่อหมอแก้วอ่านจบ น้ำตาเธอก็ไหลออกมา มันเป็นนำตาแห่งความเสียใจและความสุข ที่เธอไม่ได้สัมผัสมันมาถึง 5 ปี มันไหลออกมาเอง มันทำให้เธอรู้ว่า หัวใจของเธอยังปกติและยังทำงานไดดีอยู่ เธอหัวเราะออกมา พร้อมกับร้องไห้ เธอทุบไปที่พื้นแรงๆ ด้วยความโมโห

“อีกแล้วหรอ เธอเอาอีกแล้ว”

“อภัยงั้นหรอ ฉันน่ะ อภัยให้เธอได้อยู่แล้ว”

“แต่การที่เธอ จะไปไล่ฆ่าใครนั้น”

“มันไม่ถูกต้องเอาซะเลย”

“แถมคนที่จะฆ่าเธอได้นั้น”

“มันมีแค่ฉันเท่านั้น”

“คนที่ฆ่าเธอ ต้องเป็นฉัน เพียงคนเดียว”

หมอแก้วลุกขึ้นด้วยความโมโห พร้อมกับสูดหายใจจนเต็มปอด ก่อนจะสะบัดขา และเตะไปข้างหน้า จนโซ่ที่ล่ามขาเธอเอาไว้หลุดออก หมอแก้วพูดขึ้นมาว่า ถ้าฉันฆ่าเธอให้ตายซะตอนนั้นมันคงจะดีกว่า ก่อนจะเดินไปข้างหน้า แล้วก็ใช้เท้าถีบประตูออกมา จนกระเด็นติดข้างฝา เสียงสนั่นดังไปทั่วคุกใต้ดิน ผู้คุมที่อยู่ชั้นบนเดินลงมาสองคน พอพวกเขาเห็น ก็จับกระบองขึ้นมา ก่อนจะวิ่งใส่หมอแก้ว เพียงแค่ผู้คุมพุ่งตัวออกมา

และก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว หมอแก้ว ก็ถึงตัวพวกเขาทันที่ ทั้งๆ ที่ห่างกันสามเมตร เธอต่อยไปที่ท้องของผู้คุม และหวดหลังมือใส่อีกคน จนทั้งคู่ลงไปนอนหมดสภาพ เสียงหวอดังขึ้นสงสัยญาณเตือน ไปทั่วทั้งฟินาเล่ หมอแก้วเดินไปห้องขัง ที่มีคนไข้ถูกขังอยู่ เธอพังประตูด้วยมือข้างเดียว แล้วก็พวกให้คนไข้ทั้งสอง หนีออกไปซะ ถ้ากลัวก็ตามหลังเธอไว้ คนบ้าก็สมควรได้ใช้ชีวิต หลังจากนั้น หมอแก้ว ก็รีบวิ่งขึ้นไปข้างบน

พอขึ้นมาถึง เธอก็เจอเข้ากับ เจ้าหน้าที่และผู้คนนับสิบคน ที่ถืออาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นกระบอง,ปืนยาสลบ,ปืนช็อตไฟฟ้า พอเจ้าหน้าที่เห็นพวกเขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น เหล่าเจ้าหน้าที่พวกเขาเริ่มยิงทันที่ หมอแก้ว วิ่งหลบซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว เหมือนหยุดเวลาเอาไว้ได้ เธอพุ่งตัวหลบ เพียงสองวินาที เธอก็ถึงตัวผู้คุมพวกนั้น ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างเล่นงาน เธอต่อยและทุบ แล้วก็ทุ่มเจ้าหน้าที่บางคน ลอยผ่านกระจก

หมอแก้ววิ่งต่อไป เธอตรงไปยังตึกด้านหน้าของฟินาเล่ หมอแก้ววิ่งและมองไปรอบๆ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ถึงเวลาจะผ่านไป 5 ปี แต่ทุกอย่างยังคงสภาพเดิม เปลี่ยนแค่หมอกับพยาบาล ในระหว่างทางที่หมอแก้วมานั้น เธอก็เจอกับหมอและบุรุษพยาบาลมากมาย ที่เข้ามาขัดขวางเธอ พวกเขามั่นใจและเข้ามามือเปล่า โดยที่ไม่รู้เลยว่า หมอแก้วนั้น มีพลังมากขนาดไหน ภาพที่พวกเขาเห็นคือ คนไข้หญิงสาวผอมโซ

ร่างกายผอมบาง ไร้เรี่ยวแรงและกำลังหลบหนี แต่หารู้ไม่ว่า หมอแก้วคือเครื่องจักรสังหารดีๆ นี่เอง เพียงแค่เธอขยับมือก็สามารถทำคนตายได้แล้ว พอหมอและบุรุษพยาบาลทั้งหมด ถูกหมอแก้วจัดการ ก็ไม่มีใครคอยดูแล และคุมเหล่าคนไข้ จึงทำให้เหล่าคนไข้นั้นมีอิสระ แล้วก็ทำอย่างใจต้องการ ตอนนี้ เหตุการณ์ในฟินาเล่ เหมือนตอนที่เธอสู้กับหมอเพียง ทุกอย่างดูวุ่นวาย ไร้ซึ่งระเบียบ หมอแก้วได้ยินเสียงรถ นับสิบคัน

หมอแก้ว พักหายใจแล้วก็กดน้ำดื่มจากตู้ เหล่าคนไข้ ก็เดินเล่นไปมา พวกเขาทำอะไรสนุกๆ กัน แต่ไม่มีใครทำร้าย หมอหรือพยาบาลเลย พวกเขาเอาแต่เล่นสนุก ไม่มีใครทำอันตราย เพราะพวกเขาเป็นคนบ้า เลยทำเรื่องบ้าๆ แต่หมอและพยาบาลนั้น ก็แตกตื่นกันไปเอง พวกเขาเอาแต่วิ่งหนี และหวดกลัวคนไข้ ทั้งๆ ที่คนไข้บางคน แค่ชวนเล่นตุ๊กตา หมอแก้วเดินมาได้ไม่นาน เธอก็มองตัวเองในกระจกบานใหญ่

หมอแก้วเห็นตัวเองในกระจก เธอมองซ้ายมองขวา เดินเข้าไปใกล้ๆ กระจก เพื่อมองหน้าตัวเองชัดๆ เธอมองแล้วก็ถอนหายในแรงๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า นี่คือสภาพของฉันงั้นหรอ ทำไมสารรูปดูเ_ี้ยจัง พอพูดจบ เธอก็เดินต่อไปที่ เคาน์เตอร์พยาบาลด้านหน้าตึก แล้วก็เดินเข้าไป

“พยาบาล พยาบาล พยาบาล!”

“คะๆๆ อย่าทำอะไรเลยนะ ฉันกลัวแล้ว”

“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย”

กลุ่มพยาบาลสี่คน นั่งแอบตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ หมอแก้ว มองพวกเธอด้วยสายตาเอือมระอา ก่อนจะพูดขึ้นว่า

“ฉันไม่ทำอะไรทั้งนั้นแหละ”

“ฉันแค่จะถาม มีลิปสติกไหม!”

“ม ม มี ค่ะ น น นี่ เอาไปเลยค่ะ” พยาบาลสาวคนหนึ่ง พูดตะกุกตะกัด ก่อนจะยื่นของที่หมอแก้วขอ

“ขอบใจนะ” หมอแก้วพูดกับพวกเธอ ก่อนจะลุกขึ้นมา แล้วเดินจากไป

หมอแก้วเดินไปที่ ห้องเก็บของ ที่เอาไว้สำหรับเก็บของผู้ป่วย เพราะเวลาผู้ป่วยที่เข้ามาที่นี้กะทันหัน พวกเขาจะมีของส่วนตัวติดมาด้วย เลยต้องแยกและเก็บเอาไว้อย่างดี หมอแก้วเดินหาชื่อของตัวเอง แล้วก็เจอปิ่นปักผมของ พ.อ. กิ่ง ที่ทิ้งเอาไว้ให้เธอก่อนตาย ก่อนจะเดินออกมา เธอก็เห็นชื่อคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว นั้นก็คือขิ๋ม หมอแก้วเปิดเข้าไปดู เธอเห็นกระเป๋าสตางค์ของขิ๋ม หมอแก้วเปิดออดู

ในนั้นไม่มีเงิน หรือบัตรและของล้ำค่าอะไรมากมาย เท่าที่เห็นสิ่งมีค่ามากที่สุด คงเป็นบัตรสะสมแสตมป์หมู่กระทะ ที่ครบ 10 แต้ม พอดี แต่มันหมดอายุไป จะสิบปีแล้ว หมอแก้วเปิดดูอีกหน่อย เธอก็เห็น รูปของขิ๋มตอนวัยรุ่น ถ่ายคู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง หน้าตาเรียบๆ ผมสั้น อยู่ในบ้านหลังหนึ่ง เป็นคนๆ เดียวกับที่หมอแก้วเห็น ตอนที่ขิ๋มวาดในห้องขัง หมอแก้วปิดมัน แล้วก็เก็บไว้ที่เดิม ต่อจากนั้นหมอแก้ว ก็เดินออกมา

หมอแก้วเดินเข้าไปในห้องพัก ของพวกพยาบาล ที่เอาไว้สำหรับแอบนอน หมอแก้ว เดินเข้าไปแล้วก็นั่งลง เธอมองไปที่กระจกตรงหน้า ก่อนจะเปิดไฟดวงน้อยๆ แล้วก็เช็ดหน้าเช็ดตา ให้ดูสะอาดขึ้น หลังจากนั้นก็ทาปาก ด้วยลิปสติกสีแดงที่ได้มา พอทาเสร็จ หมอแก้วก็หัวเราะออกมาดังๆ เหมือนคนบ้า เธอวางลิปสติกลง ต่อจากนั้นก็ใช้มือทั้งสองข้างม้วนผมตัวเอง แล้วใช้ปิ่นปักผมเสียบลงไป ก่อนเธอจะออกจากห้อง

หมอแก้วหยิบลิปสติกขึ้นมา แล้วก็เขียนข้อความลงไปที่กระจก ฟิ นา เล่ แล้วก็เดินออกมา เธอเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะถึง เธอก็ถอดเสื้อและกางเกงออก ก่อนจะหยิบเสื้อกาวน์แถวนั้น ของหมอคนหนึ่งขึ้นมาใส่ หมอแก้วเดินผ่านเคาน์เตอร์ แล้วก็คิดอะไรออก เธอเดินถอยหลังเดินกลับมา แล้วก็เข้าไปหลังเคาน์เตอร์ ที่มีพยาบาลพวกนั้นแอบอยู่ข้างใต้

“พยาบาล!”

“อ อ อะไรอีกคะ” พยาบาลสาว หันมาตอบหมอแก้ว

“รองเท้าสีสวยน่ะคะ”

“ฉันขอยืมนะ เดี๋ยวมาคืน” หมอแก้วเอียงคอ พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ให้พยาบาลสาว

“Balenciaga เลยนะ” พยาบาลสาว พูดกับหมอแก้ว ด้วยสายตาอ้อนวอน

หลังจากนั้น หมอแก้วก็เดินออกมา พร้อมชุดกาวน์และร้องเท้าส้นสูงสีแดง พอมาถึงหน้าตึก เธอก็เห็นเจ้าหน้าที่นับร้อยคน และบุรุษพยาบาลมากมาย ยืนเรียงแถว และพร้อมจู่โจมเธอ พวกเขายืนห่างไปไกลพอสมควร พวกนั้นรออยู่ที่สนามหญ้า ก่อนจะถึงประตูลูกกรง ที่กั้นระหว่างคนไข้ กับพวกเขาเอาไว้ หมอแก้วเดินลงบันไดมาช้าๆ ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อย แล้วก็วิ่งเข้าใส่พวกนั้นอย่างรวดเร็ว หมอแก้ววิ่งตรงลงมาอย่างไว

พวกนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าผู้หญิงผมแห้งคนเดียว จะกล้าวิ่งใส่พวกเขา เจ้าหน้าที่ วิ่งออกไป 5 คน ไม่ถึง 2 วินาที หลังจากที่หมอแก้ว วิ่งผ่านพวกเขามา เจ้าหน้าที่ก็ลง ไปนอนกองกับพื้น คนที่เหลือ ต่างพากันตกใจหนักกว่าเดิม จนต้องวิ่งออกไปพร้อมกันหมด พวกเขาวิ่งเข้าไปในสนามหญ้า เหลือไว้เพียงหมอและพยาบาล ที่ยืนคอยอยู่ข้างหลัง หนึ่งในนั้น เป็นคนเก่าที่ทำงานมานาน เขาจำได้เธอได้ ถึงร่างกายจะเปลี่ยนไป

แต่ใบหน้าสวยๆ แบบนั้น สายตาที่มั่นใจ มีแค่คนเดียวเท่านั้น เธอคือหมอแก้วนั้นเอง พยาบาลผู้หญิงคนหนึ่งพูดออกมา จนทำให้ หมอบางคนที่ทำงานมานาน จำเธอได้ วิ่งมาได้ไม่นาน หมอแก้ว ก็เข้าปะทะกับกลุ่มเจ้าหน้าที่นับร้อยคน เธอซัดและสาวหมัดใส่พวกเขาไม่ยั้ง ทั้งเตะและต่อย ตีลังกาถีบ จับทุ่มลงพื้น คนแล้วคนเล่า ไม่มีใครสามารถหยุดหมอแก้วได้ ทั้งปืนไฟฟ้าและยาสบที่ยิงเข้ามา ไม่แม้กระทั่งเจ็บหรือคัน

หมอแก้วจับมันโยนทิ้งดื้อๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมอแก้วใช้ความไว เข้าไปด้านหลังของเจ้าหน้าที่ แล้วจับก็เหวี่ยงใส่เจ้าหน้าคนอื่นๆ ไม่มีใครมองหมอแก้วทัน ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่หลายคน ก็พาลงไปนอนหมดสภาพกับพื้น หมอแก้วเพียงแค่ จัดการให้พวกเขาหมดแรง และไม่สามารถขัดขืนได้ เธอไม่ได้ฆ่าใครตายซักคน หมอแก้ว จัดการกับพวกเจ้าหน้าที่ คนแล้วคนเล่า เธอรู้สึกดีมากๆ การมีพลังเหลือล้นและมีอำนาจ

มันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง ไม่ต้องกลัวตาย และไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาทำร้ายตัวเองได้ หมอแก้วยิ้มออกมา รอยยิ้มของเธอดูซะใจมากๆ สีหน้าของเธอเปลี่ยนไป จากนิ่งเฉยกลายเป็นสนุกและซะใจ เธอรู้สึกมันมือมากๆ ที่ได้เอาพลังนี้มาใช้ ได้ออกแรง ทั้งๆ ที่ไม่เคยคิดที่จะใช้มัน ไม่ถึง 5 นาที เหล่าเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ก็ลงไปนอนเรียบกับพื้น หมอแก้วหยุดพักหายใจ ก่อนจะเดินตรงมา ที่ตึกใหญ่ด้านหน้าของฟินาเล่ เธอเดินมาช้าๆ

พอมาถึง คนที่รู้จักเธอก็ถาม ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ถามว่าเธอจะไปไหน หมอแก้วบอกว่า เธอจะไปตามคนไข้ มีพยาบาลคนหนึ่ง เดินมายื่นน้ำให้เธอกิน แต่หมอแก้ว พูดปฏิเสธ เธอบอก อยากกินเหล้ามากกว่า แล้วก็เดินตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ของทั้งหมดข้างในนั้น ยังอยู่ดีไม่มีใครมายุ่ง หมอแก้ว เดินไปหยิบเหล้าบนชั้นมาหนึ่งขวด แล้วก็กระดกเหล้าเข้าปาก เธอมองไปที่รูปของ พ.อ. กิ่ง ตรงชั้นหนังสือ ก่อนจะยกขวดโชว์

ไปที่ด้านหน้ารูปของ พ.อ. กิ่ง แล้วก็ดื่ม หมอแก้วเดินออกมาจากห้องทำงาน สายตาของหมอและพยาบาล ที่อยู่ตรงนั้น ต่างพากันมองมาที่หมอแก้ว ด้วยความเป็นห่วง แต่พอมองกลับไปที่สนามหญ้า ตรงที่หมอแก้วผ่านมา ทุกคนก็ไม่กล้าพูดอะไร หมอแก้วหันมามองพวกเธอ ก่อนจะยิ้มให้แล้วก็โบกมือ หมอแก้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ แล้วก็เดินลงไปข้างล่างเรื่อยๆ เธอเดินไปพร้อมกับสูบบุหรี่ แล้วก็มองไปทั่วฟินาเล่ มันเป็นภาพ

ที่เธอไม่ได้เห็นมานานแล้ว ถึงจะมืด แต่ก็ยังมีแสงจันทร์ส่องลงมา มันก็งดามไปอีกแบบ หมอแก้วคิดในใจ เธอเดินต่อไป ตรงไปที่ทางออกฟินาเล่ ที่มีประตูเล็กบานใหญ่เก่าๆ พอไปถึงเธอก็เจอเข้ากับ ลุงยามแก่ๆ เขาทำงานที่นี้มาหลายปี และรู้จักทุกคนใน ฟินาเล่

“อ่าว! หมอแก้ว”

“เป็นไงบ้างครับเนี่ย ไม่เจอกันนานเลย” ลุงยามแก่ๆ ฟันหลอ ยิ้มกว้างเมื่อเจอหมอแก้ว

“สบายดีค่ะ ลุงยามสบายดีนะคะ” หมอแก้วหันไปยิ้ม และพูดกับลุงอย่างเป็นมิตร

“สบายดีจ้า แล้วจะออกไปไหนล่ะเนี่ย”

“ดึกป่านนี้แล้ว มาๆ”

“รอแปบนะ เดี๋ยวลุงไปเอารถก่อน”

“ไม่เป็นไรค่ะ นู๋ไปแปบเดียว เดี๋ยวก็กลับ”

“ไม่เป็นไร นู๋เอ้ย มันอันตราย เดี๋ยวลุงไปส่ง”

“อ่ะอ่าว! หายไปแล้ว เห้อ สงสัยจะรีบ”

จู่ๆ หมอแก้วก็หายตัวไป หลังจากลุงยามหันไปหยิบกุญแจรถไม่ถึง 1 วินาที พอลุงยามหันมาไม่เจอหมอแก้วแล้ว เขาก็กลับไปนั่งดูบอลต่อในป้อมยาม หมอแก้ววิ่งด้วยความเร็ว ผ่านต้นไม้ใหญ่และผืนป่าที่กว้างขวาง จนมาโผล่และหยุดอยู่ที่ต้นน้ำ ตรงที่โล่งๆ ห้อมล้อมไปด้วยต้นหญ้าเขียวขจี แสงจันทร์สว่างสาดส่องลงมา เธอก้าวขึ้นไปบนโขดหิน พร้อมกับมองดูพระจันทร์เต็มดวงลูกใหญ่ ก่อนจะตะโกนสุดเสียงดังๆ ว่า…

“อ๊ากกกกกกกกกกก” หมอแก้ว ตะโกนออกมาดังลั่นสุดเสียง

“ขิ๋มมมมมมมมมมม” มันก้องกังวานไปทั่วทั้งผืนป่า

“รอ ฉัน ก่อน นะ”

“ฉัน กำ ลัง จะ ไป ฆ่า เธอ เดี๋ยว นี้ แหละ” เสียงดังขึ้นไปบนภูเขาสูง

“มันถึงเวลาแล้ว”

“มาเสียวกันเถอะ…”

“ที่รัก”

สวรรค์ชั้น…แ_ด

ทุกอย่างเป็นนิจจัง มีจุดเริ่มต้น ย่อมมีจุดจบ ไม่ว่าด้วยเหตุใด จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เมื่อเกิดขึ้นมันต้องจบลง แต่ไม่ใช่กับฉัน ไม่ใช่ในตอนนี้ ชีวิตเหมือนการวิ่งมาราธอน มันช่างยาวนานและแสนไกล บางคนที่วิ่งไม่ไหว ก็ถอดใจแล้วนั่งลง ดื่มด่ำกับระยะทางที่ตัวทำได้ ใช้เวลาที่เหลือกับการเสพความสุข หยุดความพยายามเอาไว้ แล้วเพลิดเพลินกับสิ่งที่มี เมื่อไหร่ที่หายเหนื่อย และยังพอมีเวลาเหลือ อาจจะกลับมา… วิ่งไปข้างหน้า อีกครั้ง

หลังจากที่หมอแก้ว หนีออกมาจากฟินาเล่ได้ เธอก็วิ่งตรงเข้าไปในเมืองใหญ่ กรุงเทพ มหานครแห่งมายา ดินแดนศิวิไลซ์ เต็มไปด้วยความบันเทิงและความหลอกลวง ที่ทุกคนต่างเอาความหวังมาลงเดิมพัน เพื่อให้ชีวิตของตัวเองนั้นดีขึ้น หมอแก้ว แอบขโมยเสื้อผ้าของชาวบ้าน แล้วก็เข้าไปในผับแห่งหนึ่ง เธอหลอกล่อหนุ่มๆ หลายคน ชวนคุยและดื่มเหล้ากับพวกเขา ก่อนจะฉกเงินมาหลายบาท แล้วหนีออกมา เหล่าหนุ่มๆ พวกนั้น

ไม่รู้เลยว่า เงินและสิ่งมีค่าของตัวเองหายไปตอนไหน หมอแก้ว ใช้พลังความไวที่เธอมี ขโมยเงินพวกหนุ่มๆ ในผับ ก่อนจะออกมาเธอก็ถือขวดเหล้าออกมาด้วย เมื่อออกมาจากผับ หมอแก้ว ก็ดื่มด่ำกับแสงสีเสียงของกรุงเทพ เธอสูบบุหรี่และกระดกเหล้าเข้าปาก มีผู้ชายหลายคนแถวนั้น ต่างเข้ามาพูดคุยและจีบหมอแก้ว แต่เธอก็ไม่สนใจ เธอคิดเพียงอย่างเดียวว่า เธอจะต้องหาขิ๋มให้เจอโดยเร็วที่สุด หมอแก้ว เข้าไปพักโรงแรมแห่งหนึ่ง

เธอแค่เข้าไปอาบน้ำ แต่งตัวให้สภาพดูดีขึ้น หลังจากนั้นก็ออกมายังร้านอินเตอร์เน็ต ที่เหล่าเซียนเกม และเด็กหัวเกรียนสิ่งสถิตอยู่ หมอแก้วจ่ายเงิน เพื่อซื้อบัตรเติมเวลา สำหรับใช้คอมพิวเตอร์ พอหมอแก้วนั่งลงได้ เธอก็เริ่มเปิดเว็บไซต์ เพื่อค้นหาขิ๋ม แต่มันก็กว้างเกินไป หมอแก้วจึงเริ่มจาก คนหาชื่อขิ๋มตอนเรียนมัธยม มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด หมอแก้ว ได้ที่อยู่บ้านของขิ๋ม แต่มันก็ไม่ 100% ว่าขิ๋มจะกลับไปที่บ้าน หมอแก้วจึงหาต่อ

เธอจำได้ว่า ในตอนที่ขิ๋มเขียนจดหมายมาหา เธอบอกว่าผู้หญิงที่ชื่อส้มตายแล้ว หมอแก้วจึงเข้าไปค้นข้อมูลในฟินาเล่ เพราะเธอจำชื่อจริงของส้มได้แม่น พอเข้าไปดู หมอแก้วก็รู้สึกแปลกๆ ทั้งๆ ที่พื้นเพของส้มเป็นคนต่างจังหวัด แต่ที่อยู่ที่ส่งตัวเธอมานั้น มันมาจากในกรุงเทพ แถมก็อยู่ไม่ไกลด้วย ใจกลางเมืองเลย หมอแก้วลองเอาชื่อเธอ ค้นหาในเว็บไซต์หนึ่ง ที่มีคนนิยมใช้หาอะไรก็ตามที่ตัวเองอยากรู้ และแล้ว เธอก็เจอ…

ข่าวหน้าหนึ่ง หญิงสาวขายบริการดับสยอง คดีฆ่าอำพรางสาวขายบริการ ฆาตกรในคราบนักการเมือง มันเป็นข่าวใหญ่มากในช่วงหนึ่ง แถมพึ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานเท่าไหร่ แถมมีข่าวที่เกี่ยวข้องด้วย นักการเมืองถูกฆ่าดับปริศนา พอหมอแก้วเข้าไปอ่าน เธอก็เห็นเหล่านักการเมืองหลายคนถูกฆ่า ทั้งตำรวจและทหารยศใหญ่ๆ หลังจากที่ได้อ่านข่างไปซักพัก หมอแก้วก็เริ่มประติดประต่อเรื่อง มีอยู่หนึ่งคน ที่หมอแก้วคาดว่าจะมีเอี่ยว

เขายังมีชีวิตรอด เหมือนเป็นคนที่คอยชักใยอยู่เบื่ี้องหลังทั้งหมด คอยปกปิดข่าว หมอแก้วหาที่อยู่บ้านของคนนั้น แล้วก็จดเอาไว้ ในระหว่างที่หมอแก้ว กำลังตั้งใจค้นหาข้อมูลอย่างจริงจัง ก็มีเสียงพูดขึ้นว่า…

“พี่ๆ เล่นเกมกันเปล่า”

เด็กหัวเกรียนอายุ 7 ขวบ น่าจะอยู่ ป.2 หันมาพูดกับเธอ หมอแก้วหันไปและยิ้มให้ ก่อนจะกลับมาหาข้อมูลต่อ

“ป๊อด! นี่หว่า” เด็กหัวเกรียนคนนั้นพูดขึ้น พร้อมกับทำหน้ากวนโอ้ย

“ก็มาดิครับ!” หมอแก้ว ค่อยห้นมาช้าๆ พร้อมกับทำหน้ามันเขี้ยว แล้วก็พูดกับเด็กคนนั้น

หมอแก้ว กดสมัครเกมที่เด็กคนนั้นเล่น แล้วก็เข้าไปบวกกันในเกม

“โห! อ่อนวะพี่” เด็กเกรียนคนนั้นทำหน้าซะใจ

“วู้! เล่นเป็นปะเนี่ย ให้ผมสอนไหมพี่!”

“นี่ผมต่อให้พี่ ใช้ปืนร้อยนัดเลยนะ”

“ผมใช้แค่ปืนพก ยังยิงผมไม่โดนซักนัด”

หมอแก้วเริ่มทำหน้าจริงจัง พลังที่แข็งแรง บวกกับความไวที่เธอมีนั้น มันไม่สามารถเอาไปใช้ในเกมได้เลย เธอเริ่มหงุดหงิดและหัวร้อน หมอแก้วพ่ายแพ้ให้กับ เด็กหัวเกรียนหลายต่อหลายครั้ง เวลาผ่านไป 3 ชั่วโมง เธอยังไม่ชนะเด็กคนนั้นซักครั้งเลย เธอหยุดเล่นและถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะบอกเด็กคนนั้นว่า รอแปบนะเดี๋ยวมา เด็กคนนั้นพูดขึ้นว่า ไปไหนอะพี่แอบไปร้องไห้หรอ หมอแก้ว เดินทำหน้าจริงจังไปที่เคาน์เตอร์

“พี่คะ!”

“คะน้อง”

“บัตรเติมเงินสดสามพัน”

หมอแก้วหยิบแบงค์พันในมือ วางลงไปบนเคาน์เตอร์โต๊ะดังปัก! พร้อมกับหายใจแรงๆ หลังจากนั้น หมอแก้วก็เดินกลับไปที่คอมตัวเอง เธอเติมเงินเข้าไปในเกม แล้วก็ซื้ออาวุธที่แพงที่สุดแรงที่สุด

“เอางี้เลยหรอพี่!” เด็กคนนั้นอ้าปากค้าง ก่อนทำหน้าตกใจ

หมอแก้วกับเด็กเกรียน กับมาเล่นกันอีกครั้ง คราวนี้หมอแก้ว ใช้ปืนใหญ่ ไล่ยิงเด็กคนนั้นในเกม จนไม่สามารถทำอะไรได้เลย เด็กเกรียนเริ่มโมโหและหัวร้อน เขาควักเงินในกระเป๋าออกมาดู ในมือของเด็กคนนั้น มีเหรียญสิบกับเหรียญห้าอย่างละหนึ่ง แล้วก็แบงค์ยี่สิบสองใบ เด็กน้อยหันมามองหน้าหมอแก้ว เธอหัวเราะออกมาแบบไม่มีเสียงพร้อมกับทำหน้าซะใจ พร้อมกับล้อเลียนเด็กเกรียนคนนั้น

“ป้า! โกง ขี้โกงอะ”

“อุ๊ย! ป้าบ้านแกสิ”

“ฉันหน้าอ่อนกว่าแม่แกอีก”

“แบร่!” เด็กคนนั้นทำหน้างอล ก่อนจะปิดคอม แล้วก็ออกจากร้านไป

หมอแก้ว ยังคงเล่นเกมต่อเพราะความติดใจ เธอเล่นเกมไม่ยอมหลับยอมนอน เวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง หนึ่งวันพอดี เธอยังคงนั่งกดเกมและไม่ลุกไปไหน ที่หน้าโต๊ะคอมของเธอ เต็มไปด้วย ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและซองขนมมากมาย ไม่นานนักก็มีเวลาเตือนขึ้นมาว่า กรุณาเติมเงินเวลาของคุณกำลังจะหมด แต่หมอแก้ว ก็ไม่สนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเล่นเกม เสียงนั้นก็ยังดัง และแจ้งเตือนเข้ามา ในหูฟังแมวสุดหน้ารักของเธอ

“เวลาของคุณกำลังจะหมด กรุณาเติมเงินค่ะ”

“เวลาของคุณกำลังจะหมด กรุณาเติมเงินค่ะ”

“เวลาของคุณกำลังจะหมด กรุณาเติมเงินค่ะ”

“เว”

“ลา”

“ของ”

“คุณ”

“กำ”

“ลัง”

“จะ”

“หมด”

และแล้วคอมพิวเตอร์ก็ดับไป ขณะที่หมอแก้วกำลังกดเม้าส์กับคีย์บอร์ด พอคอมดับลง เธอก็หยุดกด แล้วก็เอนหลังไปที่เก้าอี้ แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันมองออกไปนอกร้าน เธอคิดอะไรอยู่แปบหนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากร้านไป เธอเดินหาที่อยู่ของผู้หญิงที่ชื่อส้ม เธอเดินไปพร้อมกับขวดเหล้าในมือ ที่ซื้อมาระหว่างทาง พอมาถึงตามที่อยู่ มันคือซอยๆ หนึ่ง ที่มีนักท่องเที่ยวมากมาย สถานที่เที่ยวยามราตรี

แหล่งโปรดปรานของชายหนุ่มทั้งหลาย ไม่ว่าจะโสดหรือมีคู่ ใครที่ต้องการ หาความสุขใส่ตัวเพียงชั่วคราว ก็มักจะมาที่แห่งนี้ หมอแก้วเดินเข้าไปพร้อมกับขวดเหล้าในมือ ในระหว่างที่เดินไป เธอก็มองไปรอบๆ มันเต็มไปด้วยสาวสวยหน้าตาดีหุ่นเอ็กซ์ ที่เชื้อเชิญให้หนุ่มๆ เข้ามาไปความสุขกับพวกเธอ หมอแก้วเดินไปยิ้มไป เหมือนเธอคิดอะไรบางอย่างได้ในหัว จะว่าไงดี หดหู่หรอ แค่มัน… ดูสู่ชีวิตมากๆ หมอแก้วยังคงเดินต่อไป

“เที่ยวไหมคะ”

“ความสุขไหมคะ”

“พันสาม ร่วมห้องรวมถุงคะ”

“มีเด็กใหม่เข้ามา สนไหมคะคุณพี่”

หลังจากที่เดินฝ่าฝูงคนนับพันมาได้ หมอแก้วก็มาถึงที่หมาย ตามที่อยู่ที่ตัวเองจดมา หมอแก้วเดินเข้าไปในร้าน เธอนั่งลง ก่อนจะมีเด็กสาวหน้าตาดี ที่แนะนำสาวๆ สวยๆ ให้เธอรู้จัก เธอถามหมอแก้วว่า ชอบแบบไหน รุกหรือรับ พวกเธอมีให้หมด ชอบออกสาวหรือแมนๆ หมอแก้ว ถามถึงคนชื่อส้ม เธอบอกว่า เธอเป็นลูกค้าประจำของส้ม พวกสาวๆ ที่นั้นทำหน้าเสีย ก่อนจะบอกว่า ส้มตายไปได้สักพักแล้ว หมอแก้วแกล้งทำหน้าเศร้า

ก่อนจะลุกออกไปแล้วสูบบุหรี่หน้าร้าน ในตอนนั้นช่วงหนึ่งเธอคิดว่า เอาไงดี เหนื่อยจัง เลิกตามขิ๋ม แล้วขายตัวอยู่ที่นี้ดีไหมนะ เธอหยิบที่อยู่ขึ้นมาดู มันเหลืออีกที่หนึ่งที่เธอยังไม่ได้ไป หมอแก้วสูบบุหรี่จนหมดมวน แล้วก็ออกเดินทางต่อ หมอแก้วเช่ารถมาหนึ่งคัน แล้วก็ขับไปตามที่อยู่ เธอขับรถไปเรื่อยๆ ในใจก็คิดว่า ขิ๋มจะเป็นยังไงบ้างนะ อยู่สบายดีไหม ทำไมเธอต้องจะฆ่าคนด้วย ถึงแม้หมอแก้วจะตั้งใจมาฆ่าขิ๋ม

แต่นั้น มันก็ทำให้เธอคิดหนักด้วยเช่นกัน และแล้วหมอแก้ว ก็มาถึงบ้านหลังใหญ่ ที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง มีบอดี้การ์ดแน่นหนา หมอแก้วจอดรถ แล้วก็ส่องกล้องดูห่างๆ ไม่นานนัก เธอก็เห็นผู้หญิงที่เธอรัก กำลังรดน้ำต้นไม้ ขิ๋มได้แอบมาเป็นสาวใช้ในบ้านหลังใหญ่ ของคนที่มีชื่อเสียงทรงอิทธิพล หมอแก้ว เฝ้ามองขิ๋มใช้ชีวิต เธอรู้เลยว่า ขิ๋มมีชีวิตแบบไหนในนั้น นอกจากเป็นสาวใช้แล้ว คงทำอย่างอื่นด้วยแน่ๆ

หมอแก้ว เฝ้าดูขิ๋มอยู่สองวัน เธอคิดว่าจะเข้าไปฆ่าขิ๋มเลยดีไหม แต่ถ้าเข้าไปเรื่องมันจะใหญ่แน่ๆ เธออาจจะพลั้งมือฆ่าคนอื่น นอกจากขิ๋มก็ได้ หมอแก้วจึงเฝ้ามองต่อไป และหาจังหวะเหมาะๆ และแล้วในตอนเย็นของวันที่สอง ขิ๋มนั่งรถไปกับ ชายแก่เจ้าของบ้าน หมอแก้วขับรถตามไปช้าๆ จนมาหยุดอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ตอนแรกหมอแก้ว กะจะตามเข้าไป แล้วก็ฆ่าขิ๋มซะในนั้นเลย เธอนั่งสูบบุหรี่อยู่ในรถ แล้วก็คิดอยู่นาน

ก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไป หมอแก้วตัดสินใจนานแล้วว่า ยังไงก็ต้องฆ่าขิ๋มให้ตาย เรื่องทั้งหมดจะได้จบ ปล่อยขิ๋มให้เป็นอิสระ พร้อมกับล้างบาปของขิ๋ม เพื่อไม่ให้เธอไม่ทำร้ายคนอื่นได้อีก หมอแก้วขับรถออกไปไม่ไกล เธอจอดรถแล้วเดินขึ้นบันได หมอแก้วเข้าไปยังตึกแห่งหนึ่ง แล้วก็ขึ้นไปด้านบน พอไปถึงชั้นบน เธอก็เดินเข้าไปห้องด้านใน บรรยากาศที่นี้สวยมากๆ มองเห็นวิวสวยๆ ของเมืองใหญ่ ได้เต็มสองลูกตา

หมอแก้วนั่งลงที่โต๊ะ ตรงหน้าเคาน์เตอร์ เธอหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากว่า…

“ขอจินโทนิค หนึ่งแก้วค่ะ”

“รับจินแบบไหนดีคะ”

“เอา… บอมเบแล้วกัน”

“รอสักครู่นะคะคุณผู้หญิง”

หลังจากเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ หมอแก้ว ก็ซัดที่เดียวหมดรวด บาร์เทนเดอร์สาว ถึงกับทำหน้าตื่นเต้น แล้วก็ยิ้มออกมามุมปาก

“เจอมาหนักหรอคะวันนี้”

“ป่าวหรอกค่ะ ฉันแค่คอแห้ง”

“ขอเพิ่มอีกแก้วแล้วกัน ครั้งนี้เพิ่มจินเยอะๆ เลยค่ะ”

“จัดไปค่ะคุณผู้หญิง”

“ที่นี้สวยดีนะคะ บรรยากาศดี เพลงก็เพราะ”

“หากฉันตาย ก็อยากเห็นวิวแบบนี้เป็นภาพจำสุดท้ายจัง”

“งั้นคุณผู้หญิง ต้องมาบ่อยๆ นะคะ จะได้จดจำเอาไว้นาน”

หมอแก้วนั่งดื่มจินโทนิค เครื่องดื่มแสนอร่อยรสชาติเข้ากับชีวิตของเธอ คมอมเปรี้ยว เธอนั่งดื่มไปพร้อมกับ ดื่มด่ำบรรยากาศของวิวสวยตึกใหญ่ใจกลางเมือง หลังจากหมดแก้วที่สอง หมอแก้ว ก็ขอเพิ่มอีกแก้ว บาร์เทนเดอร์สาว ยิ้มให้หมอแก้ว พร้อมกับทำเครื่องดื่มให้

“ส่วนใหญ่แล้ว คนที่ดื่มหนักขนาดนี้”

“ถ้าไม่กำลังจะฆ่าตัวตาย ก็คงกำลังจะไปฆ่าใครตาย”

“ของฉันคงเป็นอย่างหลังค่ะ” หมอแก้วตอบบาร์เทนเดอร์สาว พร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมา

“เขาคนนั้นสมควรตายหรอคะ”

“ตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจแล้วสิ”

“ว่าใครสมควรตายกันแน่”

“ฉัน… หรือว่าคนๆ นั้น” หลังจากพูดจบ หมอแก้วก็ซดเหล้าเข้าปาก

หลังจากดื่มเหล้าแก้วที่สามจนหมด หมอแก้วก็ขอบคุณบาร์เทนเดอร์สาว ที่ทำเครื่องดื่มอร่อยๆ ให้ แล้วก็จ่ายเงินพร้อมกับบอกไปว่าไม่ต้องถอน หมอแก้วโบกมือลา ก่อนจะเดินออกจากร้าน ตามมาด้วยเสียงบาร์เทนเดอร์สาว กับคำพูดสุดกินใจ ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“ขอบคุณคะ”

“แล้วแวะมา สเปซบาร์ อีกนะคะ”

“ใครอะพี่จิ๋ม สวยจัง หุ่นเอ็กซ์มากเลย” พนักงานสาวอีกคนเดินมาถาม

“ไม่รู้สิ ไว้เจอกันคราวหน้า พี่จะถามละกัน”

“ใช่ป่าว! ไม่ใช่จะเก็บไว้คนเดียวหรอ”

“ไอ้บ้านิ่ ไปทำงานไป”

หมอแก้วเดินลงมา แล้วกลับไปที่รถ เธอคิดว่าจะกลับไปรอขิ๋มที่บ้านหลังนั้นดีไหม หรือจะกลับไปรอที่โรงแรม หมอแก้วตัดสินใจกลับไปดูที่โรงแล้วอีกรอบ ขิ๋มในตอนนี้เธอได้ฆ่าชายแก่ เธอแก้แค้นได้สำเร็จ หลังจากฆ่าชายแก่ได้ ขิ๋มก็เก็บของ แล้วก็เดินมาหยิบกระเป๋าที่มีเงินอยู่หลายสิบล้าน ก่อนจะออกจากห้องไป ในขณะที่เธอเดินออกจากประตู และเดินไปที่ทางเดินได้ไม่กี่ก้าว การ์ดสองคนที่ยืนอยู่ก็เห็นเธอ เขาจ้องมองมาที่เธอพร้อมกับทำหน้าสงสัย และก็มองไปที่กระเป๋า ขิ๋ม ยิ้มให้กับพวกเขาก่อนจะหันหลังวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต

เธอวิ่งออกไปนอกโรงแรม วิ่งไปเรื่อยๆ โดยมีการ์ดสองคนวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ เธอวิ่งหลบแหละหนีเข้าไปในซอย วิ่งแบบไม่คิดชีวิต จนไปโผล่ทางเดินที่มีผู้คนสัญจรไปมา เธอถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วโยนทิ้ง หลังจากนั้นก็วิ่งฝ่าฝูงคนเข้าไป การ์ดทั้งสองคนยังวิ่งตามมาติดๆ ขิ๋มเปิดกระเป๋าออก แล้วโยนเงินข้างในนั้นทั้งหมดขึ้นไปบนฟ้า แบงค์พันหลายหมื่นใบ กระจัดกระจายล่องลอยไปในอากาศ ผู้คนต่างตื่นเต้น รีบไขว่คว้าและหยิบเงินใส่ตัว ความวุ่นวายนั้นทำให้การ์ดทั้งสองคน ไม่สามารถไล่ตามขิ๋มต่อไปได้ ขิ๋มยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ วิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น แล้วก็เร็วขึ้น เธอวิ่งไปด้วยสีหน้าที่มีความสุข เธอยิ้มพร้อมกับวิ่งไปด้วย

มันเหมือนกับว่า เธอได้เป็นอิสระอีกครั้ง เธอวิ่งไปพร้อมกับตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง หยาดฝนผสมกับหยาดน้ำตาของเธอ ที่หลั่งไหลออกมาเพราะความสุข เธอเริ่มชะลอความเร็วลง และหันกลับไปมองข้างหลัง เธอรู้สึกโล่งใจมากขึ้น เพราะไม่มีใครตามเธอมาแล้ว ในใจกลางเมืองณถนนแห่งหนึ่ง ที่รอบๆ ตัวเธอนั้นเต็มไปด้วยตึกสูงและห้างสรรพสินค้าชื่อดังมากมาย รถไฟฟ้าที่แล่นผ่านหัวเธอไปมา เธอมองไปที่ถนนกำลังโล่งและไฟจราจรสีแดงที่กำลังหยุดรถเอาไว้ เธอก้าวเท้าลงถนนและวิ่งข้ามไป เสียงดัง ปั้ง! ร่างกายของเธอกระเด็น ล่องลอยไปบนอากาศ และตกลงมากลิ้งไปบนพื้นถนน หลายต่อหลายตลบ ภาพของเธอทุกอย่าง

มันเบลอไปหมด เธอนอนหายใจพะงาบๆ เลือดจากหัวของเธอเริ่มไหล และเจิ่งนองเต็มไปบนพื้นถนน เธอหอบหายใจพร้อมกับลืมตามองไปบนท้องฟ้า ฟ้าที่เหมือนกำลังจะสดใส กลับกลายเป็นสีดำมืดครึ้ม และกระหน่ำเทฝนลงมา แสงไฟจากรถยนต์ส่องมาที่เธอ พร้อมกับเรือนร่างผู้หญิงผอมผมยาว กำลังเดินลงมาจากรถตรงมาหาเธอพร้อมปืนสั้น

“ไงจ๊ะะะะ ขิ๋มที่รัก สภาพดูไม่จืดเลยนะ” ผู้หญิงคนนั้นพูด และเดินตรงเข้ามาหาเธอช้าๆ

“ม ม หมอแก้ว” ขิ๋มค่อยๆ ใช้แขนพยุงตัวขึ้นมา แล้วมองไปที่ผู้หญิงคนนั้น

“ไงจ๊ะที่รัก คิดถึงฉันไหม ฉันมาหาเธอแล้วนะ” เธอพูดพร้อมกับยกปืนขึ้นมาเคาะที่หัวตนเอง

“ธ เธอ…มาได้ยังไง”

“ฉันก็ทำแบบเธอนั้นแหละ ฆ่าคน แล้วก็แอบหนีออกมา”

“ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ฮ่าๆๆๆ”

“ฉันแอบตามเธอมาจากบ้านหลังใหญ่ ตอนแรกคิดว่าจะกลับไปรอเธอที่นั้นดีไหมนะ”

“แต่โชคดี ที่ฉันเห็นเธอก่อน เธอวิ่งออกมาจากโรงแรม หน้าตาละลื่นดูมีความสุข”

“ยังไงห๊ะ โดนไปหลาย_วยเลยหละสิ”

“ไปตายซะ นังบ้า”

ปั้ง! หมอแก้วยิงปืนออกมา กระสุนพุ่งเข้าไหล่ของขิ๋ม เธอร้องครวญครางออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับนอนดิ้นไปมาบนพื้นถนน หมอแก้วเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอยืนคร่อมไปบนร่างของขิ๋ม สองมือจับปืนและจ่อไปที่หน้าของขิ๋ม

“รู้ไหมขิ๋ม ฉันเคยรักเธอจริงๆ นะ นี่ฉันพูดเลยจากใจ”

ขิ๋มใช้แรงที่เหลือเตะไปที่หว่างขาของหมอแก้ว เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกกระสุดเฉียดหัวขิ๋มไปนิดเดียว หมอแก้วคุกเข่าล้มลงมา ขิ๋มปัดปืนออกแล้วกดหมอแก้วลงกับพื้น ขิ๋มใช้แรงที่เหลือบีบคอเธอ หมอแก้วออกแรงเพื่อจะคว้าปืนที่หล่นอยู่ใกล้ๆ มือ ขิ๋มเอื้อมมือไปคว้าปืนขึ้นมา จ่อไปที่หัวของหมอสาวก่อนจะลั่นไก ปั้ง! เสียงปืนดังขึ้น หมอแก้วนอนไร้ลมหายใจไปกับพื้นถนน เลือดค่อยๆ ไหลรินออกมา ขิ๋ม กระเสือกกระสน ใช้แรงที่เหลืออยู่คลานไปที่รถ พอคลานไปถึงรถ เธอก็พยุงตัวเองขึ้น ในตอนนั้น ผู้คนมากมายต่างยืนมองเธอด้วยความสนใจเต็มสองฝั่งถนน เธอหันมองไปรอบๆ ตัว ไม่นานนัก ก็มีรถตำรวจและรถพยาบาล

จอดล้อมเธออยู่ไม่ไกลนัก ตำรวจลงมาจากรถ จ่อปืนไปที่เธอ แล้วบอกให้วางอาวุธลงซะ เธอหันมองไปรอบๆ ตัวอีกครั้งพร้อมกับหัวเราะออกมา เธอพยุงตัวคลานขึ้นไปบนฝากระโปรงรถ เธอเอนตัวนอนลงไปบนกระจกหน้ารถ พร้อมกับแหงนหน้ามองท้องฟ้า ที่มีฝนกระหน่ำตกลงมาแบบไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธอมองขึ้นไปและยิ้มออกมา

“เห้อ! ชีวิตฉัน มันมีแค่นี้จริงๆ ใช่ไหม”

“ตะเกียกตะกายแทบตาย เพื่อมาจบชีวิตลง บนฝากระโปรงรถ”

“ตายไปจะเอาหน้าไปไว้ไหนดี ยิ่งในนรกมีคนรู้จักเยอะด้วยสิ ฮ่าๆๆ”

“ไอ้พวกที่ฉันฆ่าไป คงรอหัวเราะเยาะ สมน้ำหน้าฉันอยู่แน่”

“แต่ถ้าจะให้ฉันเข้าไปอยู่ในกรงเหมือนเดิม ไร้อิสรภาพแบบนั้น ฉันขอตายดีกว่า”

หลังจากที่เธอพูดกับตัวเองจบ ขิ๋มเอามือข้างหนึ่งยัดเข้าไปในเสื้อและบีบหน้าอกตัวเอง อีกมือหนึ่งที่จับปืน เธอก็เอามาจ่อที่หอยของตัวเอง แล้วก็คลอเคลียมันอย่างเคลิบเคลิ้ม กดมันเข้าไปในรูและถูไปถูมา เธอค่อยๆ เลื่อนมือซ้ายลงไปคลึงที่เม็ดของเธอ ขิ๋มถ่างขาออก แล้วก็ใช้สอดนิ้วยัดเข้าออกไปมาช้าๆ หลังจากนั้นเธอก็อ้าปากค้างครางออกมาเบาๆ แล้วก็เอาปืนจ่อเข้าไปในปาก เธอครางพร้อมกับลั่นไก ฉันรักเธอนะ ปั้ง! เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เลือดสาดกระจายเต็มกระจกหน้ารถ หญิงสาวที่ใครหลายๆ คนเคยรู้จัก เคยมีความสุขกับเธอ เคยได้รับความเสียวจากเธอ ในตอนนี้ เธอนอนหมดลมหายใจ และได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

ที่ปัดน้ำฝนทำงาน มันปัดเลือดเธอออกไปมา พร้อมกับหยาดฝน ที่กระหน่ำเทลงมาช่วยชำระล้างร่างกายของเธอให้สะอาด ในตอนนั้น หมอแก้วยังไม่ตาย ตอนที่ขิ๋มบีบคอหมอแก้ว แล้วเธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบปืน ถ้าเอาจริงๆ เธอออกแรงแค่นิดเดียว ก็สามารถผลักขิ๋มให้กระเด็นไปไกล หรือไม่ก็ฆ่าเธอให้ตายคาอกตรงนั้นเลยก็ได้ แต่หมอแก้ว ทำมือจะไปคว้าปืน เพื่อให้ขิ๋มนั้นแย่งปืนไปแล้วฆ่าตัวเธอซะ หมอแก้วแกล้งตาย

หลังจากที่ปืนลั่นไกล เธอเห็นและได้ยินทุกอย่าง ว่าขิ๋มนั้นทำอะไรอยู่ หมอแก้วหวังว่า เมื่อขิ๋มฆ่าเธอแล้ว จะรู้สึกดีขึ้น แถมสภาพแบบนั้นขิ๋มไม่สามารถหนีไปไหนได้อีกแล้ว ถ้าไม่โดนจับ ก็คงโดนคนอื่นตำรวจฆ่า แต่แล้ว ขิ๋มก็ตัดสินใจฆ่าตัวเอง นั้นจึงทำให้หมอแก้วสบายใจมากๆ เพราะเธอไม่ได้เป็นคนลงมือเอง หลังจากขิ๋มตาย เจ้าหน้าที่ก็เข้ามา หมอแก้วนอนนิ่งๆ เพื่อรอคนมาห่อตัวเธอไป หลังจากขึ้นรถพยาบาลได้

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล หมอแก้วก็หนี แล้วก็แอบเข้าไปหาศพของขิ๋ม เธอแอบเข้าไปแล้วก็ดูหน้าขิ๋มเป็นครั้งสุดท้าย

“แก้วขอโทษนะขิ๋ม”

“แต่มันเป็นวิธีเดียวที่หยุดเรื่องนี้”

“ถ้าเราเจอกันเร็วกว่านี้ อะไรๆ คงเปลี่ยนไป”

“รอหน่อยนะ คงไม่นานหรอก”

“เดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน”

“แล้วเจอกัน… ที่รัก” หมอแก้วจูบไปที่ปาก บนร่างไร้วิญญาณของขิ๋ม

งานศพถูกจัดขึ้นในไม่กี่วัน หมอแก้วแอบไปร่วมงานศพของขิ๋ม แต่เธอมองอยู่ไกลๆ ไม่ได้เดินเข้าไปในงาน หลังจากจบเรื่องของขิ๋ม หมอแก้ว ก็กลับไปที่ฟินาเล่ เพื่อสะสางเรื่องทั้งหมด เธอกลับไปเคลียปัญหา ที่ตัวเองก่อไว้ มีหลายคนเข้าใจ อาจจะดูแปลกซักหน่อย เพราะว่าเธออายุมากแล้ว แต่หน้าตายังเหมือนคนยี่สิบกว่า หลายคนก็สงสัยว่าเธอเป็น พ.อ. จริงๆ หรอ หมอแก้ว กลับไปเป็น พ.อ. ของฟินาเล่อีกครั้ง

ตอนเธอกลับไปในวันแรก ทุกอย่างดูเละเทะมากๆ คนรักษาการแทนหมอแก้ว ตอนที่เธอถูกขังอยู่ในฟินาเล่ ก็หนีออกไปตอนมีเรื่อง หมอแก้วสั่งทำความสะอาด แล้วก็ตรวจเช็คคนไข้ คนไหนที่หาเจอก็พากลับมารักษา ส่วนคนไหนที่หาไม่เจอ เธอก็ปล่อยไป หมอแก้วฟื้นฟูฟินาเล่ ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านไปสองวัน ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม หมอแก้ว นั่งอยู่ในห้องทำงาน เธอจิบเหล้าพร้อมกับสูบบุหรี่

เธอมองไปที่รูป พ.อ. กิ่ง ก็กำลังยิ้มและมองมาที่เธอ

“ยิ้มอะไรคะคุณป้า”

“มันเหนื่อยรู้ไหมเนี่ย”

“ใครว่าเป็น พ.อ. แล้วสบายวะ”

หลังจากหมอแก้วคุยกับรูป พ.อ. เธอก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้น แล้วก็บอกให้คนที่อยู่ปลายสาย ช่วยจัดการธุระให้ วันรุ่งขึ้น หมอแก้วเดินไปที่หน้าประตูบานใหญ่เก่าๆ ของฟินาเล่

“ซ้ายหน่อยคะ”

“ขวาอีกนิด”

“อ่าวหมอแก้ว สวัสดีครับ” ลุงยามแก่ๆ ที่เฝ้าประตูของฟินาเล่ เดินมาทักทายหมอแก้ว

“สบายดีนะครับ”

“ลุงนั้นแหละคะ สบายดีนะคะ”

“นู๋อะยังไหว อยู่ไปได้อีกยาว”

“หมอแก้วนี่ ดูแลตัวเองดีมากๆ เลยนครับ”

“ดูสิ ขนาดผ่านมาหลายสิบปี หมอแก้วยังสวยอยู่เลย”

“ฮ่าๆ ลุงก็… พูดตรงไป”

“หมอครับ! ตรงยังช่วยดูหน่อย” ช่างที่กำลังติดป้าย ตะโกนลงมาบอกหมอแก้ว

“แล้วนี่ เปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลใหม่หรอครับ” ลุงยามถามหมอแก้ว

“ใช่จ๊ะ ชื่อเก่ามันเพราะก็จริง แต่ไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไหร่”

“แล้วเปลี่ยนเป็นอะไรหรอครับ”

“นั้นแหละๆ ตรงนั้นแหละค่ะ” หมอแก้ว ตะโกนบอกช่าง ที่กำลังติดป้าย

“ตรงแล้วค่ะ สวย”

“อืม แปลกดีนะครับ” ลุงยามพูด พร้อมกับยิ้มออกมา

“ใช่ไหมล่ะคะชื่อนี้” หมอแก้วหันไปพูดกับลุงยาม พร้อมกับยิ้มกว้าง

สามสิบปีผ่านไป ณ หอประชุมใหญ่ ของมหาลัยแพทย์ชื่อดังแห่งหนึ่ง ในใจกลางเมืองกรุงเทพ เสียงประกาศออกไมค์

“ขอแสดงความยินดี”

“กับคุณหมอทุกท่านที่จบใหม่”

“หวังว่าพวกท่าน คงจะใช้ความรู้ และความสามารถที่มี”

“เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้”

เสียงเดินถี่ๆ ดังขึ้น เสียงเดินนั้นดูเหมือนช่างรีบเร่ง หมอผู้หญิงคนหนึ่ง รีบๆ เดินฝ่าผู้คน เธอเดินไปเรื่อยๆ เดินตรงไปที่คนน้อยๆ พอเดินไปถึง เธอก็หยุดพักหายใจ หมอผู้หญิงคนนั้นสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็เดินตรงมาที่โต๊ะ เธอวางเอกสารลงไปที่โต๊ะข้างหน้าแรงๆ อย่างมั่นใจ

“สวัสดีค่ะ ฉันมาลงทะเบียน”

“หึ!” ผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังยืนหันหลัง พ่นควันบุหรี่อยู่

“พ.อ.คะ นู๋บอกหลายทีแล้วไง” หมอผู้หญิง ที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ พูดขึ้นมา

“เวลามาที่นี่ ห้ามยืนสูบบุหรี่แถวนี้”

“จะอะไรกันนักหนา ไม่เห็นจะมีใครสน มาแถวนี้เลย” ผู้หญิง ที่กำลังยืนหันหลัง สูบบุหรี่พูดขึ้นมา

หมอผู้หญิง ทำหน้าเอือมระอา ก่อนจะหันกลับไปยิ้ม ให้กับหมอผู้หญิง คนที่เดินมาสมัคร พ.อ. สาวสวย ที่ยืนหันหลังสูบบุหรี่อยู่ ไม่นานนัก เธอก็โยนบุหรี่ลงพื้น ก่อนจะหันมาพ่นควันใส่หน้า หมอผู้หญิงที่เดินมาสมัคร พร้อมกับพูดขึ้นว่า…

“ไหวหรอเราอะ” เธอพ่นควันใส่ผู้หญิงข้างหน้า พร้อมกับทำหน้ากวนๆ

“ไหวค่ะ ฉันตั้งใจแน่วแน่ ตั้งแต่เลือกเป็นหมอแล้ว” หมอผู้หญิงคนนั้น เธอตอบออกมาอย่างมันใจ

“ดี! อย่าร้องไห้ ขอกลับบ้านก่อนละกัน” พ.อ. สาวสวย เอียงคอพร้อมกับกอดอก แล้วก็พูดกับ หมอผู้หญิงที่มาสมัคร

“ค่ะ! ฉันจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่” หมอผู้หญิง พูดกับ พ.อ. สาวสวย ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ดีมาก” พ.อ. สาวสวย ยื่นมือ เพื่อจับมือกับ หมอผู้หญิงคนนั้น

“ดีใจที่ได้ร่วมงานด้วย” หลังจากจับมือกัน พ.อ. สาวสวย ก็พูดขึ้นมา พร้อมกับยิ้มมุมปาก

“ยินดีต้อนรับ”

“ขอต้อนรับ…”

“เข้าสู่…”

“หลังคาแดง”

Comments

No comments yet. Why don’t you start the discussion?

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *